ศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่าง บราซิล กับ นอร์เวย์ ไม่ได้มีเพียงเกมแย่งตั๋วเข้ารอบ แต่ยังเป็นการกลับมาเผชิญหน้าของ เออร์ลิง ฮาลันด์ และ กาเบรียล มากัลเญส คู่ปรับจากเวทีพรีเมียร์ลีก ที่มีปมขัดแย้งต่อเนื่องทั้งในสนามและนอกสนาม
ศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่นครนิวยอร์ก มีอีกหนึ่งไฮไลต์นอกเหนือจากการลุ้นผลการแข่งขันระหว่าง บราซิล กับ นอร์เวย์ นั่นคือการกลับมาเผชิญหน้ากันของ เออร์ลิง ฮาลันด์ ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ และ กาเบรียล มากัลเญส ปราการหลังทีมชาติบราซิล ซึ่งมีประวัติความบาดหมางกันมาตั้งแต่สมัยค้าแข้งในศึกพรีเมียร์ลีก
หลายฝ่ายมองว่าการดวลกันของทั้งคู่จะเข้มข้นไม่แพ้ไฟต์ระดับตำนานในวงการกีฬา เพราะต่างเป็นผู้เล่นที่ไม่ยอมกันทั้งในเรื่องฝีเท้าและอารมณ์ในเกม
ชนวนเดือดเริ่มจากลูกยั่วในพรีเมียร์ลีก
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งเกิดขึ้นในฤดูกาล 2024/25 เมื่อ ฮาลันด์ ยิงประตูตีเสมอให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในเกมพบ อาร์เซน่อล ก่อนขว้างบอลไปโดนศีรษะของ กาเบรียล เพื่อยั่วยุหลังทำประตูได้
หลังจบเกม ฮาลันด์ มองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องปกติของการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น และเชื่อว่าทุกอย่างควรจบลงในสนาม เพราะฟุตบอลย่อมมีทั้งการปะทะ การยั่วอารมณ์ และการแข่งขันทางจิตวิทยา
อย่างไรก็ตาม กาเบรียล ไม่ปล่อยให้เรื่องดังกล่าวผ่านไปง่าย ๆ
กาเบรียล เอาคืนต่อหน้าฮาลันด์
ในการพบกันนัดต่อมาที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อาร์เซน่อล เปิดบ้านถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-1 โดย กาเบรียล ฉลองประตูต่อหน้าคู่ปรับอย่างสะใจ
ภายหลังเจ้าตัวยอมรับว่า เป็นการตอบโต้จากเหตุการณ์ที่เคยถูก ฮาลันด์ ขว้างบอลใส่ศีรษะ และเมื่อมีโอกาสจึงตั้งใจฉลองประตูต่อหน้าอีกฝ่ายเพื่อเอาคืน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ยิ่งตึงเครียดมากขึ้นเรื่อย ๆ
สงครามย้ายจากสนามสู่โซเชียลมีเดีย
ในฤดูกาลถัดมา ฮาลันด์ ยังเติมเชื้อไฟให้ความขัดแย้ง เมื่อร้องเพลง "Good Feeling" ของ โฟล ไรด้า ใส่กล้องถ่ายทอดสด หลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านชนะ อาร์เซน่อล 2-1
ระหว่างเกมเดียวกัน กาเบรียล ยังมีจังหวะพยายามใช้ศีรษะปะทะ ฮาลันด์ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด ก่อนที่ผู้ตัดสิน แอนโธนี่ เทย์เลอร์ จะตัดสินแจกใบเหลืองให้ทั้งสองคน
หลังจบเกม ฮาลันด์ มองว่าคู่กรณีควรถูกไล่ออกจากสนาม พร้อมระบุว่าการที่ตัวเองไม่แกล้งล้ม ทำให้ผู้ตัดสินไม่ตัดสินเป็นใบแดง
"พ่อสอนให้ผมเล่นอย่างแข็งแกร่งและยืนอยู่บนขาของตัวเอง ไม่ใช่พยายามเรียกฟาวล์"
ด้าน กาเบรียล ตอบโต้ในช่วงหลังจบฤดูกาล ด้วยการโพสต์คลิปชูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก พร้อมใช้เพลง "Good Feeling" เพลงเดียวกับที่ ฮาลันด์ เคยร้องเยาะเย้ย เป็นการส่งสารกลับผ่านโซเชียลมีเดีย
ศึกฟุตบอลโลกที่เดิมพันมากกว่าชัยชนะ
โชคชะตาพาทั้งสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยผู้ชนะจะผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ
ฮาลันด์ กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง หลังยิงไป 5 ประตูจาก 3 นัดในฟุตบอลโลก และตามหลัง ลิโอเนล เมสซี่ กับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ในตำแหน่งดาวซัลโวเพียง 1 ประตู นอกจากนี้ เขายังยิงประตูได้ตลอด 13 นัดหลังสุดในทุกรายการ รวมทั้งสิ้น 25 ประตู
ขณะที่ กาเบรียล ยังคงเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของ บราซิล แม้เพิ่งพลาดจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ผลงานใน ฟุตบอลโลก 2026 แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวยังคงรักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม
การพบกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการดวลกันระหว่างหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของโลกกับหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กระดับแถวหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีของคู่ปรับที่สั่งสมความบาดหมางมาหลายปี ซึ่งแฟนบอลทั่วโลกต่างรอชมว่า เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ใครจะเป็นฝ่ายได้ทั้งชัยชนะและสิทธิ์ในการเย้ยคู่ปรับอีกครั้ง