ผู้ตัดสินสองมาตรฐาน? อังกฤษ โดนใบเหลืองง่าย แต่อาร์เจนตินา ทำฟาวล์ 22 ครั้งค่อยโดน 1 ใบ

ผู้ตัดสินสองมาตรฐาน? อังกฤษ โดนใบเหลืองง่าย แต่อาร์เจนตินา ทำฟาวล์ 22 ครั้งค่อยโดน 1 ใบ
สถิติจากรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ชวนแฟนบอลตั้งคำถาม เมื่อ อังกฤษ โดนใบเหลืองทุก 7 ฟาวล์ ขณะที่ อาร์เจนตินา ต้องทำฟาวล์ถึง 22 ครั้งกว่าจะถูกคาดโทษ 1 ใบ

สถิติการได้รับใบเหลืองต่อจำนวนการทำฟาวล์ ของทั้ง 8 ทีมที่ผ่านเข้าสู่ รอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นอีกหนึ่งข้อมูลที่ถูกพูดถึงอย่างมาก เพราะไม่ได้สะท้อนเพียงแค่ความหนักหน่วงของการเล่น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงสไตล์การเข้าปะทะ การตัดเกม รวมถึงแนวทางการตัดสินของผู้ตัดสินในแต่ละทีมอีกด้วย

บางทีมทำฟาวล์จำนวนมาก แต่ได้รับใบเหลืองเพียงเล็กน้อย ขณะที่บางทีมทำฟาวล์ไม่มากนัก แต่กลับถูกลงโทษค่อนข้างบ่อย ส่งผลให้ค่าเฉลี่ย "จำนวนฟาวล์ต่อใบเหลือง 1 ใบ" แตกต่างกันอย่างชัดเจน

สถิติใบเหลืองต่อจำนวนการทำฟาวล์ของ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026

  • อังกฤษ : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 7 ครั้ง
  • โมร็อกโก : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 9.8 ครั้ง
  • เบลเยียม : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 10 ครั้ง
  • สวิตเซอร์แลนด์ : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 11.5 ครั้ง
  • ฝรั่งเศส : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 12.2 ครั้ง
  • นอร์เวย์ : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 13.6 ครั้ง
  • สเปน : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 17.5 ครั้ง
  • อาร์เจนตินา : 1 ใบเหลือง ต่อการทำฟาวล์ 22 ครั้ง

จากตัวเลขดังกล่าว อังกฤษ เป็นทีมที่ได้รับใบเหลืองง่ายที่สุดในบรรดา 8 ทีมสุดท้าย โดยเฉลี่ยทำฟาวล์เพียง 7 ครั้งก็โดนใบเหลือง 1 ใบ ซึ่งอาจสะท้อนว่าการฟาวล์ของทัพ "สิงโตคำราม" มักเกิดในจังหวะสำคัญ เช่น การตัดเกมสวนกลับ หรือการเข้าปะทะในพื้นที่เสี่ยง จึงถูกผู้ตัดสินลงโทษบ่อยกว่า

ในทางกลับกัน อาร์เจนตินา เป็นทีมที่มีอัตราการได้รับใบเหลืองต่ำที่สุด โดยต้องทำฟาวล์เฉลี่ยถึง 22 ครั้ง จึงจะได้รับใบเหลือง 1 ใบ แสดงให้เห็นว่าทัพ "ฟ้าขาว" อาจเลือกจังหวะการเข้าปะทะได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือหลีกเลี่ยงการทำฟาวล์ในจังหวะที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกลงโทษ

แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่สามารถสรุปได้ว่าทีมใดได้รับการตัดสินที่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่ก็เป็นอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจ และสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสไตล์การเล่น รวมถึงแนวทางการตัดสินของผู้ตัดสินในศึก ฟุตบอลโลก 2026 ได้เป็นอย่างดี




ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport