หัวคิ้วที่โก่งบนใบหน้าเวลาตอบคำถามเป็นเครื่องหมายการค้าของยอดโค้ชที่ชื่อคาร์โล อันเชล็อตติ เขายิ้มบางๆตอนที่เจอนักข่าวจากบราซิลถามเกี่ยวกับว่ามีอะไรที่เขาต้องแก้ไขบ้างหลังผ่านพ้นเกมแรกไป
"ผมยังมีชีวิตอยู่ ไม่ต้องห่วง ผมยังมีชีวิตเพื่อทำทีมต่อ ไม่ต้องกังวล"
นี่คืออันเช่ หนึ่งในกุนซือผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดของโลก ผมรู้จักเขาดีพอควรในฐานะที่ครั้งหนึ่งเคยลากกระเป๋ามาคุมเอฟเวอร์ตัน(แม้ช่วงสั้นๆก็เถอะ)
อะไรที่เขาลั่นวาจาออกมาแสดงว่าเขาไตร่ตรองมาดีแล้วว่าจะทำได้ ก็เขาเองเคยประกาศไว้ว่า"ผมมีความมั่นใจว่าศักยภาพของดอม(โดมินิค คัลเวิร์ต-ลูวิน)มีบางอย่างคล้ายกับปิ๊ปโป้ อินซากี้"
ซีซั่นนั้นคัลเวิร์ต-ลูวินที่ตอนนี้ย้ายไปลีดส์ ยูไนเต็ดแล้วระเบิดฟอร์มที่เรียกว่าพีกสุดก็ได้ทำไปรวม25ประตู
ใช่ครับ ด้วยความเป็นยี่ห้อบราซิลทำให้ทุกนัดเต็มด้วยความคาดหวัง แน่นอนอันเช่ก็สะท้านดีว่างานที่มีอยู่ในมือเขากับบอลโลกคราวนี้หนักหนาแค่ไหน เกมเมื่อวันเสาร์ในMetlifeที่นิวยอร์ค นิวเจอร์ซี่ย์อาจไม่ใช่การเริ่มต้นที่สวยงามแต่ในทางเดียวกันก็ใช่ว่าโลกจะแตก

อย่าลืมว่าโมร็อคโกไม่ได้สมัน
ปัจจุบันมีอันดับในฟีฟ่าถึงอันดับ7โดยสี่ปีก่อนที่กาตาร์ก็ทะลุถึงรอบตัดเชือกมาแล้ว ดังนั้นผลเสมอย่อมไม่ได้เสียหาย ยิ่งพิจารณาว่าอีกสองเกมต่อไปบราซิลมีเจอเฮติกับสกอตแลนด์ในระบบใหม่ที่เอาเข้ารอบน็อกเอาต์ถึง3จา4ทีมใน8จาก12กลุ่มอีกต่างหาก
ทว่าแน่นอนอันเชล็อตติมีงานให้แก้ไขเยอะจริงๆในกรณีที่เขาอยากจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นโค้ชต่างชาติรายแรกที่ทำทีมได้แชมป์เวิล์ด คัพ
ท่ามกลางอากาศร้อน32องศาในสนามที่จะใช้จัดนัดชิงก็พบรูปเกมที่โมร็อคโกเล่นดีกว่าชัดในช่วง25นาทีแรก เพรสซิ่ง, แย่งบอลเร็ว, ต่อบอลแม่นยำและทำประตูออกนำ1-0
ตอนนั้นสีหน้าเหล่ากองเชียร์แซมบ้าที่เดินทางมากันเรียกว่ามากกว่าโมร็อคโกเกินสามเท่าตัวต่างดูกังวลอย่างเห็นได้ชัดแต่แล้วก็มีจุดเปลี่ยนของเกมที่ต้องขอบคุณทางฟีฟ่าก็เป็นช่วง"Hydration breaks"หรือเบรกกินน้ำนั่นแหละ
แค่ช่วงสั้นๆอันเช่ก็สามารถปลุกกระตุ้นให้บราซิลกลับมาเล่นดีขึ้นก่อนตีเสมอ1-1จากความสามารถเฉพาะตัวของวินิซิอุส

แต่ไหนแต่ไรเราเห็นมาตลอดว่าแชมป์โลกหรือจะรายการใดก็ตามก็มักได้มาจากการเริ่มต้นที่กระท่อนกระแท่น อย่าอื่นไกลเลยดูอาร์เจนติน่าเมื่อสี่ปีที่แล้วได้
ที่น่าติดตามเป็นเกมต่อไปมากกว่าว่าอันเชล็อตติจะเปลี่ยนทีมอย่างไร มีการปรับตัวกี่จุดในการเจอกับเฮติที่ฟิลาเดเฟียวันที่20มิถุนายน
"พวกเราเสียบอลกันง่ายไป เราดูเครียดกันเกินไปแต่เราจะพัฒนากว่านี้แน่ ในท้ายที่สุดผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่ได้แย่ ไม่เคยมีใครได้แชมป์โลกเพียงจากเกมแรก"
ถูกต้องที่สุดครับ
ไม่เคยมีใครได้แชมป์เพียงแค่เกมเดียว
(และก็ยังไม่เคยมีกุนซือต่างชาติคนไหนทำทีมได้แชมป์)
ปล.นักเตะเบอร์6เล่นกองกลางของโมร็อคโกชื่อว่า Ayyoub Bouaddi โชว์ฟอร์มได้น่าสนใจมากๆ
"ไก่ป่า"