เมื่ออินทรีทะยานแรง

เมื่ออินทรีทะยานแรง
เยอรมันคือทีมที่เข้าชิงฟุตบอลโลกมากกว่าใคร

มากกว่าแม้กระทั่งบราซิลที่เป็นแชมป์โลก 5 สมัยเสียอีก

ทีมอินทรีเหล็กเข้าชิงฟุตบอลโลกมาแล้ว 8 ครั้ง ได้แชมป์ 4 ครั้ง รองแชมป์อีก 4 ครั้ง

มีจุดที่น่าสังเกตเล็กน้อยว่าหลายครั้งการเข้าชิงของพวกเขาสอดคล้องกับผลงานในเกมเปิดหัว ถ้าออกตัวหรูหราแบบถล่มคู่แข่งขาดลอย ทัวร์นาเม้นต์นั้นเยอรมันมักไปได้ไกลถึงชิง

ปี 1954 ที่คว้าแชมป์โลกสมัยแรกในนามเยอรมันตะวันตก เปิดตัวด้วยการรัวแซงตุรกี 4-1

ปี 1966 ที่ได้รองแชมป์โลกแพ้อังกฤษ เปิดสนามถล่มสวิตเซอร์แลนด์ 5-0

ปี 1990 ที่ได้แชมป์โลกสมัยสาม ถลุงยูโกสลาเวียในเกมแรก 4-1

ปี 2002 ที่ได้รองแชมป์โลกแพ้บราซิล เปิดด้วยการถล่มโหดซาอุดีอาระเบีย 8-0

ปี 2014 ที่คว้าแชมป์โลกในมาราคาน่า ถลุงโปรตุเกสในเกมจั่วหัว 4-0

(อีก 3 สมัยที่เยอรมันได้เข้าชิงคือปี 1974, 1982 และ 1986 นั้น เรียงลำดับผลงานนัดเปิดตัวคือเฉือนชิลี 1-0 แพ้แอลจีเรีย 1-2 และเสมออุรุกวัย 1-1)

นอกจาก 5 ครั้งนี้แล้วยังมีอีก 2 หนที่ขุนพลด๊อยท์ชลันด์เปิดตัวด้วยการต้อนคู่แข่ง 3 ประตูขึ้นไป นั่นคือปี 1934 ที่อัดเบลเยียม 5-2 และปี 2010 ที่ออกตัวด้วยการถล่มออสเตรเลีย 4-0

สองครั้งนั้นเยอรมันไม่ได้เข้าชิง.. แต่ก็เข้าไปได้ไกลถึงรอบตัดเชือก ก่อนจะลงเอยด้วยการคว้าอันดับ 3 ทั้งสองสมัย

นั่นหมายความว่า 7 ครั้งที่ผ่านมาที่เยอรมันเอาชนะคู่แข่งในเกมแรกได้ตั้งแต่ 3 ประตูขึ้นไป พวกเขาจะไปไกลถึงรอบตัดเชือกเป็นอย่างน้อย โดยที่ 5 จาก 7 ครั้งนั้นคือการทะลุเข้าชิงด้วย

มันก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันนะครับสำหรับสถิติแบบนี้ (7 ครั้งเข้าไปถึงรอบรองฯ ได้ทั้ง 7 ครั้งหรือ 100 เปอร์เซนต์เต็ม และเข้ารอบชิงฯ ได้ 5 จาก 7 ครั้งนั้น) เพราะในความเป็นจริงแล้ว ผลการแข่งขันเกมแรกแทบไม่ได้การันตีอะไรกับเราเลย

ฟุตบอลโลกเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่จังหวะเวลาสำคัญมาก ความร้อนแรงตั้งแต่แรกไม่มีความหมายเท่าการร้อนแรงให้ถูกจังหวะ

แรงรอบแรก แต่ไปแหกโค้งรอบน็อกเอ๊าต์ก็เปล่าประโยชน์เพราะกลับบ้านมือเปล่า มันมีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

ในทางกลับกัน ทีมที่ลำบากตรากตรำในรอบแรกกว่าจะฝ่าด่านเข้ารอบสองได้ หลังจากนั้นเหมือนเสือที่ถูกปล่อยเข้าป่า พุ่งทะยานโลดแล่นบางทีไปได้ไกลถึงแชมป์

มันไม่ได้เป็นอะไรที่แน่นอนหรอก เพราะในอีกหลายครั้งทีมที่เป็นแชมป์ร้อนฉ่าตั้งแต่ต้นจนจบก็มี หรือก็ไม่น้อยที่ความกระเสือกกระสนเอาตัวรอดมาได้นั้นจบลงด้วยการถูกถีบตกรอบน็อกเอ๊าต์ตามสภาพ

แต่กับเยอรมัน.. สถิติของพวกเขาบอกชัดเรื่องการออกสตาร์ตได้แบบเหยียบคันเร่งมิด มันจะแล่นฉิวยิงยาวได้เสมอ สถิติเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ฟุตบอลโลกสมัยที่สองปี 1934

บางทีเรื่องนี้อาจจะบ่งบอกอะไรบางอย่างในธรรมชาติของความเป็นเยอรมัน

ผมเพิ่งได้คุยกับคุณอา ก.ป้อหล่วน ทางพ็อดแคสต์ของสยามสปอร์ตเมื่อไม่นานมานี้ "พี่นิกร" ของพวกเราฝ่ายต่างประเทศก็ให้ข้อสังเกตเรื่องนี้เหมือนกันว่าสำหรับเยอรมันแล้ว การออกตัวได้ดีมักส่งผลต่อเนื่องไปถึงบั้นปลาย

ประวัติศาสตร์ของทีมอินทรีเหล็กเป็นอย่างนี้มาตลอด

การออกตัวได้ดีย่อมเป็นการเรียกความฮึกเหิมได้ดี มันอาจเหมาะเจาะลงตัวกับความแข็งแกร่งด้านหัวจิตหัวใจในแบบเยอรมัน คือใจคุณนิ่งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อสำทับด้วยการจุดระเบิดรุนแรง มันก็ยิ่งเป็นสองแรงบวกช่วยผลักดันให้คุณพุ่งทะยานอย่างไม่กลัวใคร

เยอรมันชุดนี้มีคำถามมากมาย นี่น่าจะเป็นฟุตบอลโลกไม่กี่ครั้งที่พวกเขาไม่ได้เป็นตัวเต็งระดับ Top 5 ก่อนเข้าทัวร์นาเม้นต์

ผลงานตกรอบแรก 2 สมัยซ้อน ความน่ากลัวของตัวเต็งทีมอื่น ๆ อย่างฝรั่งเศส สเปน หรืออังกฤษ รวมทั้งการเรียกตัว มานูเอล นอยเออร์ ที่ประกาศเลิกเล่นทีมชาติไปแล้วกลับมาเป็นมือหนึ่งอีกครั้งท่ามกลางความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสปิริตทีมแม้ทุกฝ่ายจะยืนยันว่าไม่มีปัญหา

คำถามที่ยังปกคลุมอยู่เหล่านี้ ทำให้เยอรมันไม่ได้ถูกจับตามองเท่าไหร่นักก่อนเข้าเวิลด์คัพ 2026

แต่ก็นั่นล่ะครับ เยอรมันก็ยังคงเป็นเยอรมัน เราคงมองข้ามพวกเขาไม่ได้อยู่ดี

เมื่อทีมของ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ออกตัวด้วยชัยชนะถล่มทลายอย่างนี้ เราลองมาดูกันครับว่าสถิติเข้ารอบตัดเชือก 100 เปอร์เซนต์ของพวกเขาจะยังคงอยู่ไหม

เส้นทางยังอีกยาวไกล ขวากหนามยังรออยู่อีกมากมาย แต่ถ้าคุณภาพระดับ Made in Germany ติดเครื่องเร็วแล้วล่ะก็..

จะไม่ให้สาวกอินทรีเหล็กมีความหวังเลยก็ใจร้ายเกินไปหน่อยล่ะครับ

ตังกุย



ที่มาของภาพ : -
BY : ตังกุย
ณัฐพล ดำรงโรจน์วัฒนา
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport