สงครามสองยุคแห่งเบร์นาเบว : เอ็นริเก้ ริเกลเม่ ปะทะ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ

สงครามสองยุคแห่งเบร์นาเบว : เอ็นริเก้ ริเกลเม่ ปะทะ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ
เจาะลึกสงครามชิงประธานเรอัล มาดริด 2026 เมื่อ "ฟลอเรนติโน่ เปเรซ" เจอผู้ท้าชิง "เอ็นริเก้ ริเกลเม่" พร้อมกางแผนดึง มูรินโญ่ ปะทะ คล็อปป์-ฮาลันด์-โรดรี้

หากการบริหารงานสโมสรฟุตบอลคือเกมการเมืองระดับโลก 

คงไม่มีที่ไหนจะเข้มข้นและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมเท่ากับถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาเบว อีกแล้ว

ในเดือนมิถุนายน 2026 สโมสรที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยมูลค่ากว่า 6.7 พันล้านดอลลาร์ กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดในรอบสองทศวรรษ

เมื่อเจ้าพ่อวงการก่อสร้างผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ในวัย 79 ปี ต้องเผชิญหน้ากับผู้ท้าชิงที่อายุห่างกันถึงสองช่วงตัวอย่าง "เอ็นริเก้ ริเกลเม่" นักธุรกิจพลังงานหมุนเวียนวัย 37 ปี

มันไม่ใช่แค่การเลือกตั้งประธานสโมสรแบบธรรมดา ๆ แต่มันคือสงครามระหว่าง "ระบอบเดิม" กับ "อนาคตใหม่" ที่มีเดิมพันเป็นจิตวิญญาณของราชันชุดขาว

ติดตามเรื่องนี้ไปพร้อมกันกับ SIAMSPORT

รอยร้าวในจักรวรรดิชุดขาว

ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา เปเรซ ปกครอง เรอัล มาดริด แทบจะไร้ผู้ต้าน

แต่ความล้มเหลวในช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ทีมไร้ถ้วยรางวัลระดับเมเจอร์ติดมือ คือรอยร้าวที่ ริเกลเม่ ใช้แทรกตัวเข้ามา

เปเรซ เลือกเดินหมากที่หลายคนคาดไม่ถึงด้วยการประกาศเลือกตั้งก่อนกำหนด เพื่อ "เช็คเรตติ้ง" และจัดการศัตรูทางการเมือง

เขาใช้สำนวนดุเดือดโจมตีคู่แข่งว่ามี "สำเนียงเม็กซิกัน" (คือจะสื่อถึง ริเกลเม่ นั่นแหละ) และตราหน้าว่าแผนงานของ ริเกลเม่ นั้นจะนำสโมสรไปสู่ความพินาศ

"The Special One" vs "The Normal One"

สิ่งที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ "เดือด" กว่าครั้งไหน ๆ คือข้อเสนอที่ทั้งคู่หยิบมาประชันกันในเวทีนี้

เริ่มจาก ฟลอเรนติโน่ เปเรซ  เขาประกาศชัดว่าหากชนะการเลือกตั้ง โชเซ่ มูรินโญ่ จะกลับมาคุมทัพอีกครั้งเพื่อเรียกคืนความดุดัน

พร้อมแผนกวาดซื้อนักเตะระดับ "กาลาคติกอส" รายใหม่ด้วยงบกว่า 150 ล้านยูโร และมีการเซ็นฟรี อิบราฮิมา โกนาเต้ ไว้รอแล้ว

ในขณะที่ เอ็นริเก้ ริเกลเม่ มาพร้อมนโยบาย "Legacy and Future" เขาไม่ได้แค่ขายฝัน แต่ประกาศจะดึง เยอร์เกน คล็อปป์ มาคุมทีม

พร้อมไม้ตายสำคัญอย่างการปิดดีล เออร์ลิง ฮาลันด์ และ โรดรี้ จาก แมนซิตี้ (ที่ล่าสุดกำลังจะโดนแมนซิฟ้อง)

ถึงขนาดกล้าเอาชื่อเสียงตัวเองค้ำประกันว่า ถ้าทำไม่ได้ เขาจะจ่ายค่าสมาชิก ให้แฟนบอลทั้ง 100,000 คนด้วยเงินตัวเอง

สงครามข้อมูลข่าวสารและความโปร่งใส

หากเรามองดี ๆ ริเกลเม่ ไม่ได้สู้แค่เรื่องในสนาม แต่เขาโจมตี "อำนาจมืด" หลังบ้านของ เปเรซ 

โดยเฉพาะบทบาทของ อานาส ลาห์รารี่ คนสนิทที่ไม่มีตำแหน่งทางการแต่กลับมีอิทธิพลล้นฟ้า

ริเกลเม่ เสนอแผนตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น ทั้งจาก Real Madrid TV ที่ใช้งบสูงถึง 45 ล้านยูโรแต่มีผู้ชมเพียง 0.1% รวมถึงเงินเดือนผู้บริหารระดับสูงที่เขามองว่าฟุ่มเฟือยเกินเหตุ

เพื่อนำเงินเหล่านั้นกลับมาคืนให้สมาชิกสโมสรในรูปแบบของ "Members' City" หรือศูนย์สโมสรที่ครบวงจรในวาลเดเบบาส

ชี้ชะตา 7 มิถุนายน ประวัติศาสตร์จะเปลี่ยนหน้าหรือไม่?

แม้หน้าประวัติศาสตร์จะระบุว่าไม่เคยมีผู้ท้าชิงหน้าใหม่คนไหนคว่ำประธานคนเดิมได้ในการพยายามครั้งแรก

แต่แรงสั่นสะเทือนที่ ริเกลเม่ สร้างขึ้นในครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่า สมาชิกมาดริดิสต้าเริ่มตั้งคำถามกับทิศทางของสโมสรที่กำลังถูกผลักดันไปสู่การเป็นเอกชน  มากขึ้นเรื่อย ๆ

วันที่ 7 มิถุนายนนี้ คำตอบจากคูหาเลือกตั้งที่วาลเดเบบาสจะเป็นตัวบอกว่า เรอัล มาดริด จะยังคงเป็น "จักรวรรดิของเปเรซ" ที่เน้นความสำเร็จระยะสั้นด้วยกุนซือจอมอหังการ หรือจะเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เน้นความโปร่งใสและสายเลือดใหม่ตามสไตล์ของ ริเกลเม่

ตัน กวาร์ดิโอล่า



ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport