"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านทุบ "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล ในศึกชี้ชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีก ทำให้ช่องว่างคะแนนเหลือเพียง 3 แต้มแถมซิตี้แข่งน้อยกว่า โดยเกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า โดนวิจารณ์ยับเรื่องการจัดตัวและการแก้เกมที่ "ไม่สุดสักทาง" ขณะที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โชว์ความนิ่งพาทีมเก็บชัยด้วยฟอร์มที่เหนือกว่าทุกกระบวนท่า ตอกย้ำภาพลักษณ์ทีมลุ้นแชมป์ที่จิตใจแกร่งกว่าเห็นๆ!
ศึกอภิพญามหายุทธระหว่าง แมนซิตี้ กับ อาร์เซน่อล ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ชัยชนะตกเป็นของเจ้าถิ่นตามคาด และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากจะบอก
1. พลพรรคเรือใบสีฟ้าเล่นได้อย่างเหมาะสมกับการเป็นผู้ชนะมากกว่าตามฟอร์มนะครับ
คือครองบอลบุกมากกว่า หาโอกาสทำลายตาข่ายได้มากกว่า และที่สำคัญคือมีทีเด็ดทีขาดที่มากกว่าชัดเจน
2. เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพิ่งมาค้นพบทีมที่ลงตัวที่สุดในช่วงท้ายฤดูกาลพลางใช้ทีมชุดเดิมอย่างต่อเนื่อง
รายาน แชร์กี เป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ลีลาแพรวพราวเหลือเกิน ปีก 2 ข้างอย่าง เฌเรมี่ โดกู กับ อองตวน เซเมนโย่ ก็จัดจ้าน ขณะที่ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ คือหน้าเป้าที่อันตรายอยู่แล้ว
นอกจากนี้ 'ฟูลแบ็ค' ทั้ง 2 ข้างยังสามารถสอดเข้าไปเป็น 'ตัวพิเศษ' ในกรอบเขตโทษได้อีกตะหาก
ว่าแล้วเกมรุกจึงดุดันและหลากหลายยิ่งนัก
3. ฟอร์มหลังของ อาร์เซน่อล เข้าขั้นฝืดเคืองจนมีเสียงดังเอี๊ยดๆ เลยทีเดียว
เกมรุกตื้อๆ ตันๆ เกมรับก็ไม่เหนียวแน่นเหมือนเดิม แถมนับตั้งแต่พ่ายศึกที่ เวมบลี่ย์ ในนัดชิงฯ ลีก คัพ สภาพจิตใจของพวกเขาก็ตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างจงหนักจนออกอาการเกร็งทุกนัด
ทีเด็ดจากลูกตั้งเตะก็ไม่สัมฤทธิ์ผลเหมือนเก่า
ก่อนเยือน อีสต์แลนด์ส ไอ้ปืนโตเอาชนะคู่แข่งได้แค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 5 นัดล่าสุดในทุกรายการ
มิเกล อาร์เตต้า เลยลองเปลี่ยนแปลงทีมด้วยการส่ง ไค ฮาแวร์ตซ์ มาเล่นเป็นหน้าเป้าแทน วิคตอร์ เยอเคเรส แล้วใส่ เอเบเรชี่ เอเซ่ เป็น 'หน้าซ้าย' รวมถึงปรับฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้าง
4. โจทย์ของ อาร์เซน่อล ในเกมนี้คือต้องไม่แพ้ และเพียงแค่ควักผลเสมอกลับออกมาได้สำเร็จ พวกเขาก็จะกุมความได้เปรียบเอาไว้ในมือ
ทว่าสิ่งที่เห็นจากทีมสีหนาทปืนใหญ่คือการเล่นแบบไม่ไปสักทาง !!!
คือจะอุดก็ไม่อุด ถ้าคิดจะไม่แพ้ มึงก็เอารถบัสมาจอดขวางไปเลย นึกออกไหมครับ
ครั้นจะบุกก็ไม่กล้าบุกแบบเต็มตัว เกมมันเลยออกมาครึ่งๆ กลางๆ พอๆ กับกล้าๆ กลัวๆ
ตอนถูกนำ 2-1 ซ้ำรูปเกมที่ยังเป็นรอง มันต้องบ้าบิ่นที่จะเล่นแบบไม่มีอะไรจะเสียแล้ว
อนิจจัง...กว่าหัวหอกอย่าง วิคตอร์ เยอเคเรส จะถูกส่งลงมาเสริมเกมรุกก็ปาเข้าไปนาทีที่ 84
5. จริงๆ ผมมองว่า แมนซิตี้ เองก็เล่นแบบเกรงใจผู้มาเยือนอยู่ในที และแอบสังเกตเห็นความกดดันอยู่เหมือนกันนะครับ
แต่สิ่งที่ทีมสีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์เหนือกว่าอันนำมาซึ่งชัยชนะ คือสภาพจิตใจของผู้เล่น
และคุณภาพของผู้จัดการทีม
สิ่งที่บังเกิดขึ้นบนฟลอร์หญ้า มันแสดงให้เห็นว่า...
มิเกล อาร์เตต้า ยังห่างชั้นจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อยู่หลายช่วงตัว !!!