ถ้วยแรกผียุคเทน ฮาก

วินาทีที่ขุนพลแมนฯยูไนเต็ดทยอยก้าวขึ้นบันไดไปรับถ้วยในชั้นสองของเมกกะเวมบลีย์ซึ่งก็มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าของหลายๆคนแต่ก็มีใครบางคนที่มาอย่างสุขุม เขาก้มหน้าตอนที่กำลังผ่านกล้องหลายตัวที่ดักรออยู่ด้วยความเขินอาย

ในความสำเร็จกับถ้วยใบแรกรอบกว่า6ปีก็ย่อมชี้นิ้วไปได้ว่าเพราะการมาของกาซิเมโร่ช่วยทำให้แดนกลางแน่นขึ้นทั้งรับและรุก, การที่แผงหลังได้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่ลงตัวอย่างราฟาเอล วารานกับลิซานโดร มาร์ติเนซรวมถึงฟอร์มอันร้อนแรงเกินห้ามใจจากมาร์คัส แรชฟอร์ด

ถูกต้องครับ ทั้งหมดล้วนเป็นเหตุผลที่ส่งเสริมกัน

อย่างไรก็ตามเครดิตใหญ่ทั้งหมดต้องเทให้เอริค เทน ฮากคนเดียว คนที่ตอนต้นซีซั่นเคยแบกความกดดันอย่างหนักหลังทีมออกสตาร์ทแพ้รวดสองเกมรวดโดยเสียไปถึง 6 ลูกให้ไบร์ทตันกับเบรนท์ฟอร์ด

ตอนนั้นปีศาจแดงก็ดูจมอยู่ในวังวนเดิมๆซึ่งเมื่อมองย้อนไปก็ถือว่านั่นแหละที่เป็นจุดเปลี่ยนของพวกเขา จากที่สะเปะสะปะก็เล่นแบบมีจุดหมาย, จากที่เคยแพ้ง่ายๆก็แพ้ยากขึ้น, จากที่เป็นทีมอ่อนด้อยเรื่องวินัยก็กลายว่าทีมสปิริตนี่แหละเป็นจุดแข็งและจากที่ดูไร้ความหวังก็กลายมีประกายของความหวังส่องออกมา

ว่าไปในนัดชิงคาราบาว คัพกับนิวคาสเซิ่ลก็เหมือนเป็นกระจกที่สะท้อนถึงทีมของเทน ฮากชัดเจนที่สุด

เอาจากการจัดตัวก่อนโดยเขาเลือกอันโตนี่ตัวจริงในตำแหน่งกราบขวา เหตุผลก็ไม่ซับซ้อนเลยเนื่องจากเอาไว้เจาะใส่แดน เบิร์น แบ็กซ้ายของนิวคาสเซิ่ล ในช่วงต้นเกมก็เป็นทีมสาลิกาที่ก็ตั้งเป้าจะเอาโทรฟี่แรกในรอบ54ปีกลับไปตั้งตู้โชว์ให้ได้ดูเหนือกว่า แน่นอนด้วยเสียงเชียร์ที่ดังกับแพสชั่นของพวกทูน อาร์มี่ส์ที่ขนมาลอนดอนหลายหมื่นชีวิตแต่ในอีกทางก็แสดงถึงคาแรกเตอร์ของทีมที่จะประสบความสำเร็จที่ชื่อแมนฯยูไนเต็ด

ในโอกาสทั้งหมด15ครั้งก็มีเพียง 2 หนเท่านั้นที่เข้ากรอบสำหรับขุนพลจากนอร์ธอีสต์ นั่นมาจากว่าแนวรับทั้งหมดช่วยกันได้ยอดเยี่ยม ไหนจะกาซิเมโร่กับเฟร็ดด้วยที่ขยันมาช่วยปิดพื้นที่ในเขตโทษตัวเอง

ผู้เล่นที่อันตรายสุดของนิวคาสเซิ่ลอย่างอแล็ง เซนต์ แม็กซิแม็งถึงจะดูวูบวาบแต่ในจังหวะสุดท้ายที่จะเปลี่ยนจากโอกาสให้เป็นประตูก็ไม่เกิดขึ้น

