เจาะลึกโปรไฟล์ เอ็นรีเก้ ริเกลเม่ ผู้ท้าชิงเก้าอี้ประธานเรอัล มาดริด 2026
ในอาณาจักรของ เรอัล มาดริด ตำแหน่ง "ประธานสโมสร" ไม่ใช่แค่หัวเรือใหญ่ในการบริหารธุรกิจ แต่มันคือตำแหน่งที่ใกล้เคียงกับคำว่า "ราชา" มากที่สุดในโลกกีฬา
และตลอด 20 ปีที่ผ่านมา บัลลังก์นี้ถูกครอบครองโดยชายชื่อ ฟลอเรนติน่า เปเรซ ผู้เนรมิตยุคสมัย "กาลาคติกอส" พร้อมคว้าถ้วยแชมป์ยุโรปจนนับไม่ถ้วน
แต่ในการเลือกตั้งประธานสโมสรปี 2026 นี้ ท่ามกลางกระแสความเบื่อหน่ายในอำนาจเก่าที่เริ่มหนาหูหลังจากทีมต้องเผชิญกับฤดูกาลที่ไร้ความสำเร็จติดกันถึง 2 ปี
ชายหนุ่มวัย 37 ปี นามว่า เอ็นรีเก้ ริเกลเม่ ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมคำประกาศว่า "สโมสรแห่งนี้ต้องกลับมาเป็นของสมาชิกอย่างแท้จริง"
ติดตามเรื่องราวของนักธุรกิจหนุ่มผู้รวยระดับพันล้านจากอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ที่ขอเอาเครดิตและทรัพย์สินมหาศาลมาวางเป็นเดิมพัน เพื่อท้าทายระบบที่ถูกสร้างขึ้นโดย "ปู่เปเรซ"
พร้อมกันที่ SIAMSPORT
จากเด็กหนุ่มแห่งเมืองค็อกซ์ สู่เจ้าพ่อพลังงานหมุนเวียน
หากจะเข้าใจว่าทำไม ริเกลเม่ ถึงกล้าท้าชน เปเรซ?
เราคงต้องมองไปที่ปูมหลังของเขา เอ็นรีเก้ ริเกลเม่ เกิดในปี 1989 ที่เมืองค็อกซ์ แคว้นอลิกันเต้ เขาคือทายาทรุ่นที่สามของครอบครัวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
ความสำเร็จของเขาไม่ได้มาจากการรอรับมรดกเพียงอย่างเดียว ในวัยเพียง 20 ต้น ๆ ริเกลเม่ ตัดสินใจไปบุกเบิกธุรกิจที่ปานามา จนกลายเป็นผู้จัดหาทรายรายใหญ่ที่สุดในโครงการขยายคลองปานามา
ก่อนจะต่อยอดมาสู่การก่อตั้ง Cox Energy (ปัจจุบันคือ Cox Infrastructure Group) ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานหมุนเวียนที่แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วละตินอเมริกาและยุโรป
ด้วยความมั่งคั่งของเขานั้นทำให้ ในปี 2025 บริษัทของเขามีรายได้ทะลุ 1.14 พันล้านยูโร และเพิ่งทำดีลประวัติศาสตร์ซื้อสินทรัพย์ของ Iberdrola ในเม็กซิโกมูลค่าสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์
ความสำเร็จที่รวดเร็วและบ้าบิ่นนี้เองที่กลายเป็นต้นทุนให้เขากล้ากระโดดเข้าสู่ "เขาวงกต" ทางกฎหมายของการเลือกตั้งเรอัล มาดริด
"ด่านอรหันต์" และสงครามตัวเลข
คุณจะเชื่อหรือไม่ว่าการจะลงสมัครประธานเรอัล มาดริด นั้นยากพอ ๆ กับการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
เหตุผลเป็นเพราะกฎระเบียบที่เปเรซ (และฝ่ายบริหาร) วางเอาไว้นั้นเข้มงวดจนแทบจะปิดประตูคนนอก
- ต้องเป็นสมาชิก (socio) มาไม่น้อยกว่า 20 ปี ซึ่ง ริเกลเม่ ผ่านด่านนี้มาได้แบบฉิวเฉียด เขาคือสมาชิกหมายเลข 43,858 ที่คลุกคลีกับสโมสรมาตั้งแต่วัยเด็ก
- ต้องวางเงินประกันทางบัญชี 15% ของงบประมาณสโมสร และสำหรับปี 2026 ตัวเลขนี้สูงถึง 193 ล้านยูโร (ประมาณ 7 พันล้านบาท) ซึ่งต้องเป็นสินทรัพย์ส่วนตัวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ริเกลเม่ ไม่ได้มองว่านี่คืออุปสรรค แต่มองว่าเป็น "พันธกิจ"
เขาชูแคมเปญ “Legado y Futuro” เพื่อเปลี่ยนผ่าน มาดริด จากเวอร์ชัน 2.0 ไปสู่ 3.0 โดยวิจารณ์ว่าภายใต้ ยุคเปเรซ สโมสรกลายเป็น "เครื่องจักรธุรกิจที่ไร้วิญญาณ"
และเขาก็พร้อมจะลดค่าสมาชิก 50% ทันทีจนกว่าทีมจะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยถัดไป เพื่อซื้อใจแฟนบอล
ดีลหยุดโลกที่คนฟังแล้ว...
