แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยับแซง อาร์เซน่อล ขึ้นเป็นเต็งหนึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีก 2025/26 แล้ว..
ก่อนเตะที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอาทิตย์ ทีมปืนใหญ่ยังเป็นเต็งหนึ่งด้วยอัตรา 8/11 ขณะที่ซิตี้เป็นเต็งสองที่เรต 7/5
หลังจบเกม เรือใบสีฟ้าแซงขึ้นมาเป็นเต็งหนึ่งที่อัตรา 8/11 แทน ดีดทีมปืนใหญ่หล่นไปเป็นเต็งสองที่ราคา 13/10
แม้ในความเป็นจริง สามคะแนนในเกมตกค้างจะยังไม่ได้อยู่ในมือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยพวกเขายังต้องเก็บมันให้ได้เพื่อขยับคะแนนขึ้นไปเท่ากัน แต่ในมุมมองของบริษัทรับพนันถูกกฎหมายทั้งหลายแล้ว นี่คือการบ่งบอกชัดเจนว่าความไว้วางใจที่มีต่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และทีมของเขานั้นอยู่ในระดับที่ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ
ถ้าเราจะลองย้อนกลับไปทบทวนความรู้สึกที่เคยเกิดขึ้นอีกครั้ง จะพบว่านี่คือฤดูกาลที่อารมณ์ปรวนแปรและความเชื่อมั่นสวิงไปมาอย่างโลดโผนที่สุดฤดูกาลหนึ่งเลยนะครับ
ไม่ต้องถอยกลับไปไกล.. เอาแค่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาก็พอ
เดือนกุมภาพันธ์ที่อาร์เซน่อลสะดุดเสมอ เบรนท์ฟอร์ด กับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แล้ว แมนฯ ซิตี้ ไม่พลาดชนะได้ทั้ง ฟูแล่ม และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จนไล่ตามมาเหลือแค่ 5 แต้ม กลับมากุมชะตากรรมไว้ในมือตัวเองคือถ้าชนะทุกเกมที่เหลืออยู่จะเป็นแชมป์ทันที
ตอนนั้นหลายคนบอกว่าซิตี้มาแล้ว อาร์เซน่อลแกว่งแล้ว การชิงชัยอาจจะจบแล้ว
กระทั่งแฟนทีมปืนใหญ่เองหลายคนก็ท้อแท้ ยกธงขาวยอมแพ้แล้ว
แต่หลังจากนั้นอาร์เซน่อลผ่านเกมยาก ๆ ได้หมดทั้งเยือนสเปอร์ส เยือนไบรท์ตัน เจอเชลซี เจอเอฟเวอร์ตัน ขณะที่ซิตี้ไปสะดุดเสมอ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ช่วงก่อนพักเบรกทีมชาติเดือนที่แล้ว ทิศทางลมก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง
คราวนี้ความรู้สึกชัดเจนยิ่งกว่าเดิมคือพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้จบแล้วจริง ๆ เพราะจากที่ถูกไล่มาเหลือ 5 แต้ม อาร์เซน่อลฉีกหนีไปเป็น 7 และเป็น 9 คะแนน
แทบไม่มีใครเชื่อว่าซิตี้จะกลับมาได้อีกแล้ว แม้จะมีโปรแกรมเจอกันที่เอติฮัด สเตเดี้ยมก็ตาม ด้วยช่องว่างนั้นห่างกันเกินไป
แต่ก็นั่นล่ะครับ ฟุตบอลลีกระบบชนะได้ 3 คะแนน สถานการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วมากเพียงการชนะ-แพ้แค่ไม่กี่นัด
จาก 9 คะแนนที่ดูเหมือนไกลเกินกว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลง อาร์เซน่อลพลาดแพ้บอร์นมัธคาบ้านทีเดียวทุกอย่างกระเด้งกลับเหมือนติดสปริง
ซิตี้ที่เคยกุมชะตากรรมตัวเองอยู่ในมือ แล้วปล่อยหลุดจนต้องยืมจมูกทีมอื่นหายใจ ชะตากรรมนั้นถูกจับยัดกลับใส่มือพวกเขาอีกครั้ง
และถึงตรงนี้ ซิตี้ยังไม่พลาดอีกเลย เก็บเชลซีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไล่จาก 9 เหลือ 6 บดอาร์เซน่อลที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ลดจาก 6 เหลือ 3 พร้อมเกมในมืออีกนัด
คืนวันพุธนี้ถ้าบุกชนะเบิร์นลี่ย์ในเกมที่เลื่อนขึ้นมาจากสุดสัปดาห์เพราะติดคิวเตะเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศได้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้จะขึ้นไปยึดตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกมเปิดฤดูกาล
ชนะประตูเดียว เป็นจ่าฝูงด้วยประตูได้
ชนะเกินหนึ่งประตู เป็นจ่าฝูงด้วยผลต่างประตูได้เสีย
เอาเข้าจริงแล้วสำหรับอาร์เซน่อล พวกเขายังไม่ได้เสียเปรียบแมนฯ ซิตี้เลย ต่อให้ซิตี้ชนะเบิร์นลี่ย์ดีดพวกเขาหล่นจากตำแหน่งจ่าฝูงได้ ชะตากรรมก็ยังอยู่ในมือของพวกเขาอยู่ดี เพราะคะแนนของทั้ง 2 ทีมเท่ากัน
ซิตี้ไม่ได้แซงด้วยแต้ม แต่แค่นำเพราะประตูได้เสีย
นั่นหมายความว่าถ้าทั้งแมนฯ ซิตี้และอาร์เซน่อลชนะรวดในทุกเกมที่เหลืออยู่ พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จะตัดสินแชมป์ด้วยผลต่างประตูได้เสีย ใครทำได้ดีกว่าก็เอาแชมป์ไป
แน่นอนครับ โมเมนตัมเวลานี้เหมือนจะเหวี่ยงไปทางฝั่งซิตี้ ถ้าจะมีทีมใดที่แกว่งหรือเป๋ มันน่าจะเป็นทีมปืนใหญ่มากกว่า
ซิตี้กำลังเข้าเบรก ยิ่งเจอทีมที่ลงตัวได้ 11 ตัวจริงชัดเจนอย่างนี้ด้วยแล้ว ความโหดร้ายในแบบที่ว่าชนะรวดทุกเกมที่เหลือในมือได้คือสิ่งที่ไม่เกินเลย
คำถามเกิดขึ้นกับอาร์เซน่อลหนักหน่วงกว่า ยืนตรงนี้เวลานี้เราคงมองไม่เห็นหรอกว่าพวกเขาจะกลับไปมีแรงเหวี่ยงให้ตัวเองกลับมาอยู่เหนือกว่าซิตี้ได้อย่างไร
แต่มีอะไรแน่นอนบ้างในโลกของฟุตบอล..
มันก็เหมือนความรู้สึกของหลาย ๆ คนตอนที่อาร์เซน่อลสะดุดเสมอเบรนท์ฟอร์ดกับวูล์ฟแฮมป์ตันแล้วคิดว่าแมนฯ ซิตี้มาแน่ หรือตอนที่ซิตี้หกล้มเสมอฟอเรสต์กับเวสต์แฮมจนเชื่อว่าพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ตัดสินแชมป์กันแล้ว
ไม่มีใครรู้อนาคต ระหว่างทางอาจมีอะไรไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกก็ได้
เพราะมันยังเหลือเกมที่ทำให้สถานการณ์พลิกผันได้อีกถึง 11 เกม ของซิตี้ 6 เกม ของอาร์เซน่อล 5 เกม อย่าว่าแต่แต้มเบียดกันขนาดนี้ เสียท่าแค่เกมเดียวอาจเสียหายถึงเสียแชมป์
กระทั่งเกมที่ดูเหมือนง่ายที่สุดอาจจะเป็นเกมที่อันตรายที่สุดก็ได้ อย่างที่อาร์เซน่อลเคยเสียหลักกับวูล์ฟส์ กับฟอเรสต์ กับซันเดอร์แลนด์ กับเบรนท์ฟอร์ด หรือที่แมนฯ ซิตี้ต้องเสียแต้มให้ไบรท์ตัน ให้ซันเดอร์แลนด์ ให้เวสต์แฮม ให้สเปอร์ส
แน่นอนครับ เวลานี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงขึ้นมาเป็นเต็งหนึ่ง และถ้าเก็บชัยชนะที่เทิร์ฟ มัวร์วันพุธนี้ได้ พวกเขาก็จะยิ่งเป็นตัวเต็งที่ชัดเจนขึ้นไปอีก อัตราจ่ายน้อยลงไปอีก
แต่มันยังไม่จบหรอกครับ ยังไม่จบแน่ ๆ สำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
โจทย์ของอาร์เซน่อลคือพวกเขาต้องกลับมาพิสูจน์ตัวเองให้ได้อีกครั้งเหมือนที่เคยทำหลังจากหลุดเสมอเบรนท์ฟอร์ดกับวูล์ฟแฮมป์ตัน
ทำให้ดีที่สุด ชนะรวดให้ได้ใน 5 เกมที่เหลือ แล้วมาวัดประตูได้เสียกันในกรณีที่ซิตี้เองก็ชนะรวดได้ตามคาด
โจทย์ของซิตี้เองก็เช่นกัน เวลานี้ความเชื่อมั่นของผู้คนอยู่กับคุณ ประสบการณ์อันโชกโชนอยู่กับคุณ ฟอร์มที่กำลังเข้าฝักก็ยังอยู่กับคุณ
แต่คุณก็ต้องไม่ทำมันหลุดมือไปอีกด้วยในโอกาสที่ 2 นี้ เพราะไม่อย่างนั้น คุณอาจไม่ได้รับโอกาสจากอาร์เซน่อลอีกเป็นครั้งที่ 3
ชัยชนะสีฟ้าที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ทำให้พรีเมียร์ลีก 2025/26 ร้อนระอุขึ้นมาอีกเยอะเลยล่ะครับ
----------
โปรแกรมที่เหลือของทั้ง 2 ทีม
-อาร์เซน่อล (33 นัด 70 คะแนน)
ส. 25 เม.ย. นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (เหย้า)
ส. 2 พ.ค. ฟูแล่ม (เหย้า)
อา. 10 พ.ค. เวสต์แฮม (เยือน)
อา. 17 พ.ค. เบิร์นลี่ย์ (เหย้า)
อา. 24 พ.ค. คริสตัล พาเลซ (เยือน)
-แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (32 นัด 67 คะแนน)
พ. 22 เม.ย. เบิร์นลี่ย์ (เยือน)
จ. 4 พ.ค. เอฟเวอร์ตัน (เยือน)
ส. 9 พ.ค. เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า)
*อา. 17 พ.ค. บอร์นมัธ (เยือน)
**หากำหนดเตะ คริสตัล พาเลซ (เหย้า)
อา. 24 พ.ค. แอสตัน วิลล่า (เหย้า)
*ต้องหาวันเตะใหม่ในกรณีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เข้าชิงเอฟเอ คัพ
ตังกุย