เมื่อ โมร็อกโก ไม่ได้มองตัวเองเป็นม้ามืด ส่วน บราซิล ทำตัวเองให้ไม่มีใครกลัว

เมื่อ โมร็อกโก ไม่ได้มองตัวเองเป็นม้ามืด ส่วน บราซิล ทำตัวเองให้ไม่มีใครกลัว
ตอนที่ กาเซมีโร่ คว้าแชมป์ยุโรปกับ เรอัล มาดริด สมัยที่ 5 อายยูบ บูอัดดี้ อายุเพียง 14 ปี

วันนี้ทั้งสองคนลงเล่นตำแหน่งเดียวกัน และเป็นเด็กวัย 18 ปีที่ทำให้ทุกคนหันมามอง

โมร็อกโก เสมอ บราซิล 1-1 เกมเปิดสนามฟุตบอลโลก 2026

ผลการแข่งขันน่าสนใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงกลางสนามน่าสนใจกว่า

บูอัดดี้ เพิ่งลงเล่นให้ทีมชาติโมร็อกโก ชุดใหญ่นัดที่ 4

ก่อนฟุตบอลโลกเริ่มต้นหนึ่งเดือน เขายังเป็นนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสชุดเยาวชนอยู่เลย

บูอัดดี้ เกิดที่ฝรั่งเศส เล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสแทบทุกระดับเยาวชน เคยเป็นกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส U21 และถูกมองว่าเป็นอนาคตของวงการฟุตบอลฝรั่งเศส

แต่สุดท้ายเขาเลือก โมร็อกโก ประเทศบ้านเกิดของครอบครัว

การตัดสินใจครั้งนั้นกลายเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของฟุตบอลโลกครั้งนี้ทันที

เพราะเกมกับ บราซิล คือหลักฐานชัดเจนว่า โมร็อกโก อาจเพิ่งได้กองกลางระดับท็อปของโลกในอนาคต

ตลอดครึ่งแรก โมร็อกโก คุมแดนกลาง เพรสซิ่งสูง เล่นด้วยความมั่นใจ เล่นด้วยจังหวะของตัวเอง และหนึ่งในคนที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นคือ บูอัดดี้ ที่วิ่งไม่มีหมด ปิดพื้นที่ แย่งบอล เชื่อมเกม และเล่นด้วยความนิ่งเกินวัย

การยืนตำแหน่งของเขาทำให้แทบลืมไปเลยว่านี่คือเด็กอายุ 18 ปี

ฝั่งตรงข้ามคือ กาเซมีโร่ อดีตแชมป์ยุโรป 5 สมัย และเคยขึ้นชื่อว่าเป็นกองกลางตัวรับระดับโลก แต่เกมนี้กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ยากที่สุดของเขา

กาเซมีโร่ เข้าบอลช้า ถูกเลี้ยงผ่าน 3 ครั้ง โดนใบเหลือง และถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่พักครึ่ง

แล้ว คาร์โล อันเชล็อตติ ส่ง ฟาบินโญ่ ลงมาแทน

การเปลี่ยนตัวดังกล่าวสะท้อนทุกอย่างเกี่ยวกับฟอร์มของ บราซิล ในครึ่งแรก

ความจริงที่น่ากังวลสำหรับ บราซิล คือปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ กาเซมีโร่

บรูโน่ กีมาไรส์ เล่นต่ำกว่ามาตรฐาน ลูกัส ปาเกต้า หายไปจากเกม 

แนวรับมีปัญหา เกมรุกก็ไม่มีรูปแบบชัดเจน

ประตูเดียวมาจากความสามารถเฉพาะตัวของ วินิซิอุส จูเนียร์

ต่างจาก โมร็อกโก ที่ทุกอย่างดูเป็นระบบ พวกเขาเล่นเหมือนทีมที่เชื่อว่าตัวเองสามารถชนะได้ ไม่มีความกลัว ไม่มีความลังเล ไม่มีใครเล่นเหมือนทีมรอง

ประตูขึ้นนำของ อิสมาอิล ไซบารี่ เป็นภาพสะท้อนที่ดีที่สุด

บราฮิม ดิอาซ รับบอลกลางสนาม แทงบอลตัดแนวรับเพียงครั้งเดียว ไซบารี่ หลุดเดี่ยว ก่อนชิพข้าม อลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าไปอย่างเยือกเย็น

มันคือประตูที่เกิดจากคุณภาพ และเกิดจากความมั่นใจ

โมร็อกโก เคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 หลายคนสงสัยว่าพวกเขาจะรักษามาตรฐานนั้นได้หรือไม่

เกมนี้ให้คำตอบชัดเจนว่า โมร็อกโก ไม่ได้มองตัวเองเป็นม้ามืดอีกแล้ว

พวกเขามองตัวเองเป็นทีมที่สามารถต่อกรกับทุกชาติบนโลกได้

ส่วน บราซิล ยังมีงานอีกมากรออยู่ มีนักเตะเกมรุกระดับโลก มีผู้จัดการทีมระดับโลก แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไม่มีเหตุผลมากพอที่จะทำให้ทีมอื่นหวาดกลัว

ส่วน โมร็อกโก มีเหตุผลมากพอที่จะทำให้ทุกคนเริ่มจับตา โดยเฉพาะหมายเลขในแดนกลางวัย 18 ปี

เด็กคนหนึ่งที่ ฝรั่งเศส พยายามเก็บเอาไว้

เด็กคนหนึ่งที่ โมร็อกโก เลือกเชื่อใจ

และหลังจากเกมนี้ โลกฟุตบอลน่าจะจำชื่อ อายยูบ บูอัดดี้ ได้มากขึ้น

#HOSSALONSO



ที่มาของภาพ : Reuters
BY : Hossalonso
ธีรศานต์ คงทอง
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport