คูมัน ลาออกกุนซือเนเธอร์แลนด์ รับผิดชอบตกรอบฟุตบอลโลก 2026 เปรยอำลาอาชีพโค้ช

คูมัน ลาออกกุนซือเนเธอร์แลนด์ รับผิดชอบตกรอบฟุตบอลโลก 2026 เปรยอำลาอาชีพโค้ช
โรนัลด์ คูมัน ประกาศลาออกจากตำแหน่งกุนซือ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เพื่อแสดงความรับผิดชอบหลังพาทีมตกรอบ ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมเผยอาจยุติเส้นทางการเป็นโค้ช เพื่อหันไปให้ความสำคัญกับสุขภาพและครอบครัว

โรนัลด์ คูมัน ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ อย่างเป็นทางการ หลังพาทัพ "อัศวินสีส้ม" ยุติเส้นทางในศึก ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย

การตัดสินใจของกุนซือชาวดัตช์มีขึ้นเพียง 1 วัน หลัง เนเธอร์แลนด์ พ่าย โมร็อกโก ในการดวลจุดโทษ ส่งผลให้หนึ่งในทีมเต็งแชมป์ต้องตกรอบเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดหมาย

คูมัน เปิดเผยผ่านอินสตาแกรมว่า การลาออกครั้งนี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อผลงานของทีม พร้อมยอมรับว่าความผิดหวังครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยากจะทำใจ

"ผมตัดสินใจเมื่อคืนนี้ว่าถึงเวลาที่ต้องลงจากตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติเนเธอร์แลนด์แล้ว"

"พวกเราทุกคนมีความฝันเดียวกัน คือการสร้างประวัติศาสตร์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่สุดท้ายเราทำไม่สำเร็จ ไม่มีใครผิดหวังกับผลลัพธ์ครั้งนี้มากไปกว่าผม และในฐานะเฮดโค้ช ความรับผิดชอบทั้งหมดก็ย่อมตกอยู่ที่ผม"

อดีตกุนซือ บาร์เซโลน่า ยังกล่าวถึงเส้นทางการทำงานตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมยอมรับว่าชีวิตมีสิ่งสำคัญมากกว่าฟุตบอล

"เมื่อมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทางอาชีพ ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ผมมีโอกาสได้ร่วมงานกับหลายสโมสรและผู้คนที่หล่อหลอมตัวผม พร้อมมอบความทรงจำที่ผมจะเก็บรักษาไว้ตลอดชีวิต"

"ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมตระหนักอีกครั้งว่า ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่าฟุตบอล ฟุตบอลคือชีวิตของผมก็จริง แต่สุขภาพเป็นสิ่งที่ประเมินค่าไม่ได้ เมื่อคนที่คุณรักกำลังต่อสู้กับช่วงเวลาที่ยากลำบาก มุมมองต่อชีวิตของคุณก็เปลี่ยนไป"

นอกจากนี้ คูมัน ยังเปรยว่า การอำลาตำแหน่งครั้งนี้อาจหมายถึงการปิดฉากเส้นทางการเป็นผู้จัดการทีม เพื่อหันมาใช้เวลากับครอบครัวและดูแลสุขภาพมากขึ้น

สำหรับ โรนัลด์ คูมัน วัย 63 ปี อดีตกองหลังระดับตำนานของ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และ บาร์เซโลน่า กลับมารับงานคุมทีมชาติบ้านเกิดเป็นสมัยที่สองเมื่อเดือนมกราคม ปี 2023 หลังเคยดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2018-2020 แต่ไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จในศึก ฟุตบอลโลก 2026 ได้ และตัดสินใจอำลาตำแหน่งหลังจบทัวร์นาเมนต์ทันที





ที่มาของภาพ : reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport