แม้พลาดเข้าชิงฟุตบอลโลก 2026 หลังแพ้ อาร์เจนตินา ในรอบรองชนะเลิศ แต่ อังกฤษ ของ โธมัส ทูเคิ่ล ยังมีหลายสัญญาณบวก ทั้งฟอร์มของ แฮร์รี่ เคน, จู๊ด เบลลิงแฮม, ดาวรุ่งอนาคตไกล และเป้าหมายลุยยูโร 2028 บนแผ่นดินตัวเอง
- เคน-เบลลิงแฮม ยังเป็นอาวุธร้ายระดับโลก
ทีมชาติอังกฤษ พลาดโอกาสเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 แต่ผลงานของ แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นสำคัญของทัวร์นาเมนต์
เคน ซึ่งทำผลงานร้อนแรงกับ บาเยิร์น มิวนิค ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ยังคงรักษาฟอร์มการจบสกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยยิงไปแล้ว 6 ประตูในฟุตบอลโลกหนนี้ ขณะที่ เบลลิงแฮม แม้จะผ่านฤดูกาลที่ไม่โดดเด่นนักกับ เรอัล มาดริด หลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดหัวไหล่ แต่ก็กดไป 6 ประตูเช่นกัน
ทั้งคู่ยังมีลุ้นคว้ารางวัลดาวซัลโว หากทำผลงานได้ดีในเกมชิงอันดับ 3 กับ ฝรั่งเศส และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยพาอังกฤษฝ่าด่านสำคัญตลอดเส้นทางในทัวร์นาเมนต์นี้
- เข้ารอบลึกต่อเนื่อง สะท้อนพัฒนาการของทีม
แม้ความผิดหวังจากการตกรอบลึกในรายการใหญ่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง แต่การผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศหรือรอบชิงชนะเลิศอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานใหม่ของทีมชาติอังกฤษ
ก่อนฟุตบอลโลก 2018 อังกฤษไม่เคยผ่านเข้ารอบลึกกว่ารอบก่อนรองชนะเลิศนับตั้งแต่ปี 1990 ขณะที่ก่อนเข้าชิงยูโร 2020 พวกเขาไม่เคยไปไกลกว่ารอบก่อนรองชนะเลิศมาตั้งแต่ปี 1996
การเข้าถึงรอบรองฯ หรือรอบชิงฯ ได้ถึง 4 จาก 5 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่หลังสุด ถือเป็นหลักฐานชัดเจนถึงพัฒนาการของทีม แม้ถ้วยแชมป์ยังไม่มาถึงก็ตาม
- พิสูจน์แล้วว่าเล่นได้ในทุกสภาพแวดล้อม
ฟุตบอลโลก 2026 เต็มไปด้วยความท้าทายจากสภาพอากาศ ทั้งอากาศร้อนจัด ความชื้นสูง ฝนตกหนัก และแม้แต่พายุฟ้าคะนอง
อังกฤษต้องเผชิญหลายสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นอากาศชื้นและร้อนในเมืองไมอามี่ หรือความสูงเหนือระดับน้ำทะเลของสนาม เอซเตก้า ในเม็กซิโก ซึ่งถูกมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ลูกทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล ปรับตัวได้ดี และไม่แสดงอาการเสียเปรียบคู่แข่งจากปัจจัยภายนอกเหล่านี้ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับทัวร์นาเมนต์ในอนาคต โดยเฉพาะ ยูโร 2028
- แข้งนอกสายตาก้าวขึ้นมาสร้างความแตกต่าง
การประกาศรายชื่อทีมชาติอังกฤษของ ทูเคิ่ล ก่อนทัวร์นาเมนต์สร้างความประหลาดใจไม่น้อย หลังตัดชื่อผู้เล่นดังหลายรายออกจากทีม ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์, โคล พาลเมอร์ หรือ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้งานนักเตะอย่าง เจด สเปนซ์ กลายเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่คุ้มค่า
ฟูลแบ็กจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากผลงานเกมรับ โดยเฉพาะในเกมรอบรองชนะเลิศกับ อาร์เจนตินา ที่เจ้าตัวช่วยสกัดเกมรุกคู่แข่งหลายครั้ง
ผลงานของนักเตะกลุ่มนี้แสดงให้เห็นว่า อังกฤษ ไม่ได้พึ่งพาเพียงซูเปอร์สตาร์ แต่ยังมีขุมกำลังสนับสนุนที่พร้อมก้าวขึ้นมารับบทบาทสำคัญ
- ดาวรุ่งพรสวรรค์สูงรอแจ้งเกิดอีกเพียบ
หนึ่งในข้อกังวลของแฟนบอลอังกฤษคือการพึ่งพาผู้เล่นตัวหลักอย่าง แฮร์รี่ เคน มากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อกัปตันทีมวัย 32 ปี กำลังเข้าสู่ช่วงปลายของอาชีพค้าแข้ง
อย่างไรก็ตาม อังกฤษ ยังมีดาวรุ่งน่าจับตามองอีกจำนวนมาก
ริโอ เอ็นกูโมฮา แนวรุกดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล ถูกมองว่าโชคร้ายที่ไม่มีชื่อในทีมชุดสุดท้าย หลังสร้างความประทับใจในฤดูกาลแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีก รวมถึงคว้ารางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมอุ่นเครื่องกับ นิวซีแลนด์ ด้วยวัยเพียง 17 ปี
ขณะที่ แม็กซ์ ดาวแมน จาก อาร์เซน่อล ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ทำประตูอายุน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก และเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกอายุน้อยที่สุดในฤดูกาลที่ผ่านมา
นอกจากนี้ แกนหลักหลายคนของทีมชุดปัจจุบันอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, จาเรลล์ ควอนซาห์, มอร์แกน โรเจอร์ส และ เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด ยังมีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น และจะเข้าสู่ช่วงพีกของอาชีพในฟุตบอลโลกครั้งหน้า
เป้าหมายต่อไปของอังกฤษ
ภารกิจสุดท้ายของอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026 คือเกมชิงอันดับ 3 พบกับ ฝรั่งเศส ที่เมืองไมอามี่ ในช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์นี้
หลังจากนั้น ทัพ "สิงโตคำราม" จะหันไปโฟกัสกับศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 24 กันยายน ก่อนเข้าสู่เป้าหมายใหญ่ถัดไปอย่าง ยูโร 2028
การแข่งขันครั้งนั้นจะจัดขึ้นบนแผ่นดินสหราชอาณาจักร โดยมี อังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์ และสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ร่วมเป็นเจ้าภาพ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญที่ทีมของ ทูเคิ่ล จะเปลี่ยนการเข้ารอบลึกให้กลายเป็นแชมป์รายการใหญ่ที่รอคอยมานาน