มาร์ค เกฮี อาจบอกว่าเขาตั้งตารอที่จะได้เผชิญหน้ากับ เออร์ลิง ฮาลันด์ แต่สถิติในการดวลกับเครื่องจักรถล่มประตูทีมชาตินอร์เวย์กลับชี้ว่า ภารกิจครั้งนี้ไม่น่าจะเป็นงานที่สนุกนัก
สถิติโดยรวมของแนวรับทีมชาติอังกฤษรายนี้ในการพบกับดาวยิงผมยาวสลวยคือ ลงสนามพบกัน 7 นัด และเสียประตูให้ฮาลันด์รวม 7 ลูก
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดดังกล่าวได้สิ้นสุดลงในระดับสโมสร หลังทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมกันที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายหลัง เกฮี ย้ายจาก คริสตัล พาเลซ เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ถึงกระนั้น ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะคาดหวังว่า ฮาลันด์ จะออมมือให้เพื่อนร่วมทีมวัย 25 ปีของเขา ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกที่เมืองไมอามี่ วันเสาร์นี้
ภารกิจของ เกฮี ยิ่งยากขึ้นไปอีก เพราะเขามีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว และเป็นหนึ่งในนักเตะทีมชาติอังกฤษ 4 คนที่ต้องระวังการโดนใบเหลืองเพิ่ม ซึ่งล้วนเป็นกำลังสำคัญของทีมภายใต้การคุมทัพของกุนซือโธมัส ทูเคิ่ล
นอกจาก เกฮี แล้ว ยังมี เดแคลน ไรซ์, นิโก้ โอไรลี่ และที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ จู๊ด เบลลิงแฮม ซึ่งทั้งหมดจะหมดสิทธิ์ลงเล่นรอบรองชนะเลิศทันที หาก อังกฤษ ผ่านเข้ารอบได้ และพวกเขาได้รับใบเหลืองอีกใบในเกมกับนอร์เวย์
โจทย์สำคัญของ ทูเคิ่ล จึงไม่ใช่แค่การพา อังกฤษ ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่คือการหาวิธีทำในสิ่งที่ยังไม่มีทีมใดทำได้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ นั่นคือ หยุด ฮาลันด์ ไม่ให้ยิงประตู
หัวหอกร่างยักษ์สูง 195 เซนติเมตร ยิงประตูได้ในทั้ง 4 นัดที่ลงสนามในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเขาได้พักในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ไอ ที่พบกับ ฝรั่งเศส และเวลานี้ซัดไปแล้วถึง 7 ประตู
ภาพที่ ฮาลันด์ ตีกลองนำจังหวะให้ทั้งเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลนอร์เวย์ร่วมกันทำท่าฉลองแบบ "พายเรือไวกิ้ง" หรือ "ไวกิ้ง โรว์" (Viking row) หลังโค่น บราซิล กลายเป็นหนึ่งในภาพจำของทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้
แฟนบอลอังกฤษทุกคนต่างรู้ดีว่า กองหน้าวัย 25 ปี มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นคนเขี่ยทัพ "สิงโตคำราม" ตกรอบได้
คาดว่าเกมนี้ เกฮี และ เอซรี คอนซ่า จะได้ลงเป็นคู่เซนเตอร์แบ็กตัวจริง โดยทั้งคู่จะรับหน้าที่หลักในการหยุดดาวยิงตัวความหวังของนอร์เวย์
ข่าวดีสำหรับอังกฤษคือ สถิติของ คอนซ่า ในการเผชิญหน้ากับ ฮาลันด์ ถือว่าน่าพอใจ
จากการดวลกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ แอสตัน วิลล่า ทั้งหมด 5 นัด ที่ ฮาลันด์ ต้องเจอกับ คอนซ่า โดยตรง "เรือใบสีฟ้า" เก็บชัยชนะได้เพียงเกมเดียว และ ฮาลันด์ ยิงได้แค่ 1 ประตู ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่การพบกันครั้งแรกในเดือนกันยายน ปี 2022
ยิ่งไปกว่านั้น วิลล่ายังเอาชนะแมนฯ ซิตี้ได้ทั้ง 3 นัดหลังสุดที่ คอนซ่า และ ฮาลันด์ ลงสนามพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับทีมของ ทูเคิ่ล
อย่างไรก็ตาม หากเป็นสถิติของ เกฮี ในการรับมือ ฮาลันด์ ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วง เพราะดาวยิงชาวนอร์เวย์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับเขา หนึ่งในตัวอย่างชัดเจนคือ แฮตทริกที่ "จอมมารบู" ยิงใส่ คริสตัล พาเลซ ในปี 2022 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขาสร้างปัญหาให้ เกฮี ได้มากเพียงใด
กระนั้นก็ยังมีเรื่องให้ เกฮี พออุ่นใจอยู่บ้าง เพราะหากนับผลการแข่งขันในการดวลกันโดยตรง ทั้งคู่ต่างเก็บชัยชนะได้ฝ่ายละ 3 ครั้งเท่ากัน โดยชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ เกฮี เกิดขึ้นในนัดชิงเอฟเอ คัพ 2025 เมื่อ พาเลซ หยุด ฮาลันด์ และแมนฯ ซิตี้
ส่วน จอห์น สโตนส์ คือผู้เล่นทีมชาติอังกฤษที่รู้จัก ฮาลันด์ มากกว่าใคร หลังทั้งคู่เล่นร่วมกันในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม มานานถึง 4 ปี
เวลานี้ ทูเคิ่ล กำลังพิจารณาใช้ สโตนส์ เป็นตัวเลือกสำรองในตำแหน่งกองกลางต่อจาก เอลเลียต แอนเดอร์สัน หลัง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ปิดฉากฟุตบอลโลกไปแล้วเนื่องจากบาดเจ็บข้อมือหัก
อย่างไรก็ตาม หากกุนซือชาวเยอรมันตัดสินใจส่งแนวรับประสบการณ์สูงรายนี้ลงสนาม ก็มีสิทธิ์ที่จะทำผลงานได้ดี โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนเมษายน ปี 2021 ตอนที่ ฮาลันด์ ค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาไม่สามารถทำประตูได้เลยทั้งสองนัดในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่พบกับ "เรือใบสีฟ้า" ที่มี สโตนส์ คุมเกมรับ
คงเป็นเรื่องน่าเซอร์ไพรส์หาก ทูเคิ่ล จะตัดสินใจส่ง แดน เบิร์น ลงเป็นตัวจริงในเกมพบ นอร์เวย์ แม้ว่ากองหลังจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด จะมีความสูงถึง 201 เซนติเมตร และทำผลงานได้น่าประทับใจจากการลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่ชนะ เม็กซิโก ก็ตาม
อย่างไรก็ตาม หาก เบิร์น ได้รับโอกาสลงเล่นในบางช่วงของเกมที่ ฮาร์ดร็อก สเตเดี้ยม เขาก็น่าจะมีความมั่นใจเพิ่มขึ้นจากสถิติที่ค่อนข้างน่าพอใจในการรับมือฮาลันด์
แม้ นิวคาสเซิ่ล จะไม่เคยเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เลยจาก 8 นัดที่ทั้งคู่เผชิญหน้ากัน แต่ ฮาลันด์ ยิงได้เพียง 1 ประตูเท่านั้น
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีทีมใดสามารถหยุด ฮาลันด์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
กระนั้นเมื่อนึกถึงขุนพลทีมชาติอังกฤษที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนในการสู้กับ เม็กซิโก แต่พวกเขาสามารถหยุดเจ้าภาพร่วมได้สำเร็จ ด้วยความทุ่มเทของ เกฮี, คอนซ่า, สโตนส์ และเบิร์น ที่ยอมทุ่มเทร่างกายเข้าสกัดและป้องกันทุกจังหวะ
| แนวรับ / ผู้รักษาประตู (สโมสร) | จำนวนนัดที่พบ | ประตูที่ฮาลันด์ทำได้ | สถิติทีมของฮาลันด์ (ชนะ) | สถานการณ์และภาพรวม |
| จอร์แดน พิคฟอร์ด (เอฟเวอร์ตัน) | 6 | 7 | 3 | ขนมหวาน: โดนส่องยับเยินเฉลี่ยเกิน 1 ลูกต่อเกม |
| มาร์ค เกฮี (คริสตัล พาเลซ) | 4 | 7 | 3 | ทางสะดวก: เป็นกองหลังอีกคนที่ฮาลันด์ชอบเจอเป็นพิเศษ |
| รีซ เจมส์ (เชลซี) | 3 | 3 | 1 | งานหนัก: โดนไปเฉลี่ยเน้น ๆ นัดละ 1 ประตู |
| แดน เบิร์น (นิวคาสเซิล) | 6 | 1 | 4 | กำแพงหิน: แม้ทีมจะแพ้บ่อย แต่เบิร์นปิดตายฮาลันด์ได้ดีมาก |
| เอซรี คอนซ่า (แอสตัน วิลลา) | 5 | 1 | 1 | ของแสลง: สกัดฮาลันด์จนเล่นไม่ออก และแบ่งแต้มได้บ่อย |
| จอห์น สโตนส์ (แมนฯ ซิตี้/ดอร์ทมุนด์) | 2 | 0 | 0 | ทางผ่านสมัยก่อน: สมัยสโตนส์เจอฮาลันด์ใน UCL (ก่อนย้ายมาร่วมทีมกัน) |
| เฌด สเปนซ์ (สเปอร์ส) | 1 | 0 | 0 | สถิติน้อย: เจอกันเพียงนัดเดียวและยังไม่มีสกอร์ |