วิเคราะห์ขุมกำลัง แมนยู ยุค คาร์ริค ใครอยู่ใครไปเพื่อลุ้นแชมป์ซีซั่นใหม่

วิเคราะห์ขุมกำลัง แมนยู ยุค คาร์ริค ใครอยู่ใครไปเพื่อลุ้นแชมป์ซีซั่นใหม่
เจาะลึกขุมกำลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยุค ไมเคิ่ล คาร์ริค พร้อมประเมินนักเตะที่ควรเก็บไว้และอาจถูกปล่อยตัว เพื่อเป้าหมายกลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างจริงจัง

ยุคใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าอย่างเต็มตัว โดย ไมเคิ่ล คาร์ริค เตรียมจะได้ผู้เล่นใหม่รายแรกของเขา หลังสโมสรเข้าใกล้การคว้าตัว เอแดร์ซอน กองกลางจาก อตาลันต้า มาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

"เฮียปลัด" ได้สัญญาถาวรจากผลงานอันยอดเยี่ยมตลอด 17 นัดที่คุมทีม ซึ่งช่วยให้ "ปีศาจแดง" ขยับขึ้นมาจบอันดับ 3 ของพรีเมียร์ลีก พร้อมคว้าสิทธิ์กลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม งานที่ยากกว่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น และฤดูกาลหน้าจะเป็นบททดสอบที่เข้มข้นกว่าสำหรับทั้ง คาร์ริค และทีมชุดนี้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แมนฯ ยูฯ ต้องต่อสู้เพื่อแย่งพื้นที่ท็อปโฟร์ หรือท็อปไฟว์ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสโมสรที่เคยครองความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถกลับไปลุ้นแชมป์ลีกได้อย่างจริงจังนับตั้งแต่คว้าแชมป์ครั้งล่าสุดเมื่อ 13 ปีก่อน

ผลงานอันยอดเยี่ยมของ คาร์ริค ทำให้หลายฝ่ายมองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจกลับมาท้าชิงตำแหน่งจ่าฝูงในฤดูกาลหน้า โดยเฉพาะในช่วงที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของทีม

อย่างไรก็ตาม หากต้องการก้าวขึ้นไปสู่การลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง ทัพ "ปีศาจแดง" จำเป็นต้องปรับโครงสร้างทีมอย่างจริงจัง เพราะมีผู้เล่นบางรายที่ไม่สามารถสร้างผลงานหรือมีบทบาทสำคัญได้มากพอ

มีรายงานว่าสโมสรต้องการนักเตะใหม่ถึง 5 รายในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อแก้ปัญหาในแนวรับ แดนกลาง และแนวรุก หากแผนดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ขุมกำลังของทีมจะเปลี่ยนโฉมไปพอสมควร และอาจมีนักเตะบางคนต้องย้ายออกจากทีม

จากการวิเคราะห์ขุมกำลังปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในภารกิจกลับมาท้าชิงโทรฟี่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง และประเมินว่านักเตะคนใดมีศักยภาพที่จะเป็นส่วนหนึ่งของ คาร์ริค ส่วนใครบ้างที่อาจจำเป็นต้องถูกปล่อยตัวออกไป ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านคุณภาพการเล่นหรือปัญหาเรื่องความฟิตและสภาพร่างกายก็ตาม

ผู้รักษาประตู

เมื่อพิจารณาว่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทีมที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกต่างมีผู้รักษาประตูระดับโลกอย่าง ติโบต์ กูร์กตัวส์, เอแดร์ซอน, อลีสซง เบ็คเกอร์ และ ดาบิด ราย่า เป็นปราการด่านสุดท้ายของทีม ก็ยิ่งตอกย้ำว่าการมีผู้รักษาประตูระดับเวิลด์คลาสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

คงมีไม่กี่คนที่จัด เซอเน่อ ลัมเมนส์ อยู่ในกลุ่มดังกล่าว แต่ นายทวารดาวโรจน์ชาวเบลเยียม กำลังแสดงให้เห็นว่าเขามีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในอนาคต

สำหรับผลงานในฤดูกาลแรกของ ลัมเมนส์ ได้รับโอกาสลงสนามตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น และสามารถสร้างความมั่นใจให้กับแนวรับได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดหายไปมาหลายปี

ลัมเมนส์ ก่อความผิดพลาดน้อยมาก และเขาคงไม่ใช่นักเตะนิรนามคนแรกที่ย้ายมาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก่อนจะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นดาวดังระดับประเทศ อย่างไรก็ตาม หากเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บ ตัวเลือกสำรองยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล ขณะที่ อ็องเดร โอนาน่า ซึ่งรับค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาล ก็มีโอกาสถูกปล่อยออกจากทีมเช่นกัน

ขณะที่ ทอม ฮีตัน แม้เพิ่งจะขยายสัญญาฉบับใหม่ 1 ปี แต่ดูเหมือนหน้าที่หลักของเขาน่าจะก้าวขึ้นมาเป็นโค้ชผู้รักษาประตูของบรรดนนักเตะเยาวชนของทีม มากกว่าความหวังในการเป็นยางอะไหล่ที่ซุ้มม้านั่งสำรอง

  • ควรเก็บไว้: เซอเน่อ ลัมเมนส์

  • ยังไม่ชัวร์: อ็องเดร โอนาน่า, ทอม ฮีตัน, อัลตาย บายินดีร์

กองหลัง

ตลอด 17 นัดที่ คาร์ริค คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเก็บคลีนชีตได้ 6 นัด แม้พวกเขาจะไม่ได้เสียประตูง่ายๆ จนเป็นปัญหาใหญ่ แต่ก็ยังไม่อาจถูกมองว่าเป็นทีมที่เจาะแนวรับได้ยากอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นจุดที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข

สถิติที่น่ากังวลคือ "ผีแดง" เสียอย่างน้อย 2 ประตูต่อเกมถึง 7 แมตช์จากช่วงเวลา 17 นัด โดยในแนวรับของพวกเขาถือว่ามีกองหลังตัวกลางฝีเท้าดีหลายคน แต่บางทีอาจยังไม่มีใครที่สามารถถูกจัดอยู่ในระดับ "ยอดเยี่ยมที่สุด" หรือระดับหัวแถวของวงการได้

เลนี่ โยโร่ ยังอยู่ในช่วงพัฒนา เช่นเดียวกับ อายเด้น เฮฟเว่น โดยทั้งคู่มีศักยภาพสูงและอนาคตที่น่าจับตามอง ส่วน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่ได้มีคุณค่าแค่ผลงานในสนามเท่านั้น เขาก็ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจตลอดช่วงเวลาที่ค้าแข้งกับ แมนฯ ยูฯ อีกทั้งยังมีประสบการณ์ในระดับสูงอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม มาตไตส์ เดอ ลิกต์ เป็นนักเตะที่เคยถูกมองว่าไม่อยู่ในแผนการทำทีมของทั้ง บาเยิร์น มิวนิค และ ยูเวนตุส ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับศักยภาพของเขาในระยะยาว

ด้าน ลิซานโดร มาร์ตีเนซ สามารถสยบข้อสงสัยเรื่องรูปร่างที่ไม่สูงใหญ่ ด้วยการพิสูจน์ตัวเองในเกมลูกหนังอังกฤษได้สำเร็จ แต่ยังคงมีความกังวลอยู่บ้างเกี่ยวกับความสามารถในการรักษาความฟิตและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ

ในตำแหน่งฟูลแบ็ก ดีโอโก้ ดาโลต์ ยังคงเป็นนักเตะที่รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างสม่ำเสมอ ขณะที่ แพทริค ดอร์กู ก็มีช่วงเวลาที่แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ควรได้รับโอกาสอยู่กับทีมต่อไป

สำหรับ ลุค ชอว์ ยังคงเผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เป็นระยะ แต่ทุกครั้งที่เขาฟิตสมบูรณ์และพร้อมลงสนาม ก็สามารถพิสูจน์คุณค่าของตัวเองได้เสมอ ซึ่งซีซั่นล่าสุดถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เพราะลงเล่นตลอดทั้งซีซั่นโดยที่ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย ส่วน ไทเรลล์ มาลาเซีย อนาคตน่าจะไม่อยู่กับทีมแน่นอน

  • ควรเก็บไว้: เลนี่ โยโร่, อายเด้น เฮฟเว่น, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แพทริค ดอร์กู, ดีโอโก้ ดาโลต์, ลุค ชอว์, ลิซานโดร มาร์ตีเนซ

  • ยังไม่ชัวร์: มาตไตส์ เดอ ลิกต์, นุสแซร์ มาซราวี

กองกลาง

ตำแหน่งกองกลางเป็นพื้นที่ที่ คาร์ริค และทีมงานให้ความสำคัญมากที่สุดในตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ เนื่องจากพวกเขาต้องการเพิ่มทั้งคุณภาพ ความแข็งแกร่งทางร่างกาย และขุมกำลังเชิงลึกเพื่อยกระดับทีมให้พร้อมสำหรับการลุ้นแชมป์อย่างจริงจัง

การอำลาทีมของ กาเซมีโร่ เกิดขึ้นในช่วงที่เจ้าตัวกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีอีกครั้ง แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นและข้อจำกัดด้านสภาพร่างกาย การแยกทางกันจึงดูเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