ทางตรงกันข้ามเลยที่ลูกเซตพีซในนาที33ของเกมก็ทำให้เสียงโห่ร้องจากเหล่าเร้ด อาร์มี่ส์แผดลั่นขึ้น ลูกนี้ถือว่าเบสิคเหลือเกิน เปิดโดยลุค ชอวไปให้กาซิเมโร่เทกตัวขวิดเข้าไป ทว่าแน่นอนมันก็ไม่มีทางจะเป็นประตูลองปราศจากการซักซ้อมให้เข้าใจกัน

เทน ฮากเป็นโค้ชที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด มันไม่ใช่แค่ว่าเขากล้าที่จะดร็อปคริสเตียโน่ โรนัลโด้รวมถึงยอมให้ย้ายออกในเวลาต่อมา ก็อย่างเมื่อวันอาทิตย์ที่ตอนพักครึ่งก็ส่งอาร่อน วาน บิสซาก้าแทนดีโอโก้ ดาโล่ต์ทันที ก็ฟูลแบ็กทีมชาติโปรตุเกสโดนเหลืองติดตัวมาแล้ว 

นอกจากนั้นต่อให้สกอร์นำไปสองลูกก็คงลุกมาตะโกนสั่งการลูกทีมอยู่ต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงกลางของครึ่งหลังที่รูปเกมเอียงไปทางนิวคาสเซิ่ลตลอด

ใครที่ไม่ได้ดูเกมพอเห็นสถิติที่ว่าแมนฯยูไนเต็ดครองบอล39%ก็อาจคิดได้ว่าพวกเขาโชคดีที่ได้แชมป์ 

เปล่าเลย ทุกอย่างมาจากการวางแผนและการที่เข้าใจว่าในฟุตบอลนั้นมันเปล่าประโยชน์ที่จะมาใช้ตัวเลขอ้างอิง มันอยู่ที่ว่าใครกันเฉียบขาดกว่ากันยามที่มีโอกาส

ท้ายเกมที่เทน ฮากเปลี่ยนแม็กไกวร์ลงแทนแรชฟอร์ด พิจารณาผิวเผินก็เป็นแท็กติกเน้นเกมรับขึ้นแต่อีกมุมเป็นเรื่องจิตวิทยาที่เจ้าตัวอยากให้กัปตันทีมได้ไปสัมผัสเกมเพื่อได้เดินนำหน้าไปร่วมกับบรูโน่รับถ้วย

นานแล้วที่บทเพลง"Glory Glory Man United"ไม่ได้ดังอย่างนี้

ก็อาจจะไม่มีฉากตอนไหนเป็นบทสรุปของถ้วยแรกกับยุคใหม่ของสโมสรแชมเปี้ยน20สมัยเท่ากับหลังเกมในห้องเพรสซึ่งเทน ฮากเดินเข้ามาพร้อมถือถ้วยคาราบาว คัพติดมือมาตั้งด้วย เจตนาที่เขาอยากสื่อสารให้ทุกคนรับรู้ก็คือถึงคุณค่าของทุกๆโทรฟี่

"จะถ้วยไหนก็มีความหมายสำหรับผม นี่เป็นถ้วยแรกและผมก็มองไปยังเกมต่อไปเรียบร้อย ผมหวังว่าเราจะไม่ได้สิ้นสุดแค่ถ้วยนี้"กุนซือชาวดัตช์ได้กล่าวไว้ในเพรส คอนเฟอเรนซ์

ถึงจะด่วนใจเร็วไปที่จะบอกว่ายุคยิ่งใหญ่ของผีกลับมาแล้ว

แต่สิ่งหนึ่งที่พูดได้ก็คือร่องรอยของพัฒนาการภายใต้เทน ฮากที่ย่อมจะไม่หยุดเพียงเท่านี้...


                        "ไก่ป่า"


ที่มาของภาพ : gettyimages
BY : ไก่ป่า
เอกราช นิติสุทธิ์สกุล
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport