ชัยชนะเหนือ ปานามา ทำให้ อังกฤษ ผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม L และเลี่ยงเส้นทางที่จะต้องเจอ โปรตุเกส, โคลอมเบีย และ สเปน แล้วพวกเขาก็จะไปเล่นที่ แอตแลนต้า เจอกับ ดีอาร์ คองโก รอบ 32 ทีมสุดท้าย
เอาจริง ๆ ฟังดูเหมือนเป็นสถานการณ์ที่ดี แต่ฟอร์มการเล่นของ “สิงโตคำถาม” ยังมีคำถามให้ตอบอีกหลายเรื่อง
อังกฤษ ชนะ โครเอเชีย 4-2 เสมอ กาน่า 0-0 และใช้เวลาถึงนาที 62 กว่าจะปลดล็อกเกมเจอ ปานามา ได้
ประตูแรกมาจาก จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ตามซ้ำลูกเตะมุมเข้าไป
ประตูที่สองมาจาก แฮร์รี่ เคน โหม่งปิดเกม และกลายเป็นดาวยิงสูงสุดของ อังกฤษ ในฟุตบอลโลกด้วยจำนวน 11 ประตู แซงหน้า แกรี่ ลินิเกอร์ สำเร็จ
ก่อนเกม โธมัส ทูเคิล ตัดสินใจเปลี่ยนทีมถึง 5 ตำแหน่ง
หนึ่งในนั้นคือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้ลงตัวจริงครั้งแรกใน เวิลด์ คัพ ครั้งนี้
ดาวเตะ แมนยู สร้างปัญหาให้แก่แนวรับ ปานามา ตลอดทั้งเกมจากความเร็ว การเลี้ยงกินตัว และการยิงไกล แม้จังหวะเปิดบอลจะยังไม่แม่นยำนักก็ตาม
นี่เป็นเพียงครั้งที่สามตั้งแต่ปี 2020 ที่ แรชฟอร์ด ได้เล่นครบ 90 นาทีในสีเสื้อทีมชาติอังกฤษ
หลังจบเกม แอนโธนี่ แบร์รี่ ผู้ช่วยของ ทูเคิล อธิบายปัญหาในครึ่งแรกได้ชัดเจน
เขาบอกว่า “นักเตะของเราอยากเริ่มเกมด้วยความเร็ว พลังงานที่มีมากเกินไป ทำให้เราบริหารความเสี่ยงได้ไม่ดีพอ เราเสียบอลมากเกินไป โดยเฉพาะพื้นที่ตรงกลางสนาม”
อังกฤษ พยายามเล่นบอลเชิงรุกมากขึ้น
พวกเขาส่งบอลไปด้านหลังแนวรับให้ เบลลิงแฮม และ มอร์แกน โรเจอร์ส วิ่งสอด
พยายามเปลี่ยนแกนไปหา บูกาโย่ ซาก้า และ แรชฟอร์ด ให้เร็วที่สุด
แนวคิดคือหลีกเลี่ยงการเจอกับบล็อกต่ำแบบที่ กาน่า ใช้ได้ผลในเกมก่อน
ทว่าผลลัพธ์คือ อังกฤษ เสียบอลง่ายหลายครั้ง และเปิดพื้นที่ให้ ปานามา สวนกลับ
สถิติสะท้อนเรื่องนี้ชัดเจน
16.7 % ของการจ่ายบอลในครึ่งแรกเป็นการจ่ายบอลไปข้างหน้าอย่างอย่าง 10 หลา (Progressive Passes)
นี่เป็นตัวเลขสูงที่สุดของ อังกฤษ ในครึ่งแรกของเกมทัวร์นาเมนต์ใหญ่นับตั้งแต่ปี 2018
แบร์รี่ มองว่าสิ่งที่ทีมต้องการคือ ความสัมพันธ์ในการเล่น จังหวะเกม และรูปแบบการเข้าทำที่ชัดเจน
แม้จะจบด้วย 7 คะแนนและแชมป์กลุ่ม อย่างไรก็ตาม หลายคนยังถามว่า อังกฤษ ดีพอหรือยัง
เกมกับ กาน่า และ ปานามา มีภาพคล้ายกัน
คู่แข่งลงไปรับลึก อังกฤษ เองก็ได้ครองบอลเยอะ แต่สร้างโอกาสชัดเจนได้ไม่มากพอ
แนวรับก็ยังมีช่องโหว่ จาร์เรลล์ ควอนซาห์ มีอาการบาดเจ็บเพิ่มเข้ามา และทำให้ตัวเลือกในตำแหน่งฟูลแบ็กลดลงไปอีก
คำถามเรื่องฟูลแบ็กจึงกลับมาอีกครั้ง เมื่อต้องเจอกับทีมที่ตั้งรับลึก
นักเตะอย่าง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะช่วยเพิ่มมิติจากการเปิดบอลได้หรือไม่ หรือ ลูอิส ฮอลล์ จะเหมาะกว่าในฐานะฟูลแบ็กสายเติมเกมธรรมชาติ
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ อังกฤษ ยังยิงประตูครึ่งแรกไม่ได้มา 2 เกมติดต่อกัน
บราซิล ยิงประตูได้ก่อนนาที 32 ในทุกเกมรอบแบ่งกลุ่ม
เยอรมนี ทำได้สองเกม
ฝรั่งเศส ทำได้
อาร์เจนติน่า นำตั้งแต่ครึ่งแรกทุกนัดที่ลงเล่นจนถึงตอนนี้
หรือแม้แต่ สหรัฐอเมริกา ยังขึ้นนำภายใน 11 นาทีในทุกเกมของพวกเขา
อังกฤษ ยังต้องใช้เวลานานเกินไปในการเจาะทีมที่ตั้งรับลึก
ฟุตบอลโลกไม่มีคะแนนพิเศษสำหรับความสวยงาม การขึ้นนำให้เร็วขึ้น ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น
อังกฤษ ผ่านเข้ารอบตามเป้าหมาย เส้นทางดูเปิดกว้างกว่าเดิม
ถึงกระนั้น รอบน็อกเอาต์ มันจะเริ่มจริงจังมากกว่าเดิม
คู่แข่งในรอบ 32 ทีมสุดท้ายก็ไม่ใช่งานง่าย
ดีอาร์ คองโก ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังพลิกสถานการณ์จากตามหลัง อุซเบกิสถาน กลับมาชนะ 3-1 และปิดฉากรอบแบ่งกลุ่มด้วยพลังงานใจมหาศาล
ฟิสตอน มาเยเล่ กองหน้าที่ค้าแข้งลีก อียิปต์ สร้างปัญหาตลอดทั้งเกมจากการดวลตัวต่อตัว ความเร็ว และความกล้าเล่นบอลในพื้นที่แคบ ก่อนยิงประตูสำคัญพาทีมแซงนำในนาที 78
บรรยากาศในสนามที่ แอตแลนต้า กลายเป็นงานเฉลิมฉลองของแฟนบอลดีอาร์ คองโก พวกเขาร้องเพลง เต้น และสร้างสีสันตลอดทั้งคืน
คำถามจึงกลับมาที่ อังกฤษ ควรกังวลหรือไม่
คำตอบคืออาจต้องระวัง
อังกฤษ ใช้เวลานานในการเจาะประตูคู่แข่งมาตอดสองเกมหลัง และ ดีอาร์ คองโก ก็เป็นทีมที่เล่นเกมรับอย่างมีวินัยในระดับใกล้เคียงกัน
พวกเขามีโครงสร้างเกมรับที่แน่น เล่นด้วยพลังงานสูง และพร้อมเปลี่ยนจังหวะสวนกลับทันทีเมื่อแย่งบอลได้
ฟุตบอลโลกครั้งนี้คือทัวร์นาเมนต์ที่ชาติจากแอฟริกามีผลงานโดดเด่น
อียิปต์ เป็นแชมป์กลุ่ม
โมร็อกโก ถูกมองเป็นม้ามืด
เซเนกัล แข็งแกร่ง
กาน่า เคยทำให้ อังกฤษ เจองานหนัก
ดีอาร์ คองโก อาจเป็นอีกทีมที่พร้อมสร้างปัญหาให้ทีมของ ทูเคิ่ล เช่นกัน
จากนี้ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจหมายถึงการเดินทางกลับบ้าน
ทูเคิ่ล ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว
คำถามต่อไปคือ พวกเขาจะดีพอสำหรับการเป็นแชมป์โลกหรือไม่
คำตอบจะเริ่มชัดขึ้นตั้งแต่รอบต่อไป
HOSSALONSO