รวมพลัง 'ซามูไรบลูส์' สู้ยิบตา ทุบคอสตาริกาเพื่อ 6 แต้มเต็ม

เย็นนี้พลพรรค "ซามูไรบลูส์" จะลงเตะนัดที่ 2 ของกลุ่ม อี ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ หลังจากเกมเปิดสนามโชว์หักปากกาเซียนเจ๋งๆทั้งหลาย พลิกล็อกช็อคโลกลูกหนังโค่นเยอรมนี 2-1 เปรียบดังวลี "เซียนอยู่รู หมูอยู่ตึก" กันเลยทีเดียว

เกมนี้ ญี่ปุ่น จะลงบรรเลงเพลงแข้งปะทะ คอสตาริกา ที่เกมแรกแพ้ สเปน ไปอย่างขาดลอยชนิดสู้ไม่ได้ด้วยสกอร์ 0-7 นั่นหมายความว่าหากเกมนี้นักเตะจากดินแดนอาทิตย์อุทัย สามารถเผด็จศึกทีมจากโซนคอนคาเคฟทีมนี้ได้ จะทำให้โอกาสทะลุสู่รอบน็อคเอาท์นั้นเปิดกว้างทันที

 หากเปิดพงศาวดารย้อนดูสถิติการปะทะกันของทั้งคู่ มิน่าเชื่อว่า ญี่ปุ่น จะข่มกว่า คอสตาริกา เพราะสถิติที่บันทึกมานั้น ทั้งสองทีมเคยฉะกัน 4 เกมในแมตช์อุ่นเครื่อง โดยแข้งสายเลือดซามูไรไม่เคยแพ้แม้แต่เกมเดียว ชนะ 3 นัดและเสมอ 1 นัด

สถิติการเจอกันทั้ง 4 นัดประกอบด้วย ปี 1995 ญี่ปุ่น ชนะ 3-0, ปี 2002 ญี่ปุ่น เสมอ 1-1, ปี 2014 ญี่ปุ่น ชนะ 3-1 และหนล่าสุดปี 2018 ญี่ปุ่น ชนะ 3-0

แน่นอนว่าในเกมนี้ หลังจบ 90 นาทีทั้งคู่ไม่ต้องการสะกดคำว่า "ผู้แพ้" เพราะหากญี่ปุ่นพ่าย นัดสุดท้ายภาระหนักอึ้งพวกเขาต้องเจอกับสเปน เช่นเดียวกับคอสตาริกา ถ้าปราชัยอีกจะพ่าย 2 เกมติด โอกาสร่วงตกรอบแทบจะ 100 เปอร์เซนต์ แถมนัดสุดท้ายต้องดวลกับเยอรมนีอีกด้วย

เชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยคงเอาใจช่วยญี่ปุ่นให้ไปไกลที่สุดในเวิลด์คัพหนนี้ จากการซึมซับชมฟุตบอลเจลีกที่มีเหล่าบรรดานักเตะไทย ไปร่วมโม่แข้งหลายต่อหลายรายตลอด ช่วงที่ผ่านมาจากการถ่ายทอดสดของ Siamsport Youtube Channel ที่เสิร์ฟความมันส์ให้คอบอลชาวไทยได้รับชมทุกๆเกม

เนื่องจากชาติของพวกเราที่ไม่เคยได้โอกาสผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ใจลึกๆก็คงต่างเชียร์ญี่ปุ่นให้ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นบรรทัดฐานและตัวอย่างที่ดี ผนึกกับแรงบันดาลใจให้กับทีมฟุตบอลอันดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียนสืบไป

รูปเกมคาดว่าน่าจะเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก ดุเดือด เลือดพล่าน โดยเฉพาะคอสตาริกา ที่พ่ายแพ้มาในเกมแรก คงต้องทุบหม้อข้าวบู๊ล้างผลาญเป็นแน่ ส่วนญี่ปุ่นก็คงไม่น้อยหน้า บวกกับชั่วโมงนี้กำลังคึกคักหลังล้มอดีตแชมป์โลก 4 สมัยมาหมาดๆ คงจะไม่กลัวทีมใดอีกแล้ว แถมจะโชว์ผลงานสุโค่ยอย่างแน่นอน

ถ้ามองอันดับโลก ญี่ปุ่น รั้งที่ 24 ของโลก และเบอร์ 2 โซนเอเชียเอเชีย ขณะที่คอสตาริกา อยู่ที่ 31 ของโลก เบอร์ 3 โซนคอนคาเคฟ เมื่อมองมุมนี้ก็ยังคงยกให้กับ "ซามูไรบลูส์" ที่ดูดีกว่า และมีโอกาสเก็บชัยชนะในเกมนี้มากกว่าจริงๆ

ฮาจิเมะ โมริยาสุ เทรนเนอร์วัย 54 ปีแห่ง "ซามูไรบลูส์" ที่โชว์การแก้เกมระดับอ๋องปราบ "อินทรีเหล็ก" มาได้ เกมนี้จะต้องเน้นเป็นพิเศษเพื่อเก็บ 3 แต้มให้ได้ โดย 2 ตัวสำรองทีเด็ดที่ค้าแข้งในบุนเดสลีกา เยอรมนี ทั้ง ริตสึ โดอัน ปีกจากเอสซี ไฟร์บวร์ก และทาคุมะ อาซาโนะ ศูนย์หน้าตัวฉกาจจากเฟาเอฟแอล โบคุ่ม มีลุ้นออกสตาร์ตเกมนี้เช่นกัน

สวนทางกับ หลุยส์ เฟอร์นานโด ซัวเรซ กุนซือชาวโคลอมเบียวัย 62 ปี ที่ไม่สามารถพาคอสตาริกา ต้านทานความแข็งแกร่งของขุนพล "กระทิงดุ" ได้ในเกมเปิดสนาม จนต้องเสียเชิงพ่ายยับเยิน 0-7 สกอร์ขาดมากที่สุดในบอลโลก 2022 เวลานี้




นี่คือช่วงเวลาที่ดีมากๆของญี่ปุ่น ด้วยความที่กำลังใจมาเต็ม ความมุ่งมานะ ความกระหาย พวกเขาจะฟิตเต็มถังวิ่งสู้ฟัดไม่มีหมด พร้อมกับกระเหี้ยนกระหือรือต้องการทะลุสู่รอบน็อคเอาท์ให้ได้ งานนี้แฟนบอลชาวไทยคงจะได้เห็นแมตช์คุณภาพของนักเตะสายเลือดซามูไรอีกเป็นแน่

5 โมงเย็นวันนี้ มาร่วมชมและเชียร์ "ซามูไรบลูส์" ทีมตัวแทนจากเอเชีย ลงโชว์ศักยภาพศาสตร์ลูกหนังให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาแฟนบอลทั่วโลกบนหน้าจอช่อง True sport 2 และช่อง GMM25 กันได้ตามสะดวก !

" กอล์ฟ เบนเทเก้ "


ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport