"ศึกนอกสนามที่โรล็องด์ การ์รอส" เมื่อเหล่ายอดฝีมือลุกขึ้นสู้เพื่อเพื่อนร่วมอาชีพในโลกเทนนิส

"ศึกนอกสนามที่โรล็องด์ การ์รอส" เมื่อเหล่ายอดฝีมือลุกขึ้นสู้เพื่อเพื่อนร่วมอาชีพในโลกเทนนิส
การแข่งขันแกรนด์สแลมเฟรนช์ โอเพ่น ที่โรล็องด์ การ์รอส ณ กรุงปารีส ไม่ได้เดือดแค่บนคอร์ทดินเท่านั้น แต่ในห้องแถลงข่าวกำลังเกิดการ "ปฏิวัติเงียบ" ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี เมื่อบรรดานักเทนนิสระดับท็อปของโลกจับมือกันประท้วงฝ่ายจัดการแข่งขัน เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมด้านส่วนแบ่งรายได้และสวัสดิการให้กับนักหวดรุ่นน้องและมือวางอันดับล่างๆ

ชนวนเหตุในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ภายใต้ภาพลักษณ์อันหรูหราของกีฬาเทนนิส มีความเหลื่อมล้ำทางรายได้ที่ซ่อนอยู่ และนี่คือเจาะลึกทุกประเด็นจากกลุ่มผู้ประท้วง

แผนประท้วง "15 นาที" ที่ไม่ใช่แค่เวลา

วิธีการประท้วงของเหล่านักหวดชื่อดังในวันแถลงข่าว ไม่ใช่การวอล์กเอาท์ แต่เป็นการ "จำกัดเวลา" ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนอย่างเคร่งครัด

ปกติแล้ว นักเทนนิสระดับซูเปอร์สตาร์จะต้องสละเวลา 60–90 นาทีในการทำกิจกรรมกับสื่อมวลชน ทั้งสัมภาษณ์ ถ่ายภาพ และร่วมกิจกรรมโซเชียลมีเดีย แต่ในครั้งนี้ พวกเขาพร้อมใจกันจำกัดเวลาทำหน้าที่เหลือเพียง 15 นาที เท่านั้น โดยแบ่งเป็น 10 นาที สำหรับงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ และ 5 นาที สำหรับสถานีโทรทัศน์แม่ข่าย

ทำไมต้อง 15 นาที? ตัวเลขนี้เป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึง "อัตราส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 15%" ซึ่งเป็นจำนวนเงินเฉลี่ยที่ทัวร์นาเมนต์ระดับแกรนด์สแลมแบ่งจากรายได้ทั้งหมดของรายการมาเป็นเงินรางวัลให้แก่นักกีฬา ซึ่งพวกเขามองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับเม็ดเงินมหาศาลที่ผู้จัดได้รับ

ข้อเรียกร้องที่ "ไร้เสียงตอบรับ" มาเป็นปี

ความขัดแย้งระหว่างนักเทนนิสแถวหน้ากับผู้จัดแกรนด์สแลมไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น มีรายงานว่านักกีฬากลุ่มนี้ได้ร่อนจดหมายเปิดผนึกที่ลงลายมือชื่อร่วมกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว โดยมีข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อคือ

  1. เพิ่มส่วนแบ่งรายได้ จากทัวร์นาเมนต์มาเป็นเงินรางวัลให้มากขึ้น
  2. จัดตั้งระบบสวัสดิการผู้เล่น เช่น เงินบำนาญหลังเกษียณอายุ
  3. ตั้งสภานักกีฬาแกรนด์สแลม เพื่อให้นักกีฬามีสิทธิ์มีเสียงในการร่วมตัดสินใจทิศทางของทัวร์นาเมนต์

อันเดรย์ รูเบลฟ นักหวดหนุ่มมือวางอันดับ 13 ของโลกและหนึ่งในคณะกรรมการที่ปรึกษาของ ATP เปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า "มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรอก มันมีอีกหลายแง่มุมมาก ประเด็นคือพวกเขา (ผู้จัด) ไม่ยอมฟังเราเลย ไม่แม้แต่จะตอบด้วยซ้ำ ยกตัวอย่างง่ายๆ เวลาเราส่งอีเมลอย่างเป็นทางการไป ไม่มีใครตอบกลับมาเป็นเดือนๆ เฮ้ยพวกคุณ! เราทำงานร่วมกันนะ หรือว่าพวกคุณไม่แคร์พวกเราเลยจนไม่อยากแม้แต่จะสื่อสารด้วย?”

แม้จะเป็นการประท้วง แต่ภาพที่ออกมาไม่ได้ตึงเครียดจนเกินไป นักกีฬาแต่ละคนมีวิธีบริหารเวลา 15 นาทีในแบบของตัวเอง

ดานีล เมดเวเดฟ นักหวดหนุ่มรัสเซีย : แม้ทีมงานผู้ควบคุมการแถลงข่าวจะสั่งตัดจบตามเวลา แต่นักข่าวรัสเซียพยายามตื้อถามเพิ่มอีก 2 คำถาม เมดเวเดฟยังคงมีน้ำใจตอบคำถามจนเวลาเลยกำหนด 15 นาทีไปเล็กน้อย

โคโค กอฟฟ์ : สาวน้อยมหัศจรรย์ชาวอเมริกันเลือกใช้วิธีสุดเนี้ยบ เธอแอบตั้งนาฬิกาจับเวลาไว้บนโต๊ะ พอผ่านไป 9 นาทีเมื่อทีมงานถามว่ามีใครจะถามอีกไหม กอฟฟ์หัวเราะแล้วมองลงมาที่โต๊ะ "ฉันเหลือเวลาอีกประมาณ 1 นาทีค่ะ" และเมื่อครบ 10 นาทีเป๊ะ เธอกล่าวขอตัวและลุกออกไปทันทีด้วยรอยยิ้ม

อารีนา ซาบาเลนก้า นักเทนนิสหญิงหมายเลข 1 ของโลก : ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว เธอหันไปมองผู้จัดการส่วนตัวที่ชูนิ้วส่งสัญญาณว่า "ขออีกคำถามเดียว" จากนั้นซาบาเลนก้าก็สวมบทเป็นผู้ดำเนินรายการสั่งปิดงานด้วยตัวเอง พร้อมกล่าวขอบคุณสื่อมวลชนด้วยความเคารพ แต่ทุกคนรู้ดีว่านี่คือการแสดงจุดยืนตามข้อตกลง

"ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง" ซาบาเลนก้า และเพื่อนพ้องขอลุกขึ้นสู้ 

อารีนา ซาบาเลนก้า แกนนำฝ่ายหญิงในศึกครั้งนี้ ยืนยันหนักแน่นว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเธอเอง แต่ทำเพื่อความอยู่รอดของเพื่อนร่วมอาชีพ

"สัญชาตญาณบอกฉันว่า ประเด็นทั้งหมดนี้มันไม่ใช่เรื่องของฉันเลย แต่มันคือเรื่องของนักเทนนิสที่อยู่อันดับล่างๆ งที่กำลังลำบาก การจะใช้ชีวิตและยึดอาชีพในโลกเทนนิสด้วยส่วนแบ่งรายได้ที่เราได้รับอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“ในฐานะมือ 1 ของโลก ฉันรู้สึกว่าตัวเองต้องลุกขึ้นสู้เพื่อพวกเขา เพื่อผู้เล่นในทัวร์ระดับล่าง เพื่อคนที่กำลังกลับมาจากอาการบาดเจ็บ และเพื่อคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะก้าวขึ้นมา ข้อเรียกร้องของเราชัดเจนและยุติธรรมสำหรับทุกคน นั่นคือเหตุผลที่เรามารวมตัวกันในวันนี้"

การรวมตัวครั้งนี้นับว่ายิ่งใหญ่มาก เพราะนอกจาก ซาบาเลนก้า, รูเบลฟ, เมดเวเดฟ และ กอฟฟ์ แล้ว ยังมีสตาร์ดังระดับโลกอย่าง ยานนิค ซินเนอร์ (มือ 1 ฝ่ายชาย), อีกา สเวียเท็ก, เจสสิกา เปกูลา, มีร์รา อันดรีวา, เฟลิกซ์ โอเฌร์-อเลียสซิม, เบน เชลตัน และ เทย์เลอร์ ฟริตซ์ เข้าร่วมด้วย ซึ่งเมดเวเดฟยอมรับว่า "นี่คือครั้งแรกในอาชีพของผมที่เห็นผู้เล่นระดับท็อปสามัคคีกันขนาดนี้"

โนวัค ยอโควิช ไม่ร่วมก๊วน...แต่หนุนหลัง และเตือนสติบทเรียนจากวงการกอล์ฟ

บิ๊กเนมคนเดียวที่ไม่ได้เข้าร่วมการจำกัดเวลาแถลงข่าวครั้งนี้คือ โนวัค ยอโควิช ยอดนักหวดเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 24 สมัย ซึ่งในอดีตเขาคือหัวหอกในการเรียกร้องสิทธิ์ให้นักกีฬามาโดยตลอด ทั้งในฐานะประธานสภานักกีฬา ATP และผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมนักเทนนิสอาชีพ (PTPA) แต่ด้วยวัยและช่วงปลายของอาชีพ ทำให้เขาเลือกที่จะปลีกตัวออกจากการเคลื่อนไหวโดยตรงในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ยอโควิช ยอดนักหวดวัย 39 ปียืนยันว่าเขาอยู่เคียงข้างเหล่านักกีฬาเสมอ และได้ฝากข้อคิดสำคัญถึงผู้บริหารวงการเทนนิสด้วยการยกบทเรียนราคาแพงจากวงการกอล์ฟที่มีการแตกหักจนเกิดทัวร์คู่แข่งอย่าง LIV Golf ขึ้นมา

"พวกเราควรรวมใจกันให้เป็นหนึ่งเดียว และใช้เสียงที่เป็นปึกแผ่นนี้พัฒนาโครงสร้างให้ดีกว่าเดิม และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับกีฬาของเรา เพราะเวลานี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดแล้ว"

การลุกฮือของนักเทนนิสระดับโลกใน "โรล็องด์ การ์รอส" ปีนี้ ไม่ใช่เรื่องของการเรียกร้องเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง เพราะนักกีฬาระดับท็อป 10 เหล่านี้มีรายได้มหาศาลจากทั้งเงินรางวัลและสปอนเซอร์อยู่แล้ว แต่มันคือการใช้ "อำนาจและแสงสปอนเซอร์ไลต์" ที่พวกเขามี เพื่อส่งเสียงแทนนักเทนนิสอีกนับร้อยชีวิตในทัวร์ที่ต้องดิ้นรนกับค่าเดินทาง ค่าโค้ช และค่าใช้จ่ายในการแข่งขัน

หลังจากนี้ คงