จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เรียกเสียงฮือฮาในศึกฟุตบอลโลก 2026 หลังเดินทางเข้าชมการแข่งขันในสนามไปแล้วถึง 25 นัด ภายในระยะเวลาเพียง 18 วันของรอบแบ่งกลุ่ม
ผู้นำลูกหนังโลกวัย 56 ปี เดินทางตระเวนชมเกมในหลายเมืองเจ้าภาพทั่วทวีปอเมริกาเหนือ โดยมีถึง 8 วันที่เข้าชมการแข่งขันวันละ 2 นัด สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการติดตามบรรยากาศของทัวร์นาเมนต์ที่เพิ่มเป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ตลอดช่วงรอบแบ่งกลุ่ม อินฟานติโน่ ได้เข้าชมเกมของเกือบทุกชาติที่เข้าร่วมแข่งขัน โดยพลาดชมเพียง 7 ชาติจากทั้งหมด 48 ทีมเท่านั้น ได้แก่ บอสเนีย, เยอรมนี, เอกวาดอร์, นอร์เวย์, เซเนกัล, ออสเตรีย และ จอร์แดน
นอกจากนี้ เขายังเดินทางไปเยือนเมืองเจ้าภาพเกือบครบทุกแห่ง โดยมีเพียง ดัลลัส และ นิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นสังเวียนนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ยังไม่ได้ไปเยือนในช่วงรอบแรกของการแข่งขัน
จากเหตุดังกล่าวทำให้ อินฟานติโน่ ใช้เวลาบนเครื่องบินรวมมากกว่า 70 ชั่วโมง และเคยเดินทางระยะไกลถึง 2,800 ไมล์ จากแวนคูเวอร์ไปไมอามีในวันเดียว หลังเข้าชมเกมระหว่างออสเตรเลียกับตุรกี
อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวกลับสร้างเสียงวิจารณ์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ฟีฟ่าเคยประกาศนโยบายด้านความยั่งยืนและสิทธิมนุษยชน โดยยืนยันว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2030