ฟุตบอลโลก 2026 ได้แล้ว 9 คู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย พร้อมไขคำตอบว่าทำไม เยอรมนี, ฝรั่งเศส และ สหรัฐอเมริกา รู้คู่แข่งก่อนจบรอบแบ่งกลุ่ม จากระบบตารางไขว้สาย (Combination Matrix) ของฟีฟ่า
แม้การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2026 จะยังเหลือโปรแกรมในกลุ่ม เจ, เค และ แอล ให้ลงสนามในวันสุดท้าย แต่เส้นทางของรอบ 32 ทีมสุดท้ายเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุดได้คู่แข่งขันแล้วถึง 9 คู่จากทั้งหมด 16 คู่ ตามผังการแข่งขันที่วหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) กำหนดไว้ล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ได้รับความสนใจคือการที่ เยอรมนี, ฝรั่งเศส และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นแชมป์กลุ่ม สามารถทราบคู่แข่งในรอบน็อกเอาต์ได้ก่อนที่รอบแบ่งกลุ่มจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
สาเหตุมาจากระบบ Combination Matrix หรือ ตารางไขว้สายอัตโนมัติของ ฟีฟ่า ซึ่งทำงานร่วมกับผลการแข่งขันของกลุ่มที่ได้ข้อสรุปแล้ว ทำให้สามารถคำนวณเส้นทางของทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด และล็อกคู่แข่งขันบางคู่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลการแข่งขันทุกกลุ่ม
ทำไม สหรัฐอเมริกา ถึงรู้ว่าจะเจอ บอสเนียฯ?
ตามผังการแข่งขันของฟีฟ่า แชมป์กลุ่ม ดี มีโอกาสพบทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากกลุ่ม บี, อี, เอฟ, ไอ หรือ เจ
ขณะที่ บอสเนียฯ จบอันดับ 3 ของกลุ่ม บี ด้วยผลงาน 4 คะแนน และจากผลการแข่งขันในกลุ่มอื่นที่จบไปแล้ว ทำให้การันตีการผ่านเข้ารอบในฐานะหนึ่งใน 8 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน
เมื่อคำนวณตามรูปแบบความเป็นไปได้ทั้งหมดของ ฟีฟ่า เส้นทางของบอสเนียฯ ถูกกำหนดให้พบกับแชมป์กลุ่ม ดี หรือ สหรัฐอเมริกา อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทำไม เยอรมนี ถึงได้ดวล ปารากวัย?
แชมป์กลุ่ม อี ถูกกำหนดให้พบกับทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากกลุ่ม เอ, บี, ซี, ดี หรือ เอฟ
ด้าน ปารากวัย จบอันดับ 3 ของกลุ่ม ดี ด้วย 4 คะแนน ขณะที่ทีมอันดับ 3 กลุ่มอื่นที่ผ่านเข้ารอบในช่วงเวลาเดียวกันต่างถูกจัดสรรไปยังโควตาอื่นเรียบร้อยแล้ว
ส่งผลให้สมการของตารางไขว้สายเหลือเพียงทางเลือกเดียว คือการส่ง ปารากวัย เข้าไปพบกับ เยอรมนี ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย
ทำไม ฝรั่งเศส ถึงต้องพบ สวีเดน?
สำหรับแชมป์กลุ่ม ไอ จะต้องพบทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดจากกลุ่ม ซี, ดี, เอฟ, จี หรือ เอช
เมื่อกลุ่ม เอฟ จบการแข่งขันโดย เนเธอร์แลนด์ คว้าแชมป์กลุ่ม และ สวีเดน จบอันดับ 3 ด้วย 4 คะแนน ทำให้สวีเดนผ่านเข้ารอบแน่นอน
จากการนำผลการแข่งขันมาคำนวณร่วมกับตารางไขว้สายของฟีฟ่า ปรากฏว่าเงื่อนไขส่วนใหญ่บังคับให้ สวีเดน ถูกจัดเข้าไปพบกับ ฝรั่งเศส โดยไม่จำเป็นต้องรอผลการแข่งขันของกลุ่มอื่นเพิ่มเติม
โปรแกรมรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่ยืนยันแล้ว
วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน
แอฟริกาใต้ (รองแชมป์กลุ่ม เอ) พบ แคนาดา (รองแชมป์กลุ่ม บี) เวลา 02.00 น.
วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน
บราซิล (แชมป์กลุ่ม ซี) พบ ญี่ปุ่น (รองแชมป์กลุ่ม เอฟ) เวลา 00.00 น.
เยอรมนี (แชมป์กลุ่ม อี) พบ ปารากวัย (อันดับ 3 ที่ดีที่สุด กลุ่ม ดี) เวลา 03.30 น.
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน
เนเธอร์แลนด์ (แชมป์กลุ่ม เอฟ) พบ โมร็อกโก (รองแชมป์กลุ่ม ซี) เวลา 08.00 น.
ไอวอรี่โคสต์ (รองแชมป์กลุ่ม อี) พบ นอร์เวย์ (รองแชมป์กลุ่ม ไอ) เวลา 00.00 น.
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม
ฝรั่งเศส (แชมป์กลุ่ม ไอ) พบ สวีเดน (อันดับ 3 ที่ดีที่สุด) เวลา 04.00 น.
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม
สหรัฐอเมริกา (แชมป์กลุ่ม ดี) พบ บอสเนียฯ (อันดับ 3 ที่ดีที่สุด กลุ่ม บี) เวลา 07.00 น.
วันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม
ออสเตรเลีย (รองแชมป์กลุ่ม ดี) พบ อียิปต์ (รองแชมป์กลุ่ม จี) เวลา 01.00 น.
วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม
อาร์เจนตินา (แชมป์กลุ่ม เจ) พบ เคปเวิร์ด (รองแชมป์กลุ่ม เอช) เวลา 05.00 น.
จากทั้งหมด 16 คู่ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้ว 9 คู่ ขณะที่อีก 7 คู่ที่เหลือจะถูกกำหนดหลังจบการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มในกลุ่ม เจ, เค และ แอล ซึ่งจะลงสนามตั้งแต่เช้ามืดจนถึงช่วงสายของวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนนี้