“โค้ชชิน” ชิน โยชิดะ ออกโรงชี้แจงหลังถูกโจมตีบนโซเชียลเกี่ยวกับการออกจากทีมชาติญี่ปุ่นมาทำงานให้ทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ยืนยันไม่ได้เป็นฝ่ายเลือกออกจากญี่ปุ่น แต่สัญญาสิ้นสุดและไม่ได้รับการต่อ ก่อนจะได้รับโอกาสใหม่จากทีมชาติไทย
ชิน โยชิดะ หรือ "โค้ชชิน" สตาฟฟ์ชาวญี่ปุ่นที่เป็นหนึ่งในทีมงานทัพวอลเลย์บอลหญิงไทย ชุดคว้าตั๋วโอลิมปิก เกมส์ 2028 เปิดใจผ่านโซเชียลมีเดีย หลังได้รับความคิดเห็นและข้อความที่สร้างความเจ็บปวดเกี่ยวกับการออกจากทีมชาติญี่ปุ่นและเปลี่ยนมาทำงานให้ทีมชาติไทย โดยระบุว่า มีข้อมูลและการคาดเดาหลายส่วนที่แตกต่างจากข้อเท็จจริง
โค้ชชิน โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรม โดยขึ้นต้นว่า “เกี่ยวกับความคิดเห็นที่สร้างความเจ็บปวด ผมอยากอธิบายข้อเท็จจริงด้วยคำพูดของตัวเอง”
จากนั้นเจ้าตัวระบุว่า
“ถึงทุกคน ผมอยากขอใช้โอกาสนี้อธิบายเรื่องราวด้วยคำพูดของตัวเองสักครั้ง”
โค้ชชิน เผยว่า ช่วงที่ผ่านมา เขาพบเห็นความคิดเห็นและข้อความส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะข้อความที่กล่าวว่า
“ผมออกจากทีมชาติญี่ปุ่นด้วยความต้องการของตัวเอง และย้ายไปทำงานให้ทีมชาติไทย”
พร้อมระบุว่า มีข้อความในลักษณะหมิ่นประมาทและสร้างความเจ็บปวด ซึ่งมีพื้นฐานมาจากข้อมูลหรือการคาดเดาที่แตกต่างจากข้อเท็จจริง
“การต้องถูกวิจารณ์และหมิ่นประมาทอย่างต่อเนื่อง จากความเข้าใจที่แตกต่างไปจากข้อเท็จจริง ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผมเลย”
โดย โค้ชชิน ได้ออกมาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมถึงสิ่งที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า การมาทำงานกับทีมชาติไทยไม่ได้เกิดจากการที่เขาตัดสินใจออกจากทีมชาติญี่ปุ่นด้วยตัวเอง
เจ้าตัวเปิดเผยว่า ในปี 2025 เขาทำงานกับทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติญี่ปุ่นในตำแหน่ง นักวิเคราะห์และล่าม ภายใต้สัญญาที่กำหนดระยะเวลาเอาไว้ และเมื่อสัญญาดังกล่าวสิ้นสุดลง ไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่
“มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากบอกให้ชัดเจน ผมไม่ได้เป็นฝ่ายตัดสินใจหรือร้องขอที่จะออกจากทีมชาติญี่ปุ่น”
อย่างไรก็ตาม โค้ชชิน ระบุว่า เขาไม่ได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนถึงสาเหตุที่สัญญาไม่ได้รับการต่อ ทำให้แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร
หลังจากนั้น สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยและหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยได้รับทราบสถานการณ์ของเขา ก่อนติดต่อเข้ามาและมอบโอกาสให้ทำงานกับทีมชาติไทย
โค้ชชิน จึงย้ำถึงลำดับเหตุการณ์อย่างชัดเจนว่า
“ผมไม่ได้เป็นฝ่ายเลือกออกจากทีมชาติญี่ปุ่น แล้วตัดสินใจย้ายมาทีมชาติไทย”
“สัญญาของผมกับทีมชาติญี่ปุ่นสิ้นสุดลง และหลังจากนั้นไม่มีการต่อสัญญา จากนั้นผมจึงได้รับโอกาสใหม่จากทีมชาติไทย นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมสามารถบอกได้”
ขณะเดียวกัน สตาฟฟ์ชาวญี่ปุ่นยืนยันว่า การออกมาชี้แจงครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการตำหนิหรือโจมตีสมาคมวอลเลย์บอลญี่ปุ่น รวมถึงไม่ได้มีความรู้สึกในแง่ลบต่อทีมชาติญี่ปุ่นแต่อย่างใด
โค้ชชิน ระบุว่า ช่วงเวลาที่ได้ทำงานกับทีมชาติญี่ปุ่นถือเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างมาก และได้เรียนรู้หลายสิ่งจากทั้งนักกีฬาและทีมงาน โดยเฉพาะทีมงานโค้ชที่แม้กระทั่งปัจจุบันยังคงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเมื่อเขาประสบปัญหา ซึ่งเจ้าตัวยกให้เป็น “รุ่นพี่ในอุดมคติ”
อย่างไรก็ตาม วันนี้บทบาทของเขาคือการทำงานให้ทีมชาติไทย และหากต้องลงสนามพบกับญี่ปุ่น เจ้าตัวยืนยันว่าจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อชัยชนะของไทย
“เมื่อเราพบกับญี่ปุ่น ผมจะทำทุกอย่างในฐานะคู่แข่ง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นฝ่ายชนะ นั่นคืองานของผมในตอนนี้ และผมคิดว่านั่นคือความรับผิดชอบของผมในฐานะมืออาชีพ”
พร้อมกันนี้ โค้ชชิน ย้ำว่า การทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อต่อสู้กับญี่ปุ่นในสนาม และความเคารพที่เขามีต่อวอลเลย์บอลญี่ปุ่นนั้น “เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง”
ก่อนปิดท้ายว่า ขอบคุณต่อช่วงเวลาที่ได้ทำงานกับทีมชาติญี่ปุ่น รวมถึงความเคารพที่มีต่อวอลเลย์บอลญี่ปุ่นไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกัน วันนี้เขาจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ด้วยความขอบคุณและความรับผิดชอบต่อ ทีมชาติไทยที่มอบโอกาสและต้องการตัวเขาเข้ามาทำงาน
