แม้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังยิงประตูต่อเนื่องให้ทีมชาติโปรตุเกส แต่เสียงเรียกร้องให้ลดบทบาทเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนฟุตบอลโลก 2026 ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า โปรตุเกสจะเป็นทีมที่ดีกว่าหากไม่มีเขาหรือไม่
ตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา การตั้งคำถามถึงตำแหน่งตัวจริงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในทีมชาติโปรตุเกสแทบเป็นเรื่องต้องห้าม
แต่ก่อนฟุตบอลโลก 2026 บรรยากาศในประเทศเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
แม้ดาวยิงวัย 41 ปี จะยังเป็นกัปตันทีม เป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติ และยังทำได้ถึง 25 ประตูจาก 31 นัดหลังสุดภายใต้การคุมทีมของ โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ แต่คำถามสำคัญกลับไม่ได้อยู่ที่ว่าเขายังดีพอหรือไม่?
หากแต่อยู่ที่ว่า โปรตุเกสจะมีโอกาสคว้าแชมป์โลกมากขึ้นหรือเปล่า? หากไม่ต้องสร้างทีมรอบตัวเขา
- ผลงานยังดี แต่บทบาทเริ่มถูกตั้งคำถาม
มาร์ตีเนซยังคงปกป้องโรนัลโด้อย่างเต็มที่ โดยยืนยันเสมอว่ากองหน้าจาก อัล นาสเซอร์ อยู่ในทีมเพราะผลงาน ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงในอดีต
อย่างไรก็ตาม ในโปรตุเกสเริ่มมีคนมองต่างออกไป
อันโตนิโอ ซิโมเอส อดีตนักเตะทีมชาติโปรตุเกสชุดอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 1966 วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า โรนัลโด้ในปัจจุบันให้ความสำคัญกับบทบาทของตัวเองมากกว่าผลประโยชน์ของทีม
ขณะที่ โซเฟีย โอลิเวียร่า นักวิเคราะห์ฟุตบอลชื่อดังของโปรตุเกส เชื่อว่า หากทีมหวังเป็นแชมป์โลก โรนัลโด้ไม่ควรเป็นตัวจริงอีกต่อไป
แต่เธอก็ยอมรับว่าปัญหาคือ โปรตุเกสไม่เคยเตรียมตัวสำหรับวันที่ต้องก้าวข้ามยุคของโรนัลโด้อย่างจริงจัง
- สถิติที่ทำให้ข้อถกเถียงยิ่งร้อนแรง
สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้กลับมาอีกครั้งคือผลงานของทีมในวันที่ไม่มีโรนัลโด้
ภายใต้การคุมทีมของมาร์ติเนซ โปรตุเกสสร้างชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดสองนัดของยุคนี้จากการถล่ม ลักเซมเบิร์ก 9-0 และ อาร์เมเนีย 9-1
ที่น่าสนใจคือทั้งสองเกมนั้น โรนัลโด้ไม่ได้ลงสนาม
แม้จะไม่ใช่หลักฐานว่าทีมเล่นดีกว่าเมื่อไม่มีเขา แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้คำถามเดิมถูกหยิบกลับมาพูดถึงอีกครั้ง
โปรตุเกสในยุคปัจจุบันมีแนวรุกคุณภาพมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ราฟาเอล เลเอา, กอนซาโล่ รามอส, เปโดร เนโต้, ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา และ ชูเอา เฟลิกซ์
นักเตะเหล่านี้กำลังเข้าสู่ช่วงพีคของอาชีพ ขณะที่โรนัลโด้กำลังอยู่ในช่วงปลายทาง
คำถามจึงไม่ใช่เรื่องฝีเท้าของโรนัลโด้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างทีมในภาพรวม
- เหตุผลที่ยังต้องพึ่งพา 'ซีอาร์ 7'
แม้จะมีเสียงวิจารณ์เพิ่มขึ้น แต่คนในวงการฟุตบอลโปรตุเกสจำนวนไม่น้อยยังเชื่อว่า โรนัลโด้มีคุณค่ามากกว่าตัวเลขสถิติ
อาเบล ซาเวียร์ อดีตกองหลังทีมชาติโปรตุเกส มองว่าประสบการณ์ในเกมระดับสูงของโรนัลโด้เป็นสิ่งที่หาไม่ได้จากนักเตะคนอื่น
ส่วน ริคาร์โด้ อดีตผู้รักษาประตูทีมชาติ ยืนยันว่าถึงความเร็วจะลดลงตามวัย แต่คุณภาพด้านเทคนิค สภาพจิตใจ และสัญชาตญาณการจบสกอร์ยังคงอยู่
ในสายตาของ มาร์ตีเนซ โรนัลโด้ยังเป็นผู้นำห้องแต่งตัว และเป็นนักเตะที่พร้อมตัดสินเกมใหญ่ได้เสมอ
นั่นคือเหตุผลที่เขาลงเล่นไปแล้ว 31 จาก 39 นัด นับตั้งแต่นายใหญ่ชาวสแปนิชเข้ามาคุมทีมในปี 2023
- ดร็อปไม่ได้ หรือไม่มีใครกล้าดร็อป?
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือ อิทธิพลของโรนัลโด้ที่มีต่อฟุตบอลโปรตุเกส
การที่ แฟร์นันโด ซานโต๊ส ตัดสินใจดร็อปเขาเป็นตัวสำรองในฟุตบอลโลก 2022 กลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติยุคใหม่ ก่อนที่เจ้าตัวต้องอำลาตำแหน่งไม่นานหลังจากนั้น
ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า หากสถานการณ์เดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้งในฟุตบอลโลก 2026 มาร์ตีเนซ จะกล้าตัดสินใจแบบเดียวกันหรือไม่?
หรือความจริงแล้ว โรนัลโด้ยังคงเป็นนักเตะที่ "ดร็อปไม่ได้" ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านฟุตบอลหรืออิทธิพลนอกสนาม
- ฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายกับบทพิสูจน์ครั้งใหญ่
โรนัลโด้ประกาศแล้วว่าฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นเวิลด์คัพครั้งสุดท้ายในอาชีพของเขา
และก่อนที่โปรตุเกสจะเริ่มต้นภารกิจล่าแชมป์โลกสมัยแรก ประเด็นที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่เรื่องแท็กติก แผนการเล่น หรือคู่แข่งในสาย
แต่เป็นคำถามที่ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ชัดเจน
โปรตุเกสเป็นทีมที่ดีกว่าเมื่อมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่ในสนาม หรือถึงเวลาแล้วที่พวกเขาต้องเดินหน้าสู่ยุคใหม่โดยไม่มีเขาเป็นศูนย์กลาง?
ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นเวทีสุดท้ายที่จะตัดสินคำตอบของคำถามนี้อย่างแท้จริง...