ทำไม โรดรี้ ถึงมีค่ามากกว่าที่สถิติบอก? คำตอบอยู่ใน GoalNet

ทำไม โรดรี้ ถึงมีค่ามากกว่าที่สถิติบอก? คำตอบอยู่ใน GoalNet
เจาะลึกระบบประเมินผลอัจฉริยะ GoalNet (GNN) ที่พิสูจน์ว่าทำไม โรดรี้ ถึงมีค่ามากกว่าที่สถิติบอ ทลายขีดจำกัด Expected Goals (xG) สู่ค่าความอันตรายที่แท้จริงเบื้องหลังความสำเร็จของสเปนและแมนซิตี้

อย่างที่หลายคนรู้ดีอยู่แล้วว่า ฟุตบอลในยุคปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล แต่ปัญหาคือมาตรวัดส่วนใหญ่อย่าง Expected Goals (xG) หรือสถิติการยิงและจ่าย มักจะให้ราคากับผู้เล่นแดนหน้าเป็นหลัก

ระบบเหล่านี้มักมองข้ามผู้เล่นที่คอยเชื่อมเกม ครองบอล หรือทำลายเกมรุกคู่แข่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทีมชนะ

นี่คือที่มาของ GoalNet ระบบประเมินผลที่ใช้เทคโนโลยี Graph Neural Networks (GNN) โดยระบบนี้จะวิเคราะห์ว่า ฟุตบอลไม่ใช่แค่เรื่องของคนคนเดียว แต่มันคือ "เครือข่ายความสัมพันธ์"

ระบบ GoalNet จะทำการเปลี่ยนภาพการแข่งขันฟุตบอลในสนาม ให้อยู่ในรูปแบบของคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า Graph โดยแบ่งเป็น 2 องค์ประกอบหลัก

หนึ่งคือ นักฟุตบอลทุกคน = โหนด (Nodes) แทนด้วย "จุดวงกลม" บนแผนผัง นักเตะ 11 คนในสนาม ก็คือ 11 จุดวงกลมที่มีพิกัดและการเคลื่อนที่เฉพาะตัว

สองคือ การส่งบอล/ปะทะ = เส้นเชื่อม (Edges) แทนด้วย "ลูกศร หรือ เส้นที่ลากเชื่อม" ระหว่างวงกลมสองวง 

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่าย ๆ เช่น ก่อนที่ โหนดโรดรี้ จะส่งบอล โครงสร้างทีมอยู่ในจุดที่ไม่อันตราย (มีคู่แข่งขวางอยู่ 5 คน) แต่พอ โหนดโรดรี้ สร้าง 'เส้นเชื่อม' (ส่งบอล) ตัดทะลุผ่านโหนดของคู่แข่ง 5 คนไปหา โฟเด้น มันทำให้โอกาสได้ประตูของทีมพุ่งจาก 10% กลายเป็น 80% ทันที 

ดังนั้น มูลค่าจากการ "ขยับเขยื้อนโครงสร้าง" (การเปลี่ยนจากแดนตัวเองไปสู่แดนอันตราย) จึงถูกโอนกลับมาเป็นเครดิตให้ โหนดโรดรี้ เต็ม ๆ นั่นเองอธิบายคร่าว ๆ ประมาณนี้

โดย GoalNet ไม่ได้ดูแค่ว่าใครยิงประตู แต่ใช้ตัววัดที่ลึกกว่านั้นคือ Expected Threat (xT) หรือค่าความอันตรายที่คาดหวัง ซึ่งจะวัดว่าการกระทำหนึ่ง ๆ ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้ประตูมากน้อยเพียงใด

ในกรณีของ โรดรี้ เขาคือผู้เล่นที่มีความแม่นยำในการจ่ายบอลสูงกว่า 90% ตลอดอาชีพการค้าแข้ง

ระบบ GoalNet จะทำการให้คะแนนย้อนกลับผ่านการเรียนรู้ของสิ่งที่เรียกว่า Node Embeddings 

หมายความว่า แม้ โรดรี้ จะไม่ได้เป็นคนยิงหรือแอสซิสต์ แต่ระบบจะมองเห็นว่า "การจ่ายบอลทำลายแนวรับ" หรือการยืนตำแหน่งเพื่อ "ดักทางบอล" ของเขานั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ค่า xT ของทีมพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เคสการวิเคราะห์ประตูของ กรานิต ชาก้า ซึ่ง GoalNet ชี้ให้เห็นว่าค่า xT ที่แท้จริงควรถูกยกย่องให้กับการจ่ายบอลทะลุช่องจังหวะแรกที่ทำลายโครงสร้างเกมรับคู่แข่ง มากกว่าแค่ลูกยิงสุดท้าย

เช่นเดียวกับ โรดรี้ ที่มักจะเป็นคน "เซ็ตจังหวะ" ให้กับทั้ง แมนซิตี้ และทีมชาติสเปน

ความแม่นยำของ GoalNet ยังถูกยืนยันผ่าน "พะโล้" ของทีมยามขาดเขาไป ข้อมูลระบุว่า เมื่อ โรดรี้ ต้องพักยาวจากอาการบาดเจ็บ ACL ในปี 2024 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าชัยชนะได้เพียง 4 จาก 10 นัดใน พรีเมียร์ลีก เท่านั้น

ระบบ GoalNet  สามารถตรวจจับได้ว่า การที่ไม่มี โรดรี้ คอยคุมพื้นที่ ไม่ได้ส่งผลแค่เกมรับ แต่ยังทำให้ตัวรุกคนอื่น ๆ มีพื้นที่เล่นน้อยลงและทำอันตรายได้ลดลงด้วย

อ่านมาถึงตรงนี้กล่าวคือ โรดรี้ อาจไม่ใช่คนที่ยิงประตูถล่มทลายหรือแอสซิสต์สวย ๆ แต่เขาคือ คนที่นำความนิ่ง และจัดระเบียบแผงกองกลางของ แมนซิตี้ รวมไปถึง ทีมชาติสเปน

GoalNet ทำให้เราได้เห็นถึง ความเก่งที่มองไม่เห็น ได้ด้วยตาเปล่าผ่านตัวเลข และมันถึงเวลาแล้วที่ผู้เล่นสไตล์ "ปิดทองหลังพระ" จะได้รับการเชิดชูอย่างที่พวกเขาควรได้รับจริง ๆ

ตัน กวาร์ดิโอล่า 



ที่มาของภาพ : reutersconnect
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport