แฟนบราซิลเมินสวมเสื้อ "ร็อกกี้" หวั่นคำสาปทำพิษ แต่กลับทำเรื่องพีคใส่เสื้ออาร์เจนตินาแทน (คลิป)

แฟนบราซิลเมินสวมเสื้อ "ร็อกกี้" หวั่นคำสาปทำพิษ แต่กลับทำเรื่องพีคใส่เสื้ออาร์เจนตินาแทน (คลิป)
แฟนบอลบราซิลในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่ฟิลาเดลเฟีย พร้อมใจไม่นำเสื้อทีมชาติสวมให้รูปปั้นร็อกกี้เพราะกลัวคำสาป แต่มีแฟนบอลหัวใสแอบนำเสื้ออาร์เจนตินาไปสวมแทน

    แฟนบอลบราซิลที่เดินทางมาชมฟุตบอลโลก 2026 ในสหรัฐอเมริกา ต่างพร้อมใจกันทำตามคำเตือนที่เล่าขานกันมานานในเมืองฟิลาเดลเฟีย ด้วยการไม่แตะต้องหรือสวมเสื้อทีมชาติให้กับรูปปั้นร็อกกี้ อันเป็นสัญลักษณ์ชื่อดังของเมือง

    ที่บริเวณบันไดหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะฟิลาเดลเฟีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของรูปปั้นร็อกกี้ โดยแฟนบอลบราซิลจำนวนมากที่เดินทางมาเชียร์ทีมชาติบราซิลในเกมพบเฮติ ต่างแวะถ่ายรูปและเซลฟี่กับรูปปั้นนักมวยในตำนานจากภาพยนตร์ชื่อดัง แต่ไม่มีใครนำเสื้อ ผ้าพันคอ หรือธงชาติบราซิลไปสวมให้รูปปั้นเลย

    เหตุผลมาจากความเชื่อเรื่อง "คำสาปร็อกกี้"  ที่เป็นตำนานในวงการกีฬาเมืองฟิลาเดลเฟีย โดยเชื่อกันว่าทีมใดก็ตามที่นำเสื้อหรือสัญลักษณ์ของทีมไปสวมให้รูปปั้นร็อกกี้ มักจะลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ในที่สุด

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แฟนกีฬาทีมเยือนจำนวนมากเคยนำเสื้อ ผ้าพันคอ หรือหมวกของทีมตนไปสวมให้รูปปั้น ก่อนที่ทีมรักจะพบกับความผิดหวังในการแข่งขัน

    ความเชื่อนี้ลุกลามมาถึงวงการฟุตบอลเช่นกัน เมื่อก่อนหน้านี้แฟนบอลทีมชาติเอกวาดอร์ เคยรวมตัวกันบริเวณบันไดร็อกกี้ ร้องเพลง โบกธง และนำเสื้อทีมชาติพร้อมธงเอกวาดอร์ไปตกแต่งรูปปั้น สุดท้ายทีมชาติต้องแพ้ให้กับ ไอวอรี่ โคสต์ จากประตูช่วงนาทีบาป และเรื่องดังกล่าวจะถูกหยิบยกมาเชื่อมโยงกับโชคร้ายของทีมในเวลาต่อมา

    งานนี้เมื่อแฟนบอลบราซิลเดินทางมาถึงฟิลาเดลเฟียในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ พวกเขาจึงเลือกไม่เสี่ยงกับตำนานดังกล่าว และปล่อยให้ร็อกกี้ยืนอยู่ในชุดกางเกงมวยตามเดิม เพื่อไม่ให้ "คำสาปร็อกกี้" กลายเป็นอุปสรรคต่อเส้นทางลุ้นแชมป์โลกของทัพแซมบ้า

    ด้วยความ "คำสาปร็อกกี้" เป็นที่โจษจันอย่างมาก ทำให้มีแฟนบอลบราซิลรายหนึ่ง คิดอุตริปีนขึ้นไปบนรูปปั้นพร้อมกับนำเสื้อทีมชาติอาร์เจนตินาไปใส่ที่รูปปั้นร็อคกี้ บัลบัว เพื่อหวังให้อาถรรพ์จากรูปปั้นนี้นำโชคร้ายไปสู่ทัพ "ฟ้าขาว" ในศึกเวิลด์ คัพ 2026 แต่การกระทำแบบนี้จะโดน "ของ" เข้าตัวทัพแซมบ้าหรือเปล่า ต้องติดต่อกันต่อไป






ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport