ไม่ได้คาดหวังอะไรจากเกมอุ่นแข้งก่อนบอลโลก
ก็เต็งหนึ่งร่วม ฝรั่งเศส ยังแพ้ไอวอรี่ โคสต์ 1-2 หรือสเปน เต็งหนึ่งร่วมอีกทีม เสมอกับ อิรัก 1-1 ฉะนั้น สิงโตคำราม เต็งสาม จากโพลของ แล็ดโบรคส์ จะเล่นแบบไหนก็ช่าง เมื่อลงหวดกับคู่แข่งห่างชั้นอย่าง นิวซีแลนด์
ยิ่งเห็นความกังวลกับพื้นหญ้า ที่แทมป้า ด้วยแล้ว ถือว่าลงไปวิ่งปรับตัวอุณหภูมิที่ร้อนจัด ไม่คุ้นเคยนักสำหรับนักบอลจากยุโรป และหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บเป็นพอ
(ถึงแม้ส่วนใหญ่แล้ว ศึกเวิลด์ คัพ ก็จัดหน้าร้อนหล่ะหนา หากหนนี้เห็นภาพเปลื้องหน้าอก เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ กับสหายนอร์เวย์ และทีมโน้น ทีมนี้แล้ว น่าจะเอาเรื่องแฮะ)
ลองมาดูสิ่งดีๆ ในน้อยสิ่ง ที่เห็นจากการเฉือน นิวซีแลนด์ จากโอเชียเนีย ที่ไม่หน้าด้าน มาขอเข้าร่วมแข่งโซนเอเชีย เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน อุ๊บสสส์ ขอโทษ .. ขอโทษ
--- สุดท้ายก็ยังต้อง แฮร์รี่ เคน ---
ไม่รู้มีเพื่อนคนไหน ซ้อมดูบอลดึกต่อรุ่งเช้า … ซ้อมไว้สำหรับเวิลด์ คัพ ซึ่งถึงตอนนี้ ถ้าถามผม ผมก็เชื่อว่า เดี๋ยวบ้านเราก็ได้ดูเองแหล่ะ อยู่ที่ว่า จะดีลกันแบบไหน!
อิงแลนด์ – นิวซีแลนด์ ทีมแรงกิ้งต่ำสุดในฟุตบอลโลกหนนี้ เตะตีสาม (ที่ลอนดอน เวลา 3 ทุ่ม ยังสบายๆ อยู่)
จากนั้น ใครคนนี้ก็ดูคู่ บราซิล – อียิปต์ ต่อ (เตะตี 5 บ้านเรา, ที่ลอนดอน ห้าทุ่มครับ) ตอนเด็กๆ กว่า นักเตะแซมบ้า เกรดบี เกรดซี หลุดมาเล่นลีกอังกฤษ เป็นเรื่องฮือฮามากนะครับ มีใครจำชื่อ มิรันดินญ่า ที่มาเล่นให้นิวคาสเซิ่ล ใน ค.ศ. 1987 ได้ไหมครับ (ถือว่าเป็น บราซิเลียนคนแรก) ก่อนจะมี จูนินโญ่ มาสร้างสีสันให้ มิดเดิ้ลสเบรอะห์ หลายปีเลย
วันนี้ เป็นความคุ้นเคยไปเสียแล้ว เจอกับทีมของโม ซาล่าห์ ที่เปลี่ยนตัวลงมาตอนพักครึ่ง คุณได้เห็นตัวจริงของ คาร์โล อันเชลอตติ มีนายทวาร อลีสซน เบ๊คเกอร์ (ลิเวอร์พูล) / คู่กองกลาง บรูโน่ กีมาไรช์ (นิวคาสเซิ่ล) + ตัวเก๋า กาเซมีโร่ (เพิ่งจากลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) / ศูนย์หน้า อีกอร์ ติอาโก้ (เบรนท์เฟิร์ด) รองดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด นอกจากนั้นก็มีพวกเคยเล่นลีกผู้ดี ราฟินญ่า (เคยเล่นให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด) กับ ลูกัส ปาเกต้า (เคยเล่น เวสต์แฮม)
เพื่อนๆ ไม่รู้ดูไหวครบสองคู่นี้หรือเปล่านะ แต่ใครคนนี้ สารภาพเลย ขนาดเวลาดีกว่าก็ดูคู่แซมบ้า ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลับผลอยไปก่อนแล้ว มารู้เอาตอนเช้า อ้าว! ไอ้หนู เอนดริค ตัวสำรองที่แทน ติอาโก้ ตอนพักครึ่ง แผลงฤทธิ์อีกครั้ง ยิงประตูชัยให้เซเลเซา
ส่วนคู่อิงแลนด์ ที่เราได้ดูเต็มเกม ให้เล่นกันคนละครึ่งพอ เปลี่ยนยกชุดตอนฮาล์ฟ-ไทม์ ประตูเดียวที่เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องให้ทาย
ก็คนนั้นแหล่ะ กัปตันแฮร์รี่ เคน เช็คตุงตาข่ายนาที 45 +3 จากลูกโยนแบ๊คซ้าย เฌด สเปนซ์, เป็นประตูที่ 79 ของเคน ในการรับใช้อิงแลนด์ 113 นัด
เหมือนจะส่งสัญญาณเหมือนเคย ถ้าอิงแลนด์ จะหวังลุ้นได้ ก็ต้องหวังพึ่ง ประตูของ ศูนย์หน้าบาเยิร์น มึนเช่น คนนี้แหล่ะคร้าบ ..
---แปลกนะ ที่ความสนใจ ไปอยู่ตรงคนไม่ติดชุดบอลโลก ---
ในเกมโลว์ คีย์ ไม่มีอะไรน่าเอ่ยถึงมาก …
มันน่าสนใจตรง ไอ้หนู ริโอ เอ็นกูโมฮา วัย 17 ปี ซึ่งไม่ติด 26 ขุนพลอิงแลนด์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ มร. ทูเคิล เรียกตัวให้มาร่วมซ้อมก่อนทัวร์นาเมนต์ด้วย เคียงข้างกับอเล็กซ์ สก๊อตต์, โจชัว คิง, เอธาน วาเนรี่ (นอกจากได้มาช่วยซ้อมทีมแล้ว โค้ชชาวเยอรมันยังส่งสัญญาณ อั้วให้ค่าพวกคุณอยู่นะ แต่เลือกตัวได้แค่นี้)
ในขณะที่เพื่อนอีกสามคนนั่งดูตลอดเกม ริโอ เป็นคนเดียวในกลุ่มนี้ ที่อยู่ในกลุ่มผู้เล่นสิงโตที่เล่นเต็ม 45 นาทีครึ่งหลัง เล่นในบท “ปีกขวา”
ลืมภาพที่ว่า ตอนเล่นลิเวอร์พูล ต้องเล่นปีกซ้าย ช่วงท้ายฤดูกาลก็ได้เป็นตัวจริงบ่อยขึ้นตามเสียงแฟนหงส์แดงที่ส่งเสียงกระหึ่ม, กับนิวซีแลนด์ ไอ้หนูริโอ เลี้ยงทางฝั่งขวา และกล้าลุย กล้าคุกคาม ชอตสวยๆ ต่อเนื่อง เป็นการประเดิมทีมชาตินัดแรก (อายุน้อยสุดลำดับห้า) ที่น่าสนใจขอรับ
หรือว่า ลิเวอร์พูล ไม่ต้องหาตัวแทน โม ซาล่าห์แล้ว แค่ขยับ ริโอ ไปเล่นปีกขวา ก็พอ!
ไปดูการโหวต เพลเยอร์ ออฟ เดอะ แม็ตช์ ในเว็บบีบีซี ให้คะแนน ริโอ (พ่อเป็นไนจีเรีย เหมือนบุพการี บูกาโย่ ซาก้า) มาเป็นลำดับสองรองจาก แฮร์รี่ เคน
ไม่อยากให้ใครโชคร้าย บาดเจ็บจนถอนตัวก่อนบอลโลกจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันหรอกหนา
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นกับ อิงแลนด์ โดยเฉพาะผู้เล่นแนวรุก ตอนนี้ผมว่า ชื่อ ริโอ เอ็นกูโมฮา อยู่ในใจใครต่อใคร แล้วหล่ะครับ พัฒนาต่อไป บางที อาจจะเป็น เอ็นดริค ของบราซิล หรือ เดซีเร่ ดูเอ้ ของฝรั่งเศส ก็เป็นได้ ถ้าเพิ่มการยิงประตูด้วยตัวเอง
ลิตเติ้ลโจ