หยส์ เด ลา ฟวนเต้ นายใหญ่ทีมชาติสเปน ยกย่องลูกทีมที่ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย หลังชนะ ฝรั่งเศส 2-0 ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่เคยทำได้เมื่อ 16 ปีที่แล้ว
หยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน เปิดใจหลังนำทัพ "กระทิงดุ" โชว์ฟอร์มสุดแกร่งปราบ ฝรั่งเศส 2-0 ในรอบรองชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 2026 เมื่อวันอังคารที่ 14 กรกฏาคมที่ผ่านมา
สเปน แสดงผลงานได้อย่างแข็งแกร่งและเล่นได้เหนือกว่าทัพ "ตราไก่" พร้อมกับได้สองประตูสำคัญจากผลงานของ มิเกล โอยาร์ซาบัล กับ เปโดร ปอร์โร่ ส่งผลให้ทัพ "กระทิงดุ" ได้ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2010 ที่พวกเขาคว้าแชมป์เวิลด์ คัพ สมัยแรก
เด ลา ฟวนเต้ ซึ่งนำ สเปน กลายเป็นชาติแรกในยุโรปที่คว้าชัยชนะ 8 เกมติดต่อกันในรอบน็อกเอาต์ในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ (ฟุตบอลโลก/ยูโร) กล่าวว่า "เราเริ่มต้นเมื่อเกือบ 4 ปีก่อนด้วยแนวคิดหนึ่ง และเรายึดมั่นกับแนวทางนั้นมาตลอด จนมันพาเรามาถึงจุดนี้"
"วันนี้เราเผชิญหน้ากับหนึ่งในทีมชาติที่ดีที่สุดในโลก แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือทีมที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งนั่นคือความแตกต่าง นักเตะทุกคนสมควรได้รับคำชื่นชมทั้งหมด เพราะพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความสามัคคี ความเสียสละ และพรสวรรค์ในทุก ๆ วัน พวกเขาทำให้สิ่งที่ยาก กลายเป็นเรื่องที่ดูง่ายดาย" เด ลา ฟวนเต้ กล่าว
ทั้งนี้ สเปน ขยายสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันเป็น 37 นัดในทุกรายการ (ชนะ 28 เสมอ 9) เทียบเท่าสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดของชาติจากยุโรปในประวัติศาสตร์ของ อิตาลี ที่เคยไร้พ่าย 37 นัดติดต่อกัน ระหว่างเดือนตุลาคม 2018 ถึงกันยายน 2021 ดังนั้นหากทัพ "ลา โรฆา" ไม่แพ้ในนัดชิง พวกเขาจะก้าวขึ้นเป็น ชาติยุโรปที่มีสถิติไร้พ่ายยาวนานที่สุดเพียงชาติเดียว ทันที