ลบคำสบประมาทมวยรอง! วิแชมป์ยุโรป สเปน แก้ตัวไล่ต้อน ซาอุดีอาระเบีย ขาดลอย 4-0 เจาะลึก 4 ตำแหน่งที่ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ สั่งปรับทัพ ขังพวกสายแปะแล้วส่ง โอลโม-บาเอน่า ลงมาระเบิดตาข่าย
พลพรรคกระทิงทองผยองสำนึก 🇪🇦 เครื่องติดแล้ว ขย่ม ซาอุฯ 🇸🇦 ขาดลอย 4-0 และต่อไปคือสิ่งที่ผมอยากบอก
1. หลังเสียฟอร์มเต็งแชมป์ เมื่อทำได้แค่เสมอทีมไร้ศักดินาอย่าง เคปเวิร์ด 0-0 หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ ปรับทัพ 4 จุด เพื่อขับเน้นเกมรุกให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
ลามีน ยามาล ที่น่าจะเกือบ 100% แล้วถูกส่งลงแทนแทน เฟร์ราน ตอร์เรส
กาบี และ ฟาเบียน รุยซ์ ที่เล่นไม่ออกก็โดนแทนที่โดย อเล็กซ์ บาเอน่า กับ ดานี่ โอลโม่
เปโดร ปอร์โร่ ก็ได้ลงเล่นเป็นแบ็กขวาแทน มาร์กอส ยอเรนเต้
2. เกมรุกของ สเปน จึงดุดันขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ข้อแตกต่างอยู่ตรงที่ทั้ง 4 ตำแหน่งที่ผู้เป็นกุนซือปรับเปลี่ยนนั่นแหละ
นักเตะประเภทแปะไปแปะมาถูกจับไปขังบนม้านั่งสำรองแล้วส่งผู้เล่นที่กล้าวัดมากกว่าลงไปแทน
3. ลามีน ยามาล แม้จะได้ลงสนามแค่ครึ่งเดียว แต่สามารถสร้างความแตกต่างจากนัดแรกอย่างคมชัด
แค่ 10 นาที ไอ้เด็กกาตาลัน เชื่อสายยาลาก็ชาร์จลูกเปิดเรียดจาก มิเกล โอยาร์ซาบาล เข้าไปตุงตาข่าย
วัยรุ่นวัย 18 ฝนผู้นี้ช่วยให้เกมรุกของแชมป์ยุโรปมีความวูบวาบมากขึ้น โดยหาโอกาสตะบันตาข่ายได้ถึง 5 ครั้ง พลางปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งเป็นระยะ
4. ไอ้เด็กอเวจีลงมาอาละวาดพลางสร้างความเดือดร้อนให้คู่แข่งก็จริง แต่ผู้เล่นที่คว้าตำแหน่ง 'เพลเยอร์ ออฟ เดอะ แมตช์' คิอกองหน้าตัวเป้าอย่าง มิเกล โอยาร์ซาบาล ยิง 2 จ่าย 1
หลังนำห่าง 3-0 ในครึ่งแรกจึงถูกผู้เป็นโค้ชเปลี่ยนตัวออกพร้อม ลามีน ยามาล เพื่อถนอมตัวดีกว่า
ครึ่งหลัง ความพิโรธในเกมรุกของทีมกระทิงจึงลดลงไปตามระเบียบ แถมตัวสำรองอย่าง เฟร์ราน ตอร์เรส ก็ยังสากกะเบือไม่เลิก
5. สถานการณ์ของกลุ่มนี้ยังไม่มีอะไรแน่นอน
แต่ สเปน ยังคงเป็นทีมเต็งแชมป์ ด้วยรูปแบบการเล่นที่สวยงาม และมากด้วยทีมเวิร์ค รูปเกมไม่เป็นรองคู่แข่งแน่นอน
ข้อแม้คือต้องมีตัวพิเศษอย่าง ลามีน ยามาล ที่ห้ามป่วย ห้ามลา และห้ามไปไหนเด็ดขาด