ย้อนรอยความสัมพันธ์รักข้ามขอบฟ้าของ โค้ชอ๊อต เกียรติพงษ์ และ เฝิง คุน อดีตมือเซตระดับโลกชาวจีน เริ่มต้นจากจุดไหน?
ย้อนเวลากลับไปในปี 2544 เฝิง คุน ในวัย 23 ปี เพิ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกในฐานะเซตเตอร์ดาวรุ่งที่แผ่นดินมังกรภาคภูมิใจ
ในเวลานั้น จีน คือมหาอำนาจ ส่วน ไทย ยังเป็นเพียงทีมระดับกลางของอาเซียนที่กำลังพยายามตั้งไข่
แต่หลังจากการแข่งขันจบลง แทนที่ เฝิง คุน จะปล่อยให้จังหวะนั้นผ่านไปเหมือนแมตช์แข่งขันทั่วไป เธอกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
อดีตกัปตันทีมชาติจีนชุดแชมป์โอลิมปิกยอมรับในเวลาต่อมาว่า เธอรู้สึกสนิทสนมกับ "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบราวกับเป็นเพื่อนที่คุ้นเคยกันมานาน
เฝิง คุน ตัดสินใจเดินลุยเดี่ยวเข้าไปหาโค้ชหนุ่มชาวไทยแล้วเอ่ยปากขอถ่ายรูปคู่กันดื้อ ๆ ซึ่งช็อตนั้นเล่นเอาบรรดานักกีฬาและทีมงานของทั้งสองชาติส่งเสียงกรี๊ดกันลั่นสนาม
มันคือจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความกล้าหาญอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ ติดตามเรื่องนี้พร้อมกันที่ SIAMSPORT
[ รักซึมลึกที่พังกำแพงภาษา ]
บทสัมภาษณ์เก่าของสื่อ Sina แดนมังกรเมื่อปี 2544 เคยพาดหัวถึง เฝิง คุน ไว้ว่าเธอคือหญิงสาวที่มี "กระเพาะไทยและหัวใจไทย"
เนื่องจากเธอหลงรักอาหารไทยและแกงถุงเอามาก ๆ แต่สิ่งที่มากไปกว่านั้นคือความชื่นชมและศรัทธาที่เธอมีต่อ โค้ชอ๊อต
เฝิง คุน พูดถึง โค้ชอ๊อต ด้วยแววตาเป็นประกายเสมอว่า เขาเป็นคนฉลาดมาก และมีอารมณ์ขันมาก
ทุกครั้งหลังจบเกมการแข่งขัน เมื่อ โค้ชอ๊อต ขึ้นให้สัมภาษณ์กับสื่อ เฝิง คุน มักจะขอให้สต๊าฟหรือคนใกล้ตัวช่วยแปลข้อความภาษาไทยเหล่านั้นให้เธอฟังทุกคำ พร้อมกับเอ่ยปากชมเปาะว่า "เขาพูดได้ยอดเยี่ยมและสุดยอดจริง ๆ"
แต่ความรักทางไกลมันมักยากเสมอ
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่คบหาดูใจกันแบบเงียบ ๆ โค้ชอ๊อต ต้องหาเวลาเคลียร์คิวเพื่อบินข้ามฟ้าไปหาเธอที่ประเทศจีนเฉลี่ยเดือนละครั้ง
อุปสรรคเรื่องภาษากลายเป็นเรื่องตลกที่สร้างความอบอุ่นในครอบครัว โค้ชอ๊อต เคยเล่าว่า ช่วงที่เขาเดินทางไปจีนใหม่ ๆ เวลาไปเดินตลาดสดซื้อของกับพ่อแม่ของเฝิง คุน เพื่อมาทำอาหารร่วมกัน
ต่างฝ่ายต่างคุยกันไม่รู้เรื่อง โค้ชอ๊อต พูดภาษาไทย พ่อแม่พูดภาษาจีน แต่สุดท้ายด้วยรอยยิ้มและการสื่อสารทางใจ พวกเขาก็ได้วัตถุดิบกลับมาทำอาหารร่วมกันจนอิ่มท้องและอิ่มใจ
เพื่อพิสูจน์รักแท้ โค้ชอ๊อต ถึงขั้นลงทุนลงแรงเรียนภาษาจีนอย่างจริงจังเพื่อสื่อสารกับเธอและครอบครัวให้ได้ดีที่สุด
[ บทเพลงซึ้งที่ปักกิ่ง ]
หลังจากบ่มเพาะความรักจนสุกงอม ทั้งคู่เข้าพิธีพระราชทานน้ำสังข์ในไทย ก่อนจะบินไปจัดพิธีฉลองมงคลสมรสอย่างยิ่งใหญ่และอบอุ่นอีกครั้งที่กรุงปักกิ่ง
ในค่ำคืนที่ปักกิ่ง โค้ชอ๊อ ตสร้างความเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการหยิบกีตาร์โปร่งขึ้นมาโซโล่พร้อมร้องเพลงจีนให้เจ้าสาวฟังสด ๆ ต่อหน้าแขก เล่นเอาเฝิง คุน ซึ้งจัดจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวและร้องไห้ออกมาด้วยความตื้นตัน
สิ่งที่น่าประทับใจและเป็นดั่งงานศิลปะชิ้นเอกในงานแต่งงานของทั้งคู่ คือตราโลโก้สัญลักษณ์ที่เพื่อนของ เฝิง คุน ออกแบบให้เป็นพิเศษ
โดยโลโก้นั้นถูกรังสรรค์ขึ้นจากภาพ "ช้าง" สัตว์สัญลักษณ์ประจำแผ่นดินสยามที่หันหน้าเข้าหากันจนดูคล้ายตัวอักษร "K" ซึ่งหมายถึง Kiattipong (เกียรติพงษ์) และ Kun (คุน) โอบล้อมด้วย "นกฟินิกซ์" สัตว์มงคลระดับตำนานที่เป็นตัวแทนของประเทศจีน
มันคือการผสมผสานเชิงสัญลักษณ์ที่ไร้รอยต่อ เฉกเช่นเดียวกับความรักของเขาทั้งสอง
[ จากวิวาห์ส่วนตัว สู่ "ซูเปอร์บิ๊กมิชชัน" ]
ในปัจจุบัน ทั้งคู่มี "น้องช้าง" ลูกชายสุดน่ารักเป็นพยานรักและโซ่ทองคล้องใจ
แต่ความรักของพวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ในระดับครอบครัว เมื่อ โค้ชอ๊อต ตัดสินใจหวนกลับมาคุมทีมชาติไทยอีกครั้งในปี 2567
เฝิง คุน ในฐานะคู่ชีวิตก็ไม่ลังเลที่จะก้าวเข้ามาสวมชุดซ้อมของทีมชาติไทย ยืนเคียงข้างสามีอยู่ขอบสนามเพื่อช่วยยกระดับวงการลูกยางไทยอย่างเต็มตัว
ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB)
ภาพของอดีตมือเซตอันดับหนึ่งของโลกดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก ลงสนามไปติวเข้มทักษะการเซตและการอ่านเกมแบบตัวต่อตัวให้กับเซตเตอร์รุ่นใหม่อย่าง "เซราห์ และ นุกนิก"
มันคือหลักฐานชั้นดีว่า เฝิง คุน กำลังส่งต่อ "ลมใต้ปีก" และดีเอ็นเอแชมป์โลกให้กับเด็กไทย
จนกระทั่งในค่ำคืนที่ผ่านมา ปาฏิหาริย์ที่เมืองเทียนจินก็เกิดขึ้นจริง เมื่อทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยภายใต้การนำของโค้ชอ๊อต และการติวเข้มของ เฝิง คุน สามารถล้มยักษ์ใหญ่อย่างจีนได้ 3-2 เซต คว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 พร้อมกับ "ตั๋วโอลิมปิก 2028 (LA 2028)" ที่รอคอยมานานแสนนานถึง 30 ปีได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เฝิง คุน อาจเคยเซตบอลเพื่อพา ทีมชาติจีน คว้าทองโอลิมปิกในอดีต แต่วันนี้ การ "เซต" ของเธอเคียงข้างสามีชาวไทย ได้ช่วยเซตอนาคตและประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการวอลเลย์บอลหญิงไทยไปตลอดกาล
ตัน กวาร์ดิโอล่า