เมสซี่หลั่งน้ำตา! สวนเดือดคนค้านเปา ลั่น "ฟุตบอลอาจไม่เหมาะกับคุณ"

เมสซี่หลั่งน้ำตา! สวนเดือดคนค้านเปา ลั่น "ฟุตบอลอาจไม่เหมาะกับคุณ"
กัปตันฟ้าขาวเผยทั้งน้ำตาว่าเสียใจที่ยิงจุดโทษพลาดจนคิดว่าทำทีมผิดหวัง ก่อนฮีโร่พาอาร์เจนตินาพลิกนรกเข้ารอบ พร้อมตอบโต้เสียงวิจารณ์จังหวะปัญหาแบบไม่ไว้หน้า ยืนยันผู้ตัดสินและ VAR ทำหน้าที่ถูกต้องทุกอย่าง

ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา เปิดเผยเหตุผลที่ตนหลั่งน้ำตาหลังจบเกม ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ทัพ "ฟ้าขาว" พลิกสถานการณ์จากตามหลัง 0-2 กลับมาเอาชนะ อียิปต์ 3-2 เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา

แชมป์เก่าตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หลังถูก อียิปต์ ยิงนำ 2 ประตู แต่สามารถฮึดยิงคืน 3 ลูกรวดในช่วง 12 นาทีสุดท้าย พลิกคว้าชัยแบบสุดดราม่า พร้อมผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

หลังจบการแข่งขัน เมสซี่ มีภาพหลั่งน้ำตาในสนาม ซึ่งสร้างความสงสัยให้กับแฟนบอลทั่วโลก โดยเจ้าตัวยอมรับว่า เป็นเพราะรู้สึกผิดที่ยิงจุดโทษพลาดในช่วงครึ่งแรก

"ผมร้องไห้ เพราะรู้สึกว่าตัวเองทำให้เพื่อนร่วมทีมผิดหวัง จากจุดโทษที่ยิงพลาด รวมถึงวิธีที่ผมเลือกยิงด้วย แต่สุดท้ายต้องขอบคุณพระเจ้า ที่พระองค์ยังทรงเตรียมสิ่งพิเศษไว้ให้ผมอีกครั้งในตอนจบ ผมมีความสุขมาก"

ดาวเตะวัย 39 ปี กล่าวต่อว่า

"พวกเราไม่ต้องการ และก็ไม่สมควรต้องจบเส้นทางเพียงเท่านี้ เราไม่อาจปล่อยให้ทุกอย่างจบลงแบบนั้นได้ ทีมชุดนี้สมควรได้เดินหน้าต่อจริง ๆ พวกเราไม่เคยยอมแพ้เลย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ไม่มีวันยอมแพ้"

นอกจากนี้ เมสซี่ ยังออกมาปกป้องการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและทีมงาน VAR หลังเกิดข้อถกเถียงในจังหวะที่ อียิปต์ เรียกร้องจุดโทษ ก่อน อาร์เจนตินา ได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกม

"บอกตามตรง ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงยังมีประเด็นถกเถียงกันอยู่ ถ้าคุณคิดว่าจังหวะนั้นไม่ใช่การฟาวล์ บางทีฟุตบอลอาจไม่ใช่กีฬาที่เหมาะกับคุณ"

เมสซี่ อธิบายเพิ่มเติมว่า

"นักเตะของพวกเขาเหยียบใส่ ลิซานโดร มาร์ตีเนซ อย่างชัดเจนก่อนที่จะได้เล่นบอล จังหวะแบบนี้แหละคือเหตุผลที่เรามี VAR เพื่อช่วยให้กรรมการตัดสินได้อย่างถูกต้อง ผมคิดว่าทีมงานผู้ตัดสินทำหน้าที่ได้ดีแล้ว"

จากชัยชนะนัดนี้ อาร์เจนตินา ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ พร้อมเดินหน้าป้องกันแชมป์โลกต่อไป โดย เมสซี่ ยิงประตูตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จ แม้จะพลาดจุดโทษในครึ่งแรกก็ตาม




ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport