จานนี อินฟานติโน่ ประธาน ฟีฟ่า กล่าวขอโทษต่อสาธารณะ หลังแผนจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อบริหารสิทธิ์เชิงพาณิชย์และเปิดขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ ฟุตบอลโลก ถูกวิจารณ์หนัก ยืนยันไม่ลาออก พร้อมได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหาร ขณะที่ฟีฟ่าประกาศตั้งคณะตรวจสอบกระบวนการทั้งหมด
จานนี อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กล่าวขอโทษต่อสาธารณะเป็นกรณีพิเศษ หลังแผนจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อบริหารสิทธิ์เชิงพาณิชย์ขององค์กร และเปิดขายหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ ฟุตบอลโลก ถูกต่อต้านอย่างหนัก จนต้องยุติแนวคิดดังกล่าว
ภายหลังการประชุมฉุกเฉินที่สำนักงานใหญ่ของ สมาพันธ์ฟุตบอลแอฟริกา ในประเทศโมร็อกโก อินฟานติโน่ ยอมรับว่า "มีข้อผิดพลาด" เกิดขึ้นในกระบวนการผลักดันโครงการ FIFA Football Events (FFE) ซึ่งถูกวางให้เป็นบริษัทย่อยสำหรับดูแลสิทธิ์เชิงพาณิชย์ของฟีฟ่า
รายงานระบุว่า อินฟานติโน่ เสนอให้จัดตั้ง FFE พร้อมเสนอเงินสนับสนุนแก่ชาติสมาชิกฟีฟ่ารายละ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการสนับสนุนโครงการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังข้อมูลรั่วไหลสู่สื่อเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ประธานฟีฟ่ายอมรับว่าควรดำเนินการด้วยความโปร่งใสมากกว่านี้ พร้อมกล่าวขอโทษที่ทำให้หลายชาติสมาชิกรู้สึกถูกกันออกจากกระบวนการตัดสินใจ
แผนดังกล่าวถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดย หลุยส์ ฟิโก้ อดีตดาวเตะชื่อดังออกมาตำหนิอย่างเปิดเผย ขณะที่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา ระบุว่าไม่มีความเชื่อมั่นในตัว อินฟานติโน่ อีกต่อไป ส่วน ยูฟ่า ถึงขั้นขู่ว่าจะคว่ำบาตรการแข่งขันฟุตบอลโลก
แม้เผชิญแรงกดดันและเสียงเรียกร้องให้ลาออก แต่ อินฟานติโน่ ยืนยันว่าจะไม่ก้าวลงจากตำแหน่ง และได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากคณะกรรมการบริหารของฟีฟ่า
ด้าน ฟีฟ่า แถลงว่าจะตั้งคณะตรวจสอบและทบทวนกระบวนการทั้งหมด พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้มีการโจมตีความน่าเชื่อถือและความซื่อสัตย์ขององค์กรอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน อินฟานติโน่ ยังคงมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งประธานฟีฟ่าสมัยต่อไป ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือน มีนาคม 2026