พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 กลุ่มดี สหรัฐอเมริกา ในฐานะเจ้าภาพร่วมถูกยกเป็นเต็งแชมป์กลุ่ม แต่ ตุรกี, ปารากวัย และออสเตรเลีย ต่างมีศักยภาพมากพอที่จะลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ได้เช่นกัน
ฟุตบอลโลก 2026 กลุ่ม ดี ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา, ปารากวัย, ออสเตรเลีย และ ตุรกี โดยถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีความสมดุลสูง เนื่องจากทั้ง 4 ชาติต่างมีคุณภาพเพียงพอสำหรับการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
แม้ สหรัฐอเมริกา จะได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพร่วมและมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายปี แต่ ตุรกี ที่กลับมาลุยฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี ก็ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในการแย่งแชมป์กลุ่ม ขณะที่ ปารากวัย และ ออสเตรเลีย ต่างพร้อมสร้างเซอร์ไพรส์เช่นกัน
ด้วยระบบการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุดผ่านเข้ารอบต่อไปได้ ทำให้ทุกคะแนนในกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างมาก และอาจต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย
โปรแกรมการแข่งขันกลุ่ม ดี
นัดแรก
นัดที่ 2
นัดสุดท้าย
----------------------------------
สหรัฐอเมริกา : เจ้าภาพร่วมที่หวังไปไกลในบ้านตัวเอง
ในฐานะเจ้าภาพร่วม สหรัฐอเมริกาเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์พร้อมความคาดหวังสูง ภายใต้การคุมทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในกุนซือชั้นนำของวงการฟุตบอล
ขุมกำลังชุดนี้ถือว่าแข็งแกร่งที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสหรัฐฯ โดยเต็มไปด้วยนักเตะที่ค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำของยุโรป ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันในรัฐแคลิฟอร์เนียและซีแอตเทิลก็ช่วยเพิ่มความได้เปรียบจากเสียงเชียร์ในบ้าน
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นก็อาจกลายเป็นแรงกดดันสำคัญสำหรับทีมเจ้าภาพร่วมเช่นกัน
กุนซือข้างสนาม : เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่
อดีตเซนเตอร์แบ็กทีมชาติอาร์เจนตินา สร้างชื่อจากการคุม เซาแธมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ก่อนพาทีมไก่เดือยทองเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ปี 2019 จากนั้นผ่านงานกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และ เชลซี ก่อนรับหน้าที่คุมทีมชาติสหรัฐอเมริกา
นักเตะน่าจับตา : โฟลาริน บาโลกุน
กองหน้าจากโมนาโก ทำผลงานโดดเด่นด้วยการมีส่วนร่วมกับ 17 ประตูในลีกเอิง รวมถึงยิงอีก 5 ประตูในยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
ปารากวัย : ม้ามืดจากอเมริกาใต้ที่ประมาทไม่ได้
ปารากวัยกลับสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปี หลังทำผลงานยอดเยี่ยมในรอบคัดเลือก โดยสามารถเอาชนะทั้ง บราซิล และ อาร์เจนตินา ได้
จุดแข็งสำคัญคือเกมรับที่เหนียวแน่นและความมีระเบียบวินัยของทีม แม้ผลงานนอกบ้านในรอบคัดเลือกจะไม่โดดเด่นนัก แต่พวกเขายังคงเป็นทีมที่สร้างความลำบากให้คู่แข่งได้เสมอ
กุนซือข้างสนาม : กุสตาโว่ อัลฟาโร่
กุนซือมากประสบการณ์จากอเมริกาใต้ เคยพา เอกวาดอร์ ลุยฟุตบอลโลก 2022 และได้รับการยกย่องเรื่องการสร้างทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่ง
นักเตะน่าจับตา : ฮูลิโอ เอ็นซิโซ่
แนวรุกวัย 22 ปี กลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้งกับ สตราส์บูร์ก โดยมีส่วนร่วมกับ 21 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลที่ผ่านมา
ออสเตรเลีย : จอมแกร่งจากเอเชียที่หวังสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง
ออสเตรเลียผ่านเข้าสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 6 ติดต่อกัน และยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากผลงานในฟุตบอลโลก 2022 ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
แม้ขุมกำลังชุดปัจจุบันอาจไม่ได้เต็มไปด้วยนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ แต่พวกเขายังคงเป็นทีมที่เล่นอย่างมีวินัยและยากต่อการเอาชนะ
กุนซือข้างสนาม : โทนี่ โปโปวิช
อดีตกองหลังทีมชาติออสเตรเลียชุดฟุตบอลโลก 2006 ที่ประสบความสำเร็จในงานคุมทีมระดับสโมสร โดยเคยพา เวสเทิร์น ซิดนีย์ วันเดอเรอร์ส คว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก ปี 2014
นักเตะน่าจับตา : โมฮาเหม็ด ตูเร่
กองหน้าดาวรุ่งที่ย้ายไป นอริช ซิตี้ เมื่อต้นปี และทำผลงานยอดเยี่ยมด้วย 10 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จากเพียง 12 นัด
ตุรกี : ขุมกำลังยังเติร์กพร้อมกลับมาสร้างชื่อบนเวทีโลก
ตุรกีหวนคืนสู่ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศและคว้าอันดับ 3 ของโลก
ทีมชุดปัจจุบันผสมผสานระหว่างนักเตะประสบการณ์สูงและดาวรุ่งฝีเท้าจัดหลายราย โดยผ่านรอบคัดเลือกมาอย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีสะดุดพ่าย สเปน 0-6 อยู่หนึ่งนัดก็ตาม
กุนซือข้างสนาม : วินเชนโซ่ มอนเตลล่า
อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีที่เคยผ่านงานคุมทีมชั้นนำอย่าง ฟิออเรนติน่า, ซามพ์โดเรีย, เอซี มิลาน และ เซบีย่า ก่อนเข้ามาสร้างผลงานโดดเด่นกับทีมชาติตุรกี
นักเตะน่าจับตา : เคนัน ยิลดิซ
ปีกวัย 21 ปี ของ ยูเวนตุส ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของวงการฟุตบอลยุโรป
วิเคราะห์กลุ่ม ดี
หากพิจารณาจากคุณภาพนักเตะ ความได้เปรียบจากการเป็นเจ้าภาพ และประสบการณ์ของกุนซือ สหรัฐอเมริกา ดูมีภาษีดีที่สุดในการคว้าแชมป์กลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ตุรกี เป็นทีมที่มีศักยภาพสูงและพร้อมเบียดแย่งตำแหน่งจ่าฝูงได้ทุกเมื่อ ขณะที่ ปารากวัย และ ออสเตรเลีย ต่างมีจุดแข็งเฉพาะตัว และมีโอกาสลุ้นผ่านเข้ารอบทั้งในฐานะอันดับ 2 หรืออันดับ 3 ที่ดีที่สุด
กลุ่ม ดี จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่การแข่งขันสูสี และอาจต้องรอจนถึงเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มจึงจะทราบบทสรุปว่าใครจะได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก 2026