เจาะลึกสกู๊ปพิเศษ "93:20" ประตูระดับตำนานของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ที่พา แมนฯ ซิตี้ พลิกนรกคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกในรอบ 44 ปี
หากจะกล่าวถึงฟุตบอลในฐานะ "นาฏกรรม" ที่ไม่มีใครเขียนบทได้ วินาทีที่ 93:20 ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2012 คือหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด
เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของลูกกลม ๆ ที่เข้าประตู แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง โชคชะตา, ความหวัง และประวัติศาสตร์ 44 ปี ที่แบกอยู่บนไหล่ของชายที่ชื่อ เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่
SIAMSPORT จะพาคุณย้อนอดีตกลับไปดูเส้นทางจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ที่ส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน
ความกลัวภายใต้เงา "เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ"
ย้อนกลับไปในวันนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลงสนามพบกับ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ด้วยเงื่อนไขที่ดูเหมือนง่าย "ชนะเพื่อแชมป์"
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับแฟนบอล "เรือใบสีฟ้า" ไม่ใช่คู่แข่ง แต่คือสิ่งที่พวกเขาเรียกตัวเองอย่างติดตลกแต่เจ็บปวดว่า "Typical City" หรืออาการ "ตายตอนจบ" ที่สโมสรแห่งนี้มักจะเป็นอยู่เสมอ
ในขณะที่คู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือสัญลักษณ์ของ ผู้ชนะ และ ปาฏิหาริย์นาทีสุดท้าย หรือที่เรียกกันว่า "เฟอร์กี้ไทม"
การที่ แมนซิตี้ ต้องมาลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้ายกับทีมหนีตายอย่าง ควีนส์พาร์ค จึงเต็มไปด้วยความกดดันมหาศาล
ปาฏิหาริย์ในนรกที่เอติฮัด
เกมที่ควรจะจบลงง่าย ๆ กลับกลายเป็นฝันร้าย แม้ ปาโบล ซาบาเลต้า จะยิงให้ ซิตี้ ขึ้นนำในครึ่งแรก
แต่ครึ่งหลังกลับเกิดเหตุการณ์ "นรกแตก" เมื่อ ควีนส์พาร์ค พลิกนรกนำ 2-1 ทั้งที่เหลือผู้เล่น 10 คนจากการโดนใบแดงของ โจอี้ บาร์ตัน
ภาพแฟนบอลซิตี้ในสนามที่เริ่มหลั่งน้ำตา และบางคนถึงขั้นเดินออกจากสนามเพราะทนดูความพ่ายแพ้ไม่ไหว คือภาพสะท้อนของความสิ้นหวัง
ขณะที่ทางฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด จบเกมของพวกเขาที่ ซันเดอร์แลนด์ ด้วยชัยชนะ 1-0 และเริ่มเตรียมฉลองแชมป์สมัยที่ 20
93:20 : วินาทีที่โลกหยุดหมุน
แต่แล้วในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 5 นาที ประวัติศาสตร์บทใหม่ก็ถูกเขียนขึ้น...
นาทีที่ 91:15 เอดิน เชโก้ โขกประตูตีเสมอ 2-2 ปลุกความหวังที่ริบหรี่ให้โชติช่วงขึ้นมาอีกครั้ง
นาทีที่ 93:20 บอลถูกลำเลียงจาก ไนเจล เดอ ยอง ไปถึง มาริโอ บาโลเตลลี่ ก่อนที่เขาจะทำ "แอสซิสต์เดียว" ในชีวิตค้าแข้งที่ ซิตี้ ด้วยการล้มตัวส่งต่อให้ กุน อเกวโร่
อเกวโร่ แตะหลบแนวรับ ควีนส์พาร์ค หนึ่งจังหวะ ก่อนจะซัดเปรี้ยงเข้าเสาแรก
ท่ามกลางเสียงตะโกน "AGUEROOOOOO!" ของ มาร์ติน ไทเลอร์ ที่กลายเป็นเสียงประกอบหน้าประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ทรงพลังที่สุดตลอดกาล
ประตูนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนขั้วอำนาจลูกหนังเมืองผู้ดีอย่างแท้จริง
จากสโมสรที่ถูกสบประมาทว่าเป็นแค่ "เพื่อนบ้านผู้น่ารำคาญ" แมนซิตี้ ได้ก้าวข้ามกำแพงความกลัวและสถาปนาตัวเองเป็นมหาอำนาจที่คว้าแชมป์ลีกล่าสุดถึง 4 จาก 5 ปีหลังสุด
93:20 ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบอกเวลา แต่มันคือสัญลักษณ์ของความเชื่อที่ว่า "ตราบใดที่นกหวีดยังไม่ดัง... ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ"
-ตัน กวาร์ดิโอล่า-