ฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์มีหลายทีมใช้แท็กติกเปลี่ยนตัวช่วงท้ายเพื่อดวลจุดโทษ แต่สถิติชี้ผลลัพธ์ไม่สวย ขณะที่ ออสเตรเลีย ถึงขั้นเปลี่ยนผู้รักษาประตูเฉพาะกิจแต่สุดท้ายตกรอบ
ย้อนไปในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์คืนที่สอง กลายเป็นอีกค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดราม่า เมื่อ 2 จาก 3 คู่ต้องตัดสินผู้ชนะด้วยการดวลจุดโทษ หลังเสมอกันตลอด 120 นาที
คู่ที่สร้างเซอร์ไพรส์มากที่สุดคือ ปารากวัย ที่ยันเสมอ เยอรมนี 1-1 ก่อนเอาชนะในการดวลจุดโทษ 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ขณะที่ โมร็อกโก เสมอ เนเธอร์แลนด์ ด้วยสกอร์เดียวกันก่อนเฉือนชนะช่วงดวลเป้า 3-2
นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งคู่ในรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่ต้องตัดสินด้วยการยิงจุดโทษเช่นกัน นั่นคือเกมระหว่าง ออสเตรเลีย กับ อียิปต์ ซึ่งมีเหตุการณ์น่าสนใจเกิดขึ้น เมื่อ โทนี่ โปโปวิช กุนซือทัพ "ซอคเกอร์รูส์" ตัดสินใจเปลี่ยน แมทธิว ไรอัน อดีตผู้รักษาประตู อาร์เซน่อล ลงสนามแทน แพทริค บีช นายทวารตัวจริงในช่วงท้ายเกม โดยหวังใช้ประสบการณ์ช่วยเซฟจุดโทษ
อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวไม่เป็นผล เมื่อ ไรอัน ไม่สามารถป้องกันลูกยิงของนักเตะอียิปต์ได้แม้แต่ครั้งเดียว โดยแข้ง "มัมมี่" ยิงเข้า 4 คนรวดก่อนคว้าชัยและผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ขณะเดียวกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายทีมเลือกเปลี่ยนผู้เล่นลงสนามช่วงท้ายของช่วงต่อเวลาพิเศษ เพื่อเตรียมไว้สำหรับการดวลจุดโทษโดยเฉพาะ แต่ข้อมูลล่าสุดจาก Opta กลับชี้ว่าแนวทางดังกล่าวอาจไม่ได้ผลอย่างที่คิด
สถิติระบุว่า จากผู้เล่น 10 คนล่าสุดที่ถูกส่งลงสนามหลังนาทีที่ 115 ในฟุตบอลโลกหรือศึกยูโร และมีโอกาสยิงจุดโทษหลังจบเกม มีถึง 8 คนที่ยิงพลาด
หนึ่งในตัวอย่างจากฟุตบอลโลก 2026 คือ จัสติน ไคลเวิร์ต แนวรุกของ บอร์นมัธ ที่ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 113 ของเกมกับ โมร็อกโก ก่อนจะกลายเป็นหนึ่งใน 3 นักเตะเนเธอร์แลนด์ที่ยิงจุดโทษไม่เข้า
ฝั่ง ปารากวัย ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนตัวลักษณะนี้เช่นกัน เมื่อ ฟาเบียน บัลบวยน่า อดีตกองหลัง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 122 และเป็นหนึ่งในนักเตะปารากวัยที่ยิงพลาด แม้สุดท้ายทีมจะยังผ่านเข้ารอบได้ก็ตาม
ด้าน เยอรมนี มีทั้งความสำเร็จและความผิดหวังจากตัวสำรอง โดย นิค โวลเทอมาเด้อ ยิงไม่เข้า แต่ นาเดียม อามิรี่ และ จามาล มูเซียล่า สามารถส่งบอลเข้าประตูได้สำเร็จ
สำหรับทีมชาติอังกฤษ เคยประสบความสำเร็จจากแท็กติกนี้ในศึกยูโร 2024 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อ แกเร็ธ เซาธ์เกต ส่ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และ ไอแวน โทนี่ย์ ลงสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษ ก่อนทั้งคู่จะยิงจุดโทษเข้าและช่วยทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม ทีมสิงโตคำราม เคยเจ็บปวดจากการตัดสินใจลักษณะเดียวกันมาแล้วในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 เมื่อ เจดอน ซานโช่ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งถูกส่งลงสนามช่วงท้าย พลาดจุดโทษสำคัญจนทีมพลาดแชมป์
ย้อนกลับไปในฟุตบอลโลก 2006 เจมี่ คาร์ราเกอร์ ก็เคยกลายเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของผู้เล่นที่ถูกเปลี่ยนลงมาเพื่อยิงจุดโทษ ก่อนยิงพลาดในเกมที่ อังกฤษ พ่าย โปรตุเกส รอบก่อนรองชนะเลิศ
จากสถิติและเหตุการณ์ล่าสุดในฟุตบอลโลก 2026 ทำให้เกิดคำถามอีกครั้งว่า การเปลี่ยนตัวช่วงท้ายเกมเพื่อหวังผลในการดวลจุดโทษนั้น เป็นกลยุทธ์ที่คุ้มค่าจริงหรือไม่ เมื่อหลายทีมยังต้องพบกับความผิดหวังแม้จะวางแผนมาอย่างรัดกุมก็ตาม