แม้ ลิโอเนล เมสซี่ จะพลาดแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 แต่กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ทิ้งสถิติระดับตำนานทั้งการทำประตู แอสซิสต์ การสร้างโอกาส และการลงสนาม ตอกย้ำสถานะ GOAT บนเวทีเวิลด์ คัพ
ลิโอเนล เมสซี่ อาจต้องปิดฉากเส้นทางในศึกฟุตบอลโลกด้วยความผิดหวัง หลัง ทีมชาติอาร์เจนตินา แพ้ สเปน 0-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 และพลาดโอกาสคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 2
อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ในเกมสุดท้ายไม่ได้ลดทอนความยิ่งใหญ่ที่กัปตันทีม "ฟ้าขาว" สร้างเอาไว้ตลอดการลงแข่งขันฟุตบอลโลกทั้ง 6 สมัย
แม้บทสรุปบนแผ่นดินสามชาติเจ้าภาพร่วมอย่าง สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ เมสซี่ ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยการยิง 8 ประตูและทำ 4 แอสซิสต์ พร้อมสร้างและทำลายสถิติสำคัญอีกหลายรายการ
ต่อไปนี้คือสถิติอันน่าทึ่งที่ ลิโอเนล เมสซี่ ฝากเอาไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก และช่วยตอกย้ำสถานะหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล หรือ GOAT อย่างแท้จริง
เมสซี่ ยิงประตูได้ติดต่อกันถึง 9 นัดในฟุตบอลโลก ถือเป็นสถิติสูงสุดของการแข่งขัน โดยสถิติดังกล่าวเริ่มต้นตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2022 ก่อนสิ้นสุดลงในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่พบกับ สวิตเซอร์แลนด์
เมสซี่ เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงได้อย่างน้อย 7 ประตูในฟุตบอลโลกถึง 2 ครั้ง หลังทำได้
ตลอดเส้นทางในฟุตบอลโลก เมสซี่ ทำประตูใส่คู่แข่งได้ถึง 15 ชาติ มากที่สุดในประวัติศาสตร์รายการนี้
สถิติดังกล่าวทิ้งห่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, มิโรสลาฟ โคลเซ่ และ เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ซึ่งต่างยิงใส่คู่แข่งได้ชาติละ 10 ทีม
นับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกสถิติอย่างละเอียดในปี 1966 เมสซี่ ครองสถิติทำแอสซิสต์สูงที่สุดในฟุตบอลโลก ด้วยผลงาน 12 แอสซิสต์
ตัวเลขดังกล่าวมากกว่า ดีเอโก้ มาราโดน่า เจ้าของผลงาน 8 แอสซิสต์ อยู่ 4 ครั้ง
เมสซี่ เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่สามารถทำแอสซิสต์ได้ในฟุตบอลโลกครบทั้ง 6 สมัย ที่เข้าร่วมการแข่งขัน
ผู้เล่นที่มีผลงานใกล้เคียงที่สุดคือ อิวาน เปริซิช ซึ่งทำแอสซิสต์ได้ในฟุตบอลโลก 4 สมัย
เมสซี่ มีส่วนร่วมกับประตูในฟุตบอลโลกทั้งหมด 33 ประตู แบ่งเป็น
ผลงานดังกล่าวเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกแอสซิสต์อย่างเป็นทางการในปี 1966
เกมนัดชิงชนะเลิศกับ สเปน เป็นการลงเล่นฟุตบอลโลกนัดที่ 34 ของ เมสซี่ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงที่สุดตลอดกาล
นอกจากนี้ เขายังลงสนามในรอบน็อกเอาต์รวม 17 นัด มากที่สุดในประวัติศาสตร์ และมากกว่าเจ้าของสถิติเดิมอย่าง มิโรสลาฟ โคลเซ่ 3 นัด
ฟุตบอลโลก 2026 ยังเป็นการลงแข่งขันสมัยที่ 6 ของดาวเตะอาร์เจนไตน์อีกด้วย
ด้วยวัย 39 ปี 25 วัน เมสซี่ กลายเป็นผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ หรือผู้เล่นที่ไม่ใช่ผู้รักษาประตู ซึ่งมีอายุมากที่สุดที่ได้ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก
มีเพียง ดิโน่ ซอฟฟ์ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลีเท่านั้นที่ลงเล่นนัดชิงด้วยอายุมากกว่า หลังเฝ้าเสาด้วยวัย 40 ปี
เมสซี่ สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะอายุมากที่สุดที่ทำแฮตทริกในฟุตบอลโลก หลังยิง 3 ประตูใส่ แอลจีเรีย ด้วยวัย 38 ปี 357 วัน
ผลงานดังกล่าวทำลายสถิติเดิมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงได้สำเร็จ
จำนวน 8 ประตูที่ เมสซี่ ทำได้ในฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นสถิติสูงที่สุดของนักเตะอายุเกิน 30 ปีในการแข่งขันฟุตบอลโลกหนึ่งสมัย
เจ้าของสถิติเดิมก็คือตัวเขาเอง จากผลงาน 7 ประตูในฟุตบอลโลก 2022
ตลอดการลงสนาม 8 นัดในฟุตบอลโลก 2026 เมสซี่ ทำผลงาน
ตัวเลขดังกล่าวมากกว่าผลงานในฟุตบอลโลก 2022 ซึ่งเขามีส่วนร่วม 10 ประตู จากการยิง 7 ประตูและทำ 3 แอสซิสต์
นับตั้งแต่ปี 1966 มีเพียง ลิโอเนล เมสซี่ และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เท่านั้นที่มีส่วนร่วมกับประตูแตะเลขสองหลักในฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย
เมสซี่ มีโอกาสยิงรวม 35 ครั้ง ในฟุตบอลโลก 2026 คิดเป็น 30.4 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนครั้งที่นักเตะอาร์เจนตินาทั้งทีมยิงในทัวร์นาเมนต์
กล่าวได้ว่าเกือบหนึ่งในทุก ๆ สามครั้งที่ทัพ "ฟ้าขาว" จบเกมรุกด้วยการยิง มาจากกัปตันทีมวัย 39 ปี
เมสซี่ มีส่วนร่วมกับจังหวะบุกของอาร์เจนตินาที่จบด้วยการยิงทั้งหมด 59 ครั้ง แบ่งเป็น
ตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ากับผลงานของ ดีเอโก้ มาราโดน่า ในฟุตบอลโลก 1986 ซึ่งมีส่วนร่วมกับจังหวะที่จบด้วยการยิง 59 ครั้ง แบ่งเป็นการยิง 29 ครั้งและสร้างโอกาส 30 ครั้ง
เมสซี่ เป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่ปี 1966 ที่สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมได้อย่างน้อย 20 ครั้งในฟุตบอลโลกถึง 3 สมัย ได้แก่
ผลงานในปี 2026 ยังเทียบเท่ากับสถิติสูงที่สุดของตัวเขาเองในฟุตบอลโลกหนึ่งสมัยอีกด้วย
เฉพาะการแข่งขันรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลก 2026 เมสซี่ มีสถิติ
นับตั้งแต่ปี 1966 มีนักเตะเพียง 3 คนที่ทำได้อย่างน้อย 15 ครั้งทั้งในด้านการยิงและการสร้างโอกาส ตลอดรอบน็อกเอาต์ของฟุตบอลโลกหนึ่งสมัย ได้แก่
เมสซี่ อาจไม่ได้อำลาฟุตบอลโลกด้วยการชูถ้วยแชมป์เป็นครั้งที่สอง แต่สิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้มีค่ามากกว่าผลการแข่งขันเพียงนัดเดียว
การคว้าแชมป์โลก 2022, การพาอาร์เจนตินาเข้าชิงอีกครั้งในปี 2026 รวมถึงสถิติส่วนตัวมากมายตลอดการลงเล่น 6 สมัย ทำให้ชื่อของ ลิโอเนล เมสซี่ ถูกจารึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกอย่างยากที่จะมีใครเทียบได้