เชลซี แถลงปลด เลียม โรซีเนียร์ พ้นตำแหน่งเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เซ่นผลงานสุดย่ำแย่ตลอดระยะเวลา 106 วันที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อแพ้รวด 5 เกมติดต่อกันในลีก และยิงประตูไม่ได้เลย พร้อมแต่งตั้ง คาลั่ม แม็คฟาร์เลน คุมทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาล
เชลซี แถลงการณ์ยืนยันสั่งปลด เลียม โรซีเนียร์ ผู้จัดการทีมคนหนุ่มออกจากตำแหน่งเรียบร้อยแล้วเมื่อวันพุธที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เซ่นผลงานน่าผิดหวังน่าผิดหวังนับตั้งแต่เข้ามากุมบังเหียน พร้อมแต่งตั้ง คัลลั่ม แม็คฟาร์เลน รับหน้าที่กุนซือชั่วคราวไปจนจบฤดูกาล
โรซีเนียม ได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาทำหน้าที่นายใหญ่แห่งถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ พร้อมกับเซ็นสัญญายาว 5 ปีครึ่ง และมีออปชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปีเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา แทนที่ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่โดนสั่งเด้งเมื่อช่วงวันปีใหม่
อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาไม่ถึง 4 เดือนผลงานของเขาน่าผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง โดยเกมล่าสุดแพ้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน แบบหมดรูป 0-3 และกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายเพราะ โรซีเนียร์ ทำทีมแพ้ติดต่อกัน 5 เกมในลีกและยิงประตูไม่ได้เลย ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 114 ปีของสโมสร
บทสรุปสุดท้าย โรซีเนียร์ ทำงานให้กับทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" เพียงแค่ 23 เกมเท่านั้น โดยสโมสรตัดสินใจแต่งตั้ง แม็คฟาร์เลน เข้ามารับหน้าที่กุนซือขัดตาทัพไปจนกระทั่งจบฤดูกาลนี้
แถลงการณ์ของ เชลซี ระบุว่า "วันนี้สโมสรฟุตบอลเชลซีได้แยกทางกับ เลียม โรซีเนียร์ เฮดโค้ชเรียบร้อยแล้ว ในนามของทุกคนที่สโมสรเชลซี เราขอแสดงความขอบคุณต่อเลียมและทีมงานของเขาสำหรับความทุ่มเททั้งหมดตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับสโมสร"
" เลียมได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความเป็นมืออาชีพอย่างสูงสุดมาโดยตลอด นับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งในช่วงกลางฤดูกาล นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายเลยสำหรับสโมสร อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันและฟอร์มการเล่นในช่วงหลังต่ำกว่ามาตรฐานที่จำเป็น ทั้งที่ฤดูกาลนี้ยังมีอีกหลายอย่างให้ต้องลุ้นต่อไป"
"ทุกคนที่สโมสรเชลซี ขออวยพรให้ เลียม ประสบความสำเร็จในอนาคต ขณะเดียวกัน คาลั่ม แม็คฟาร์เลน จะเข้ารับหน้าที่คุมทีมในฐานะเฮดโค้ชชั่วคราวไปจนจบฤดูกาล โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมสตาฟฟ์ของสโมสรที่มีอยู่เดิม"
"ขณะที่เรามุ่งมั่นที่จะคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป และเดินหน้าทำผลงานใน เอฟเอ คัพ ต่อไป ในระหว่างที่สโมสรกำลังดำเนินการสร้างความมั่นคงในตำแหน่งเฮดโค้ช เราจะมีการทบทวนและประเมินตัวเอง เพื่อให้สามารถแต่งตั้งผู้ที่เหมาะสมในระยะยาวได้อย่างถูกต้อง" แถลงการณ์ฉบับเดิม ระบุ