ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม ดี : ศึก 4 ชาติไร้ตัวประกอบ สหรัฐฯ-ตุรกี นำทัพลุ้นเข้ารอบ

ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม ดี : ศึก 4 ชาติไร้ตัวประกอบ สหรัฐฯ-ตุรกี นำทัพลุ้นเข้ารอบ
พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มดี สหรัฐอเมริกา ในฐานะเจ้าภาพร่วมถูกยกเป็นเต็งแชมป์กลุ่ม แต่ ตุรกี, ปารากวัย และออสเตรเลีย ต่างมีศักยภาพมากพอที่จะลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ได้เช่นกัน

ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม ดี ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ออสเตรเลีย และ ตุรกี โดยถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีความสมดุลสูง เนื่องจากทั้ง 4 ชาติต่างมีคุณภาพเพียงพอสำหรับการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

แม้ สหรัฐอเมริกา จะได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพร่วมและมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี แต่ ตุรกี ที่กลับมาลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ก็ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งแชมป์กลุ่ม ขณะที่ ปารากวัย และ ออสเตรเลีย ต่างพร้อมสร้างเซอร์ไพรส์เช่นกัน

ด้วยระบบการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ทำให้ทุกคะแนนในกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างมาก และอาจต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย

โปรแกรมการแข่งขันกลุ่ม ดี

นัดแรก

  • วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน
  • 08.00 น. สหรัฐอเมริกา พบ ปารากวัย
  • วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน
  • 11.00 น. ออสเตรเลีย พบ ตุรกี

นัดที่ 2

  • วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน
  • 02.00 น. สหรัฐอเมริกา พบ ออสเตรเลีย
  • วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน
  • 10.00 น. ตุรกี พบ ปารากวัย

นัดสุดท้าย

  • วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน
  • 09.00 น. ตุรกี พบ สหรัฐอเมริกา
  • 09.00 น. ปารากวัย พบ ออสเตรเลีย

----------------------------------

สหรัฐอเมริกา : เจ้าภาพร่วมที่หวังไปไกลในบ้านตัวเอง

  • อันดับฟีฟ่า : 16
  • โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : เต็งหนึ่ง

ในฐานะเจ้าภาพร่วม สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์พร้อมความคาดหวังสูง ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกุนซือชั้นนำของวงการฟุตบอล

ขุมกำลังชุดนี้ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสหรัฐฯ โดยเต็มไปด้วยนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันในรัฐแคลิฟอร์เนียและซีแอตเทิลก็ช่วยเพิ่มความได้เปรียบจากเสียงเชียร์ในบ้าน

อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นก็อาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญสำหรับทีมเจ้าภาพร่วมเช่นกัน

กุนซือข้างสนาม : เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

อดีตเซนเตอร์แบ็กทีมชาติอาร์เจนตินา สร้างชื่อจากการคุม เซาแธมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก่อนพาทีมไก่เดือยทองเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2019 จากนั้นผ่านงานกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ เชลซี ก่อนรับหน้าที่คุมทีมชาติสหรัฐอเมริกา

นักเตะน่าจับตา : โฟลาริน บาโลกุน

กองหน้าจากโมนาโก ทำผลงานโดดเด่นด้วยการมีส่วนร่วมกับ 17 ประตูในลีกเอิง รวมถึงยิงอีก 5 ประตูในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

ปารากวัย : ม้ามืดจากอเมริกาใต้ที่ประมาทไม่ได้

  • อันดับฟีฟ่า : 40
  • โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ม้ามืด

ปารากวัยกลับสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี หลังทำผลงานยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก โดยสามารถเอาชนะทั้ง บราซิล และ อาร์เจนตินา ได้

จุดแข็งสำคัญคือเกมรับที่เหนียวแน่นและความมีระเบียบวินัยของทีม แม้ผลงานนอกบ้านในรอบคัดเลือกจะไม่โดดเด่นนัก แต่พวกเขายังคงเป็นทีมที่สร้างความลำบากให้คู่แข่งได้เสมอ

กุนซือข้างสนาม : กุสตาโว่ อัลฟาโร่

กุนซือมากประสบการณ์จากอเมริกาใต้ เคยพา เอกวาดอร์ ลุยฟุตบอลโลก 2022 และได้รับการยกย่องเรื่องการสร้างทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่ง

นักเตะน่าจับตา : ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่

แนวรุกวัย 22 ปี กลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้งกับ สตราส์บูร์ก โดยมีส่วนร่วมกับ 21 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลที่ผ่านมา

ออสเตรเลีย : จอมแกร่งจากเอเชียที่หวังสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง

  • อันดับฟีฟ่า : 27
  • โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : มีลุ้นเข้ารอบ

ออสเตรเลียผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน และยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากผลงานในฟุตบอลโลก 2022 ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

แม้ขุมกำลังชุดปัจจุบันอาจไม่ได้เต็มไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ แต่พวกเขายังคงเป็นทีมที่เล่นอย่างมีวินัยและยากต่อการเอาชนะ

กุนซือข้างสนาม : โทนี่ โปโปวิช

อดีตกองหลังทีมชาติออสเตรเลียชุดฟุตบอลโลก 2006 ที่ประสบความสำเร็จในงานคุมทีมระดับสโมสร โดยเคยพา เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส คว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ปี 2014

นักเตะน่าจับตา : โมฮาเหม็ด ตูเร่

กองหน้าดาวรุ่งที่ย้ายไป นอริช ซิตี้ เมื่อต้นปี และทำผลงานยอดเยี่ยมด้วย 10 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จากเพียง 12 นัด

ตุรกี : ขุมกำลังยังเติร์กพร้อมกลับมาสร้างชื่อบนเวทีโลก

  • อันดับฟีฟ่า : 22
  • โอกาสคว้าแชมป์กลุ่ม : ตัวเต็งเข้ารอบ

ตุรกีหวนคืนสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศและคว้าอันดับ 3 ของโลก

ทีมชุดปัจจุบันผสมผสานระหว่างนักเตะประสบการณ์สูงและดาวรุ่งฝีเท้าจัดหลายราย โดยผ่านรอบคัดเลือกมาอย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีสะดุดพ่าย สเปน 0-6 อยู่หนึ่งนัดก็ตาม

กุนซือข้างสนาม : วินเชนโซ่ มอนเตลล่า

อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีที่เคยผ่านงานคุมทีมชั้นนำอย่าง ฟิออเรนติน่า, ซามพ์โดเรีย, เอซี มิลาน และ เซบีย่า ก่อนเข้ามาสร้างผลงานโดดเด่นกับทีมชาติตุรกี

นักเตะน่าจับตา : เคนัน ยิลดิซ

ปีกวัย 21 ปี ของ ยูเวนตุส ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป

วิเคราะห์กลุ่ม ดี

หากพิจารณาจากคุณภาพนักเตะ ความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพ และประสบการณ์ของกุนซือ สหรัฐอเมริกา ดูมีภาษีดีที่สุดในการคว้าแชมป์กลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ตุรกี เป็นทีมที่มีศักยภาพสูงและพร้อมเบียดแย่งตำแหน่งจ่าฝูงได้ทุกเมื่อ ขณะที่ ปารากวัย และ ออสเตรเลีย ต่างมีจุดแข็งเฉพาะตัว และมีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบทั้งในฐานะอันดับ 2 หรืออันดับ 3 ที่ดีที่สุด

กลุ่ม ดี จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่การแข่งขันสูสี และอาจต้องรอจนถึงเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มจึงจะทราบบทสรุปว่าใครจะได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026



ที่มาของภาพ : Gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport