"ดูจากผลงานที่ออกมา มันก็น่าจะเป็นแบบนั้น" นี่คือประโยคที่เจ็บปวดที่สุดจากปากของ เลียม โรซีเนียร์ ในการแถลงข่าวครั้งสุดท้ายหลังความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปต่อ ไบรท์ตัน 0-3
คำยอมรับเรื่องรอยร้าวระหว่างเขากับลูกทีม คือเครื่องยืนยันว่าการเดิมพันครั้งใหญ่ของ BlueCo กลุ่มทุนเจ้าของทีมได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์
บทความนี้จะพาไปดูว่าทำไมกุนซือที่ฉลาดและมีไอเดียทันสมัยคนนี้ ถึงถูกลิขิตให้ล้มเหลวตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาสู่สโมสรเชลซี
เมื่อความเก่งอย่างเดียวไม่พอในฟุตบอลระดับสูง
สโมสรที่มีความคาดหวังสูงเสียดฟ้าอย่าง เชลซี อำนาจบารมีคือกุญแจสำคัญ
โรซีเนียร์ อาจเป็นคนที่ชาญฉลาด มีแทคติกที่ก้าวหน้า และกล้าหาญในการปรับใช้แผนการเล่นในเกมสำคัญ แต่ความจริงที่น่าเศร้าคือ แผนการที่ยอดเยี่ยมจะไร้ความหมายทันทีหากนักเตะภายใต้การปกครองไม่เชื่อถือในตัวผู้จัดการทีม
ปัญหาของ โรซีเนียร์ ถูกกำหนัดไว้ตั้งแต่ตอนเขาได้รับการแต่งตั้ง เขาไม่มีต้นทุนใด ๆ มาแสดงให้ลูกทีมเห็นว่าเขามีบารมีพอจะคุมทีมระดับนี้ หากเทียบกับกุนซือคนก่อนอย่าง เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่ถึงแม้จะมีประสบการณ์ไม่มาก แต่เขาก็พกดีกรีการพา เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้น และการเป็นศิษย์ก้นกุฏิของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาเป็นเกราะป้องกัน
หรือหากเทียบกับตำนานอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด หรือ ไมเคิ่ล คาร์ราิค ที่ แมนยูไนเต็ด ทั้งคู่ก็มีชื่อเสียงในฐานะนักเตะชั้นนำที่สร้างความเคารพได้ทันทีที่เดินเข้าห้องแต่งตัว
แต่สำหรับ โรซีเนียร์ ไม่มีสิ่งเหล่านี้เลย
"Mr. BlueCo" และฟางเส้นสุดท้ายที่ชื่อ UCL
สิ่งที่ โรซีเนียร์ มีที่ เชลซี คือข้อเท็จจริงที่ว่าเขาถูกจ้างโดยกลุ่มทุน BlueCo
รากฐานที่อ่อนแออยู่แล้วเริ่มสั่นคลอนหนักขึ้นเมื่อทีมตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยน้ำมือของ เปแอสเช ซึ่งหลังจบเกมนั้น แข้งระดับสตาร์อย่าง เอนโซ่ เฟอร์นันเดซ และ มาร์ก กูกูเรญ่า ถึงกับออกมาตั้งคำถามผ่านสื่อถึงการตัดสินใจของเจ้าของทีมและฝ่ายบริหารฝ่ายกีฬา
ภาพลักษณ์การเป็นเด็กสร้างของ BlueCo ไม่ได้ช่วยให้เขาได้รับความรักจากสาวกสิงห์บลูส์เลย
แม้ช่วงแรกที่ชนะจะมีการร้องเพลงเชียร์ชื่อเขาบ้าง แต่ความใกล้ชิดระหว่างเขากับกลุ่มเจ้าของทีมที่แฟนบอลไม่นิยมชมชอบ ทำให้ความเชื่อมั่นลดฮวบลงทันทีที่ผลการแข่งขันเปลี่ยนไป
เสียงตะโกนด่าทอจากแฟนบอลทีมเยือนที่ อเม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา จึงเป็นสัญญาณที่บอกว่าทุกอย่างจบลงแล้ว
ความรับผิดชอบที่ BlueCo ปัดไม่ได้
เรื่องที่เกิดขึ้น มันไม่สามารถโทษ โรซีเนียร์ ได้ทั้งหมดที่เขารับงานนี้
เพราะไม่ว่ากุนซือคนไหนก็คงยากที่จะปฏิเสธโอกาสจาก เชลซี แต่ความรับผิดชอบที่ทำให้เขาต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นไปไม่ได้นี้ ตกอยู่ที่ BlueCo และฝ่ายบริหารฝ่ายกีฬาของ เชลซี แบบเต็ม ๆ
เบห์ดัด เอ็กบาลี่ เจ้าของร่วมเคยกล่าวว่าการเห็น โรซีเนียร์ ทำงานที่ สตราส์บูร์ก มา 18 เดือน ทำให้พวกเขารู้ว่าจะได้อะไรจากการจ้างเขา
อย่างไรก็ตาม มันช่างน่าตลกที่บอร์ดบริหารมองไม่ออกว่าการเซ็นสัญญายาวถึง 6 ปีครึ่ง ไม่สามารถมอบอำนาจบารมีให้เขาได้เท่ากับความสำเร็จและประสบการณ์
และการพยายามเปลี่ยนแทคติกของทีมอย่างกะทันหันไปสู่ระบบ Man-to-man ที่ใช้พลังงานสูง ก็กลายเป็นหายนะที่ทำให้โครงสร้างเกมรับพังทลายจนเสียประตูแบบตลก ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า
บทเรียนราคาแพงที่ยังไม่ถูกจดจำ
การเดิมพันของ Blue Co กับศักยภาพของ โรซีเนียร์ อาจจะเป็นเรื่องที่เร็วไปมากกว่าผิดคน
เพราะ โรซีเนียร์ ยังมีเวลาพิสูจน์ตัวเองที่อื่นอีกมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ บอร์ดบริหารเชลซี เลือกที่จะเดิมพันกับความคิดของตัวเองโดยไม่สนใจขนบธรรมเนียมและสัจธรรมของฟุตบอลระดับโลก
บทเรียนจากความล้มเหลวของ แกรม พอตเตอร์ ในปีแรกของโปรเจกต์ควรจะเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนใจพวกเขา แต่การที่เรื่องราวเดิม ๆ มาฉายซ้ำในปีที่ 4 ของโปรเจคต์ คือสิ่งที่น่าตกใจอย่างยิ่ง
เชลซี กำลังก้าวเข้าสู่ซัมเมอร์แห่งการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพื่อค้นหาผู้จัดการทีมถาวรรายที่ 5 ในรอบ 4 ปี
หากบอร์ดบริหารต้องการแก้ไขวิกฤตศรัทธาที่เกิดขึ้นกับทั้งแฟนบอลและนักเตะ พวกเขาต้องเลิกเลือกคนที่ตัวเองชอบและหันมาเลือกคนที่ทุกคนสามารถเชื่อถือได้อย่างแท้จริง
HOSSALONSO