คงไม่มีอะไรจะสร้างความตื่นเต้นในการเลือกตั้ง มาดริด ได้เท่ากับ "กาลาคติกอส"
เพราะ ริเกลเม่ เลือกเดินตามรอยเท้าของเปเรซในปี 2000 (ยุคที่เปเรซโค่น ลอเรนโซ่ ซานซ์ ด้วยดีล หลุยส์ ฟิโก้)
เขาประกาศผ่านรายการโทรทัศน์ว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ และ โรดรี้ คือนักเตะที่เขาจะดึงตัวมาร่วมทัพ หากเขาชนะในครั้งนี้
แม้ทาง แมนซิตี้ และครอบครัวของฮาลันด์จะออกมาปฏิเสธอย่างรุนแรงถึงขั้นขู่ฟ้องร้อง (มีข่าวว่าแมนซิตี้เตรียมจะฟ้องตามระเบียบ)
แต่ ริเกลเม่ ยังคงยึดมั่นในคำเดิม โดยเปรียบเทียบว่าตอน ฟิโก้ จะย้ายมา ทุกคนก็ปฏิเสธแบบนี้แหละจนกระทั่งชูเสื้อขาว
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังวางโครงสร้าง "สายเลือดมาดริดิสต้า" ด้วยการดึง ราอูล กอนซาเลซ มาเป็นผู้อำนวยการกีฬา และ เฟร์นานโด เยียร์โร่ คุมอะคาเดมี่ พร้อมประกาศว่ากุนซือในฝันของเขาคือ เจอร์เก้น คล็อปป์
เมื่อ "ปู่เปเรซ" ไม่ยอมนิ่งเฉย
ด้าน ฟลอเรนติน่า เปเรซ ในวัย 79 ปี ก็ไม่ได้ปล่อยให้เด็กหนุ่มคนนี้มาลูบคมง่าย ๆ
เขาโจมตีนโยบายของ ริเกลเม่ ว่า "ไร้สาระและจะนำความล่มจมมาสู่สโมสร" พร้อมระบุว่าฝ่ายค้านกลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับยุคมืดในอดีต
เปเรซ แก้เกมด้วยการประกาศเตรียมดึง โชเซ่ มูรินโญ่ กลับมากอบกู้ศรัทธา และทิ้งระเบิดลูกใหญ่ด้วยการประกาศงบ 175 ล้านดอลลาร์สำหรับ "ซูเปอร์สตาร์กาลาคติกอสปริศนา" ที่ไม่ใช่กองหลัง และไม่ใช่คนที่สื่อกำลังคาดเดากันอยู่ เพื่อย้ำว่าเขายังเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในตลาดซื้อขาย
นวัตกรรมใหม่ หรือแค่ภาพลวงตา?
การต่อสู้ระหว่าง เอ็นรีเก้ ริเกลเม่ และ ฟลอเรนติน่า เปเรซ ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งประธานสโมสรฟุตบอล แต่มันคือการปะทะกันระหว่าง "ความสำเร็จที่จับต้องได้ในอดีต" กับ "ความหวังใหม่ในอนาคต"
ริเกลเม่ พยายามชี้ให้เห็นว่าหนี้สินจากการรีโนเวทสนามเบร์นาเบวกว่า 1.7 พันล้านยูโรคือระเบิดเวลาที่ เปเรซ ไม่ได้บอกความจริงกับสมาชิก
ในขณะที่ เปเรซ ก็มองว่า ริเกลเม่ คือ "นักธุรกิจผู้เพ้อฝัน" ที่กำลังเอาชื่อเสียงนักเตะระดับโลกมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
สุดท้ายแล้วในวันที่ 7 มิถุนายน 2026 สมาชิกสโมสร จะเป็นผู้ให้คำตอบว่า... เรอัล มาดริด ยังต้องการ "ราชาองค์เดิม" ผู้แข็งแกร่ง
หรือถึงเวลาแล้วที่จะมอบกุญแจอาณาจักรให้กับ "คนรุ่นใหม่" ผู้มาพร้อมกับพลังงานสะอาดและวิสัยทัศน์ที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ตัน กวาร์ดิโอล่า