ในทางกลับกัน การกลับมาทำผลงานโดดเด่นของ ค็อบบี้ เมนู ถือเป็นหนึ่งในผลลัพธ์สำคัญจากการเข้ามาของคาร์ริค โดยดาวรุ่งรายนี้กลับมาแสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขาคือนักเตะที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักในแดนกลางของ แมนฯ ยูฯ ตลอดทศวรรษหน้า

ส่วน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ผลงานโดดเด่นเกินห้ามใจ การทำลายสถิติแอสซิสต์ต่อซีซั่นในพรีเมียร์ลีก เป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพของเขาอยู่แล้ว และแน่นอนว่านี่คือเพลย์เมกเกอร์ที่ คาร์ริค ขาดไม่ได้ในการสร้างทีมเพื่อลุ้นความสำเร็จ

อิทธิพลของ กัปตันบรูโน่ ต่อทีมแทบไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติม เพราะเขายังคงเป็นหัวใจสำคัญของเกมรุกและเป็นผู้สร้างสรรค์โอกาสหลักของทีมอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ เมสัน เมาท์ แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เขาแทบไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่าเป็นนักเตะคนเดียวกับที่เคยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งกับ เชลซี การย้ายมาสู่ถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดของนักเตะยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวัง ขณะที่ปัญหาอาการบาดเจ็บก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางพัฒนาการและความต่อเนื่องในการลงสนาม

ยิ่งไปกว่านั้น หาก เมาท์ ต้องการลงเล่นในบทบาทที่ถนัดที่สุด เขาก็น่าจะต้องการตำแหน่งหมายเลข 10 ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ของ แฟร์นันด์ส และดูเหมือนว่าคงเป็นเรื่องยาก ขณะที่การขยับไปเล่นตำแหน่งบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

สำหรับ มานูเอล อูการ์เต้ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ผลงานของเจ้าตัวเป็นที่ประจักษ์แก่ตาเนื้อสาวก "เร้ด อาร์มี่" อยู่แล้ว และสโมสรพร้อมพิจารณาขายเขาออกจากทีม หากได้รับข้อเสนอที่เหมาะสมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้

  • ควรเก็บไว้: บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ค็อบบี้ เมนู

  • ยังไม่ชัวร์: เมสัน เมาท์, มานูเอล อูการ์เต้

แนวรุก

สำหรับแนวรุกถือเป็นหนึ่งในจุดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประสบความสำเร็จอย่างมากจากตลาดนักเตะเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา และตอนนี้ทีมกำลังสร้างขุมกำลังเชิงลึกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในตำแหน่งริมเส้น

ไบรอัน เอ็มเบอโม่ และ มาเตอุส คุนญ่า ต่างเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานดีที่สุดของทีมในฤดูกาลแรกกับสโมสร และพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาเป็นการเสริมทัพที่คุ้มค่า ขณะที่ เบนยามิน เชชโก้ อาจต้องใช้เวลาปรับตัวนานกว่าเล็กน้อย แต่หลังช่วงคริสต์มาสเป็นต้นมา เขาเริ่มยิงประตูสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง และแสดงให้เห็นว่าเป็นกองหน้าที่อันตรายมากๆ

ด้วยเหตุนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด จึงอาจมองหากองหน้าสำรองเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งราย โดยมีการคาดการณ์ว่า โจชัว เซิร์กซี อาจมองหาโอกาสย้ายไปเริ่มต้นใหม่กับสโมสรอื่น ขณะที่ เจดอน ซานโช่ กำลังจะหมดสัญญา ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด มีแนวโน้มกลับมาร่วมทัพหลังหมดสัญญายืมตัวกับ บาร์เซโลน่า

สำหรับสถานการณ์ของ "ดร.แรชชี่" ยังคงไม่แน่นอน เพราะนักเตะดูเหมือนใจจะไปอยู่กับ บาร์ซ่า แต่ติดเรื่องค่าตัวที่ค่อนข้างสูง และ บาร์ซ่า ไม่พร้อมที่จะจ่ายเงินก้อนโตขนาดนั้น ขณะที่ แมนฯ ยูฯ ก็พยายามหาทางออกเพื่อหวังจะปล่อยนักเตะเช่นกัน

ในรายของ อาหมัด ดิยัลโล่ แม้ต้องแข่งขันในการแย่งตำแหน่งทางฝั่งขวา แต่เขายังคงมีคุณภาพฝีเท้าที่โดดเด่น และด้วยอายุที่ยังน้อย ก็ยังมีเวลาอีกมากที่จะพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมที่ลุ้นความสำเร็จในอนาคตได้

  • ควรเก็บไว้: เบนยามิน เชชโก้, ไบรอัน เอ็มเบอโม่, มาเตอุส คุนญ่า, อาหมัด ดิยัลโล่

  • ยังไม่ชัวร์: โจชัว เซิร์กซี, มาร์คัส แรชฟอร์ด




ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport