ตอนที่ระเบิดลูกแรกของ สหรัฐฯ ตกลงบนแผ่นดินอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลายคนมองว่าทีมชาติอิหร่าน อาจไม่มีโอกาสได้เล่นฟุตบอลโลก 2026 ด้วยซ้ำ สุดท้ายพวกเขาก็มาถึงทัวร์นาเมนต์นี้ ด้วยเส้นทางที่ไม่ปกติ และไม่ใช่ด้วยการเตรียมทีมแบบปกติ
ก่อนเดินทางสู่ทวีปอเมริกาเหนือ อิหร่าน ใช้เวลาหลายสัปดาห์เก็บตัวที่เมืองอันตัลยา ประเทศตุรกี
ที่นั่นกลายเป็นบ้านชั่วคราวของพวกเขา นักเตะพักอยู่ในโรงแรมหรูริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ฝึกซ้อมวันละหนึ่งถึงสองครั้ง และพยายามใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงคำว่าปกติมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวไม่ปกติเลย
อิหร่าน ซึ่งไปแข่งขันฟุตบอลโลกที่มี สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วม เป็นประเทศเดียวกับที่เพิ่งเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารกับพวกเขา
ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นแม้กระทั่งเรื่องวีซ่า นักเตะ ทีมสตาฟฟ์ และเจ้าหน้าที่ต้องส่งพาสปอร์ตให้สถานทูตสหรัฐฯ ใน ตุรกี แล้วรอคำตอบว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าสหรัฐฯ หรือไม่
คืนก่อนเดินทาง พวกเขาได้รับข่าวว่า วีซ่าผ่านเพียงบางส่วน นักเตะและโค้ชได้รับอนุมัติ แต่เจ้าหน้าที่อีก 13 คนไม่ได้รับอนุมัติ ทำให้มีบางคนขึ้นรถบัสออกเดินทางได้โดยยังไม่รู้ว่าตัวเองจะได้เข้าสหรัฐฯ หรือไม่
ทีมชาติอิหร่านจึงเปลี่ยนแผนฐานที่พักจากรัฐแอริโซนา มาเป็นเมืองติฮัวนา ประเทศเม็กซิโก
เมืองชายแดนที่อยู่ติดกับสหรัฐฯ ใกล้พอสำหรับการเดินทางไปแข่งขัน แต่ยังอยู่นอก สหรัฐฯ สำหรับ อิหร่าน แล้วมันเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
…
เรื่องราวของพวกเขาย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีก
ช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงที่สุดตอนเดือนมีนาคม นักเตะหลายคนต้องเดินทางออกจากกรุงเตหะรานด้วยรถบัส
การเดินทางใช้เวลาถึง 40 ชั่วโมง ข้ามพรมแดนเข้าสู่ตุรกี
อาลีเรซ่า เบรานวานด์ ผู้รักษาประตูร่างสูง 196 เซนติเมตร ถึงกับต้องนอนเหยียดยาวบนพื้นทางเดินภายในรถบัส เพราะไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับร่างกายของเขา
นักเตะในลีก อิหร่าน จำนวนมากแทบไม่ได้ลงแข่งขันอย่างต่อเนื่อง
ลีกภายในประเทศถูกระงับ สมาคมฟุตบอลต้องเรียกทุกคนมาเก็บตัวรวมกัน จากนักเตะ 26 คนในชุดฟุตบอลโลก มีถึง 17 คนที่ค้าแข้งอยู่ในประเทศ
อาลีเรซ่า จาฮานบัคช์ หนึ่งในผู้นำของทีม ยอมรับว่าสถานการณ์ไม่ง่าย
เขาบอกกับเพื่อนร่วมทีมอยู่เสมอว่า "สิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกเราอาจควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัว เราควบคุมได้ และนั่นคือเรื่องที่สำคัญที่สุด"
นั่นกลายเป็นแนวคิดหลักของแคมป์ทีมชาติอิหร่าน
โฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้ ปล่อยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เอาไว้ข้างนอก จาฮานบัคช์ กำลังจะลงเล่นฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 ของตัวเอง
เขารับใช้ชาติ 98 นัด อีก 2 นัดก็จะครบ 100 นัด
เขายอมรับว่าถ้ามีใครบอกตอนอายุ 12 ปีว่าอีก 20 ปีข้างหน้าเขาจะได้เล่นฟุตบอลโลกสมัยที่ 4 เขาคงหัวเราะใส่คนนั้น แต่วันนี้มันกำลังเกิดขึ้นจริง
ระหว่างการเก็บตัว นักเตะดูหนังด้วยกัน มีสารคดีเกี่ยวกับทีมชาติอิรัก ชุดแชมป์เอเชียนคัพ 2007
ทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นจากหลากหลายวัฒนธรรม แต่รวมตัวกันจนคว้าแชมป์ได้
หลังดูจบ อามีร์ กาเลโนอี เฮดโค้ชของอิหร่าน บอกลูกทีมให้นำเรื่องนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจ
เพราะพวกเขาก็กำลังต้องการความเป็นหนึ่งเดียวเหมือนกัน
แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยความเห็นที่แตกต่าง สถานการณ์ทางการเมืองจะซับซ้อน ความไม่แน่นอนจะเกิดขึ้นทุกวัน
แต่ภายในแคมป์ พวกเขาพยายามรักษาบรรยากาศให้เป็นทีมฟุตบอลธรรมดาทีมหนึ่ง
ทีมที่ยังร้องเพลงบนรถบัส ยังหัวเราะกันในโรงแรม ยังฝึกซ้อมทุกวัน และยังเชื่อว่าฟุตบอลโลกคือเป้าหมายที่สำคัญที่สุด
อิหร่าน เดินทางมาฟุตบอลโลกครั้งนี้พร้อมภาระมากกว่าหลายชาติ
แล้วพวกเขาก็มาถึงจุดสตาร์ต และบางที แค่การได้มาถึงตรงนี้ ก็อาจเป็นชัยชนะครั้งแรกของพวกเขาแล้ว
-HOSSALONSO-