สยบทุกเสียงวิจารณ์! คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงวัย 41 กะรัต ระเบิดฟอร์มซัด 2 ประตู ช่วยให้ โปรตุเกส ถล่ม อุซเบกิสถาน ยับเยิน 5-0 ในศึกเวิลด์คัพ 2026 พร้อมสถาปนาเป็นแข้งคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 6 สมัย! มาดูแท็กติกเด็ดของ มาร์ติเนซ และเส้นทางสายโรยด้วยกลีบกุหลาบที่มีสิทธิ์ไปจ๊ะเอ๋ย์กับ ลีโอเนล เมสซี่ ในรอบลึก!
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คำราม 'กูก็มีเหมือนกันนะโว้ย !!!' หลังกระทุ้งคนเดียว 2 ประตู ช่วยให้ โปรตุเกส 🇵🇹 ถล่ม อุซเบกิสถาน 🇺🇿 5-0
ต่อไปคือสิ่งที่อยากจะบอก
1. หลังทำได้แค่เสมอ ดีอาร์คองโก ในเกมแรกจนโดนทัวร์ลง โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ปรับทัพ 2 จุด
หนึ่งคือส่ง รูเบน ดิอาส ลงเป็นเซนเตอร์แบ็คแทน โทมัส อเราโช่ และอีกหนึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญ
เพราะ ชูเอา เฟลิกซ์ ที่ถูกส่งลงเล่นเป็น 'หน้าซ้าย' คุ้นเคยกับ 'พี่โด้' ที่ ซาอุฯ อยู่แล้ว
2. ทันใด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็กลับมาระห่ำ & กระฉูด อีกครั้ง หลังปล่อยให้ดาวเตะรุ่นหลังโชว์ออฟกันไปก่อน
จังหวะขึ้นนำ 1-0 พี่แกโฉบเข้ามาชาร์จโคตรสวย
ประตู 2-0 ก็แสดงให้เห็นถึงความใจกว้าง เมื่อทำท่าจะตะบันฟรีคิกเอง แต่กลับปล่อยให้ นูโน่ เมนเดส วิ่งเข้ามายิงแทน เล่นเอาคู่แข่งอึ้งแดกไปเลยค่ะ
ก่อนหมดครึ่งแรกหลุดไปเอาบอลที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้แล้วซัด 3-0
ตลอด 90 นาที ดาวยิงวัย 41 กะรัตผู้นี้มีโอกาสทำลายตาข่าย 7 ครั้ง ตรงกรอบ 5 น่าเสียดายที่ทำแฮตทริกไม่สำเร็จ
3. เกมนี้ทีมขนมฝอยทองเล่นเกมรุกแบบเต็มระบบ โดยมีโอกาสทำประตูรวมกันถึง 17 ครั้ง
ขณะเดียวกัน คุณภาพของ อุซเบกิสถาน ก็เข้าขั้นบัดซบ กองหลังตัวเก่งจาก แมนฯ ซิตี้ อย่าง อับดูโคดีร์ คูซานอฟ ก็ช่วยอะไรไม่ได้
4. ผ่านไป 2 นัด สะสมได้ 4 แต้ม ผลต่างประตูได้เสีย +5 โปรตุเกส ไม่น่าจะมีปัญหาในเข้ารอบต่อไป โดยเกมสุดท้ายต้องวัดกับ โคลอมเบีย เพื่อแย่งกันเป็นที่หนึ่ง
หากคว้าแชมป์กลุ่ม เส้นทางจะสะดวกไปจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แถมมีโอกาสจ๊ะเอ๋ย์กับ ลีโอเนล เมสซี่
5. ดูเหมือนคนเขียนบทฟุตบอลโลกหนนี้จะโรคจิตกว่าที่คิด
สิ่งมีชีวิตจากนอกโลกโซโล่ไปแล้ว 18 ประตูใน เวิลด์ คัพ อันเป็นสถิติสูงสุดอันดับ 1
คิลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ก็ตามมาติดๆ ขณะที่ดาวถล่มประตูเชื้อสายไวกิ้งอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ก็เปิดตัวสวยงาม
ทันใด 'พี่โด้' ก็สถาปนาตัวเองเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กระหน่ำตาข่ายในศึกฟุตบอลโลกถึง 6 สมัย 55555