สิ้นเสียงนกหวีดที่ เอสตาดิโอ บีบีวีเอ ในเม็กซิโก บอกเลยว่าเกมนี้ดูเพลินตาสุดๆ ครับ ทีมชาติญี่ปุ่นเขาแรงจริง ไล่ถล่ม ตูนิเซีย ไปแบบหมดสภาพ 4-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย
ทำให้ตอนนี้ทัพ "ซามูไรบลูส์" เก็บเพิ่มเป็น 4 แต้ม เท่ากับ เนเธอร์แลนด์ แล้ว ถึงแม้ประตูได้เสียจะยังเป็นรองอยู่เล็กน้อย ทำให้รั้งอันดับ 2 ของกลุ่ม เอฟ แต่ดูทรงแล้ว โอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์บอกเลยว่านอนมาใสๆ
1. หลังแน่นขึ้น กลาง-ริมเส้น มีทีเด็ด
เกมนี้ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ยังคงมั่นใจในระบบ 3-4-3 เหมือนเดิม แต่มีการหมุนเวียนผู้เล่น 4 ตำแหน่งจากนัดแรกที่เสมอเนเธอร์แลนด์ 2-2 แผงหลังนัดนี้เปลี่ยนมาใช้ โค อิตาคูระ ยืนคู่กับ ทาเคฮิโระ โทมิยาสุ แทน โชโกะ ทานิกูจิ และ สึโยชิ วาตานาเบะ ซึ่งบอกเลยว่าเนียนตาขึ้นเยอะ
ส่วนแดนกลางกับริมเส้น นัดนี้ไม่มี ทาเคฟุสะ คุโบะ ที่มีอาการบาดเจ็บ และดร็อป ไดเซน มาเอดะ ไว้ข้างสนามก่อน โดยส่ง อาโอะ ทานากะ กับ จุนยะ อิโตะ ลงมาวาดลวดลายเป็นตัวจริงแทน
2. มาไว เคลมไว ไหลลื่นสุดๆ
เริ่มเกมมายังไม่ทันตั้งตัว ญี่ปุ่นก็เบิกสกอร์แรกอย่างไวตั้งแต่นาทีที่ 4 เลยครับ เคอิโตะ นากามูระ ปาดบอลเข้ากลางให้ ไดจิ คามาดะ วิ่งมาแท็บอินนิ่มๆ เข้าไป พอได้ประตูนำเร็วทุกอย่างก็เข้าทางญี่ปุ่นหมดเลย คุมเกมได้อยู่หมัด
ในขณะที่ตูนิเซียยังตั้งหลักไม่ได้ แถมนาทีที่ 31 ญี่ปุ่นมาบวกเพิ่มได้อีกลูกจากลูกยิงสุดสวยของ อายาเซะ อูเอดะ จบครึ่งแรกนำ 2-0 แบบชิลๆ ดูทรงแล้วถ้าตูนิเซียไม่แก้เกมมาใหม่ 3 แต้มนี้ไม่น่าหลุดมือแข้งซามูไร
3. พับสนามบุก ตูนิเซียโงหัวไม่ขึ้น
กลับมาต่อครึ่งหลัง ทรงบอลของญี่ปุ่นก็ยังเหนือกว่าแบบชัดเจน ตูนิเซียไม่มีโอกาสได้เซ็ตเกมบุกใส่เลย จนกระทั่งนาทีที่ 69 เกมก็แทบจะจบลงอย่างเป็นทางการ เมื่อ จุนยะ อิโตะ หลุดเข้าไปซัดให้ญี่ปุ่นหนีห่างเป็น 3-0
ถึงตรงนี้ผมคิดในใจแล้วว่าเกมแทบไม่พลิกแล้ว และความเฉียบคมยังไม่หมดแค่นั้น นาทีที่ 83 อายาเซะ อูเอดะ มาโหม่งประตูปิดกล่องให้ญี่ปุ่นชนะไป 4-0 นัดนี้ต้องยกเครดิตและเสียงปรบมือให้การวางหมากของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ จริงๆ ครับ วางแผนมาเนียนกริบจนตูนิเซียโงหัวไม่ขึ้นเลยจริงๆ
4. ชัยชนะนัดที่ 8 ในบอลโลก
รู้ไหมครับว่าจาก 3 แต้มในเกมนี้ ยังพาญี่ปุ่นสร้างอีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจ มันกลายเป็นชัยชนะนัดที่ 8 ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายของญี่ปุ่นไปแล้ว นับตั้งแต่พวกเขาเดบิวต์ครั้งแรกเมื่อปี 1998 และตีตั๋วเข้ารอบสุดท้ายมา 8 ครั้งติดต่อกัน
ถ้านับสถิติรวมตอนนี้ "ซามูไรบลูส์" ลงเล่นในบอลโลกรอบสุดท้ายไปแล้ว 27 นัด ชนะ 8 เสมอ 7 แพ้ 12 ยิงได้ 31 ลูก และเสียไป 35 ประตู ถือเป็นตัวเลขที่น่าภูมิใจสำหรับทีมจากเอเชียเรามากๆ
5. เป้าหมายคือแชมป์กลุ่ม
สถานีต่อไปของญี่ปุ่นคือเกมชี้ชะตากับ สวีเดน ซึ่งตามเงื่อนไขแล้ว ขอแค่ผลเสมอ ญี่ปุ่นก็ตบเท้าเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายทันที แต่เอาจริงๆ จากที่ผมดูฟอร์มและหัวจิตหัวใจของพวกเขา มั่นใจเลยว่าโมริยาสุไม่สั่งลูกทีมเล่นเพื่อเสมอแน่ๆ
เพราะถ้าชนะได้ แล้วเนเธอร์แลนด์ชนะตูนิเซีย ทั้งสองทีมจะมี 7 แต้มเท่ากัน ต้องไปวัดกันที่ผลต่างประตูได้เสียเพื่อแย่งแชมป์กลุ่ม ซึ่งการเข้ารอบเป็นที่ 1 มันหล่อและได้เปรียบกว่าเป็นที่ 2 แน่นอน
สุดท้ายนี้ ต้องยอมรับจากใจเลยครับว่า ญี่ปุ่นชุดนี้กำลังก้าวขึ้นไปทัดเทียมทีมชั้นนำของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ทรงบอล ระบบทีม ความสามารถเฉพาะตัว มันได้ลุ้นยาวๆ อยู่ที่ว่าในฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ พวกเขาจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกสำเร็จไหม?
#กอล์ฟเบนเทเก้