คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เปิดใจหลังยิง 2 ประตูพา โปรตุเกส ถล่ม อุซเบกิสถาน 5-0 ฟุตบอลโลก 2026 พร้อมสร้างสถิติใหม่มากมาย ย้ำยังไม่คิดแขวนสตั๊ด และไม่ต้องการให้ใครลืมชื่อของเขา
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้ากัปตันทีมชาติโปรตุเกส เปิดใจหลังสวมบทฮีโร่เหมาคนเดียว 2 ประตู ช่วยทัพ "ฝอยทอง" ถล่ม อุซเบกิสถาน 5-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เค นัดสอง เมื่อวันอังคารที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา
ดาวยิงวัย 41 ปี โชว์ฟอร์มร้อนแรงพร้อมสร้างสถิติสำคัญหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นการกลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก 6 สมัยติดต่อกัน (2006, 2010, 2014, 2018, 2022 และ 2026) รวมถึงเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ยิงได้ 2 ประตูในเกมเดียวของศึกเวิลด์ คัพ และเพิ่มสถิติยิงประตูตลอดอาชีพเป็น 975 ประตู
นอกจากนี้ โรนัลโด้ ในวัย 41 ปี 138 วัน ยังขยับขึ้นเป็นนักเตะอายุมากที่สุดอันดับ 2 ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก เป็นรองเพียง โรเจอร์ มิลล่า ตำนานทีมชาติแคเมอรูน
หลังจบเกม เจ้าตัวเปิดใจถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากก่อนหน้านี้ว่า
"ผมรู้ว่าใครก็ตามที่ทำงานหนัก พระเจ้าจะทรงช่วยเหลือเขา สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เป็นช่วงเวลาที่มืดมน ราวกับว่าผมได้เลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว"
"แต่ผมยังยืนหยัดต่อไป เหมือนที่ผมทำมาโดยตลอด เพราะผมเชื่อมั่นในความทุ่มเทและการทำงานหนักยิ่งกว่าสิ่งใดสำหรับการเล่นฟุตบอล มันเป็นช่วงเวลาที่ยากจริง ๆ ผมยอมรับ แต่สุดท้ายเราก็กลับมาได้"
สำหรับประเด็นที่เจ้าตัวหันไปพูดใส่กล้องโทรทัศน์ว่า "ผมกลับมาแล้ว" หลังยิงประตูได้ โรนัลโด้ อธิบายสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่า
"ใช่ เพราะผมไม่ต้องการให้ผู้คนลืม"
ขณะเดียวกัน อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ยืนยันว่าแม้สถิติส่วนตัวจะเป็นเรื่องน่ายินดี แต่เป้าหมายสำคัญที่สุดยังคงเป็นความสำเร็จของทีมชาติ
"ผมมีความสุขมาก ๆ แต่สำหรับผม สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราทำงานหนัก และเชื่อมั่นว่าเราจะแสดงผลงานให้ดีที่สุด ฟอร์มการเล่นของทีมยอดเยี่ยมจริง ๆ และพัฒนาผลการแข่งขันได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน"
"อย่างที่เขาว่ากันว่า ในทุกวิกฤตมักจะมีสิ่งที่ดี ๆ ซ่อนอยู่เสมอ แน่นอนว่าในมุมส่วนตัว สถิติต่าง ๆ เป็นสิ่งที่น่ายินดีเสมอ แต่เป้าหมายของผมคือการช่วยทีมชาติให้บรรลุเป้าหมายที่วางเอาไว้มากกว่า"
นอกจากนี้ โรนัลโด้ ยังตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่เรียกร้องให้เขาแขวนสตั๊ดว่า
"พวกเขาบอกว่าผมควรเลิกเล่นแล้ว แต่ผมยังอยู่ตรงนี้ เสียงวิจารณ์จากภายนอกก็เป็นแบบนี้อยู่เสมอ แต่เราไม่สามารถควบคุมมันได้ สิ่งที่เราทำได้คือเดินหน้าต่อไป และพวกเรายังคงเป็นหนึ่งเดียวกัน"