จอมเวทย์เบอร์ 10 คนใหม่! "รายาน แชร์กี" อาวุธลับฉบับ 'นิวเจน' พาแมนซิตี้ล่าแชมป์

จอมเวทย์เบอร์ 10 คนใหม่! "รายาน แชร์กี" อาวุธลับฉบับ 'นิวเจน' พาแมนซิตี้ล่าแชมป์
จาก "พ่อมดเอาแต่ใจ" สู่ "อัญมณีแห่งเอติฮัด"! รายาน แชร์กี เพลย์เมกเกอร์ดาวรุ่งวัย 22 ปี กำลังกลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ใช่ไล่ล่าความสำเร็จ เขาพิสูจน์แล้วว่ามีทักษะที่เหนือกว่า AI จะเลียนแบบได้ ทั้งการเลี้ยงกินตัวที่เป็นศิลปะหายาก และวิสัยทัศน์การจ่ายบอลระดับเวิลด์คลาส จนก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกเบอร์ 1 ในบทบาทเบอร์ 10 พาทีมทะยานล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2026 อย่างดุเดือด!

ในฤดูกาลที่ฟุตบอลเน้นระบบจนบางครั้งก็น่าเบื่อ แต่ รายาน แชร์กี เพลย์เมกเกอร์ชาวฝรั่งเศสกลับกลายเป็น "จุดต่าง" ที่ทำให้แฟนบอลเรือใบสีฟ้าได้ตื่นตาตื่นใจ เขาคือผลผลิตจากลีกเอิงที่ยักษ์ใหญ่ยุโรปจับตามองมานาน และการย้ายจากโอลิมปิก ลียงมาสู่เอติฮัด สเตเดียม ด้วยค่าตัว 30.5 ล้านปอนด์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่านี่คือ "ดีลที่คุ้มค่าที่สุด" ของพรีเมียร์ลีกปีนี้

ความกล้าหาญในวัยหนุ่ม: เมื่อฟุตบอลคือสนามเด็กเล่น

ขณะที่สตาร์หน้าใหม่บางคนอย่าง ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ (ซึ่งค่าตัวแพงกว่าแชร์กีถึง 4 เท่า) หรือ เบนยามิน เชชโก้ หัวหอกแมนฯ ยูไนเต็ด และอาจจะรวม วิคตอร์ โยเคเรส กองหน้าอาร์เซน่อลรวมเข้าไปด้วย กำลังดิ้นรนปรับตัวกับฟุตบอลอังกฤษ แต่แชร์กีกลับเล่นเหมือนเดิมตั้งแต่สมัยอยู่โอลิมปิก ลียง เขาลงไปร่ายมนตร์เหมือนเด็กเล่นบอลในสนามโรงเรียน เขาสนุกกับมัน ในขณะที่คนอื่นยังต้องหมกมุ่นอยู่กับแท็กติกจนเกร็งเล่นไม่ออกหาฟอร์มเก่งไม่เจอ

ในเกมล่าสุดที่บุกไปชนะเบิร์นลีย์แบบลุ้นตัวโก่ง แชร์กีคือคนที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจน เขาแสดงให้เห็นว่า "ศิลปะการเลี้ยงบอล" ที่หลายคนลืมไปแล้ว และยังคงเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในการทำลายเกมรับที่ถอยไปตั้งรับลึก

เบียดโฟเด้น สู่ตัวเลือกเบอร์ 1 ในบทบาทเบอร์ 10

เป๊ป เคยพูดตอนกำลังลุยศึกฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพถึงการคว้าตัวดาวเตะเฟร้นช์แมนรายนี้ ว่าเป็นการตัดสินใจของสโมสรที่เลือกเพราะมีทักษะที่เหลือเชื่อในการเล่นหน้าเขตโทษ และมีวิสัยทัศน์ในการผ่านบอล แม้ใจจริงกุนซือสแปนิชอยากได้ตัวแทนเควิน เดอ บรอยด์มากกว่าแต่มันหาไม่เจอ

ซึ่งช่วงต้นซีซั่นนี้บทบาทของ แชร์กี กับหมากของเป๊ปยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งเขาเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บด้วย แต่หลังจากเจ้าตัวฟิตสมบูรณ์และเรียนรู้ระบบของเป๊ปจนถ่องแท้แล้วเจ้าตัวกลับมาเฉิดฉายบนฟลอร์หญ้าอีกครั้งจนทำให้ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่า ฟิล โฟเด้น ต้องยอมถอยไปเป็นตัวเลือกอันดับ 2 ในตำแหน่งจอมทัพหมายเลข 10

ฟอร์มของแชร์กีนั้นกลายเป็นแนวรุกที่ "แตะต้องไม่ได้" เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ค้นพบแนวรุก 4 ประสานในฝันแล้ว มี เออร์ลิง ฮาลันด์ ค้ำหน้า มีปีกความเร็วสูงอย่าง อองตวน เซเมนโย่ กับ เฌเรมี่ โดกู ขนาบข้าง ส่วน แชร์กี เป็นจอมทัพตัวฟรี การประสานงานของทั้งสี่คนคืออาวุธหนักที่พา "เรือใบสีฟ้า" ทะยานกลับขึ้นสู่จ่าฝูงอีกครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือการปรับตัวเข้ากับระบบ "Total Football" ของเป๊ป แชร์กี้ไม่ได้เล่นเกมรุกอย่างเห็นแก่ตัวอีกต่อไป เขาเริ่มเข้าใจหน้าที่เกมรับ การเคลื่อนที่เข้าสู่ตำแหน่งเมื่อเสียบอล และมีการเล่นเพื่อทีมมากขึ้น การที่แชร์กีเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระระหว่างไลน์กองหลังและกองกลาง ทำให้คู่แข่งจับทางยากมาก ในคืนที่เบิร์นลีย์จอดรถบัสขวางหน้าประตูไว้ แชร์กีคือวิศวกรที่คอยหาช่องว่าง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการคอยประคองของมิดฟิลด์อย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา และดาวรุ่ง นิโก โอไรลีย์ ที่ช่วยให้อิสระแก่เขาในการกล้าเสี่ยงสร้างสรรค์เกม

เอ็นโกโล่ ก็องเต้  เคยกล่าวถึง แนวรุกรุ่นน้องวัย 22 ปีว่า "โดยส่วนตัวแล้ว เขาเป็นนักเตะที่ผมเพิ่งได้รู้จัก เพราะก่อนหน้านี้ผมไม่เคยรู้จักเขามาก่อนจนกระทั่งถูกเรียกติดทีมชาติ เขาเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพสูง สามารถสร้างความแตกต่างได้ และมีทักษะทางเทคนิคที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป"

"คุณจะเห็นได้ว่าเขา (รายาน แชร์กี) มีอนาคตที่สดใสมาก สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจในตัวเขาคืออะไรน่ะเหรอ? คือทักษะของเขา ความสามารถในการเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆ และความสามารถในการตัดสินเกมได้อย่างเฉียบขาด" 

ทักษะเหนือชั้นที่ AI ก็เลียนแบบไม่ได้

หากต้องเปรียบเปรยให้เข้ากับยุคสมัยนี้ต้องบอกว่า "แชร์กีคือนักเตะสำหรับเจเนอเรชัน AI เขาสร้างสรรค์สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ แต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ"

ในเกมกับเบิร์นลีย์ แชร์กี้ โชว์คลาสตั้งแต่นาทีแรกด้วยการใช้ส้นเท้าและเล่น "วัน-ทู" กับฮาลันด์อย่างเหนือชั้น เขารู้จักวิธีหาพื้นที่ว่างในกรอบเขตโทษจากการที่ฮาลันด์ดึงตัวประกบออกไป อีกทั้งยังมีการจ่ายบอลตัดไลน์ให้เซเมนโย่ แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ระดับเวิลด์คลาส นอกจากลูกยิงสุดสวยในเกมกับอาร์เซนอลเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ในเกมนี้เขาเกือบทำประตูได้อีกครั้งหากไม่ติดเซฟอันน่าทึ่งของ มาร์ติน ดูบราฟก้า

ในยุคที่การเลี้ยงกินตัวเริ่มกลายเป็นศิลปะที่หายไป (เพราะหลายคนเลือกจะจ่ายคืนหลังง่ายๆ) แชร์กี้กลับสวนกระแส แม้ในเกมที่ตึงเครียดเขายังกล้าทำ "สเต็ปโอเวอร์" หรือการเดาะบอลข้ามหัวคู่แข่งเพื่อเอาตัวรอดจากที่แคบ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การโชว์ออฟที่ไร้ประโยชน์ แต่มันคือการส่งสัญญาณว่า "ซิตี้ไม่มีคำว่าลนลาน"

จากที่เคยถูกวิจารณ์ว่าเป็น "พ่อมดที่เอาแต่ใจ"เล่นเพื่อตัวเองในฝรั่งเศส แต่ภายใต้การเจียระไนของเป๊ป เขากลายเป็นอัญมณีที่ล้ำค่า ตอนนี้เขากลายเป็นคนสร้างโอกาสหลักของแมนฯ ซิตี้ โดยใช้ทักษะการเลี้ยงดึงตัวประกบเพื่อเปิดพื้นที่ให้เพื่อน

แน่นอนว่าแชร์กี้ยังมีช่องว่างให้พัฒนา โดยเฉพาะเรื่องความเฉียบคมในลูกยิงไกล ซึ่งในสถานการณ์ลุ้นแชมป์ที่อาจต้องตัดสินกันด้วยผลต่างประตูได้เสีย ทุกโอกาสมีความหมายซึ่งเขายังมีช่องโหว่ตรงนี้

ท่ามกลางชุดเยือนสีเทาเรืองแสงที่อาจจะดูแปลกตา แต่ผลงานของแชร์กีกลับสว่างไสวยิ่งกว่า เขาคือสีสันที่แต่งแต้มให้แท็กติกอันเข้มงวดของเป๊ปสมบูรณ์แบบ หากซิตี้จะป้องกันแชมป์ได้อีกสมัย ชื่อของ รายาน แชร์กี จะถูกจารึกไว้ในฐานะ "คีย์แมน" ผู้เปลี่ยนเกมอย่างแน่นอน!



ที่มาของภาพ : Gettyimages / Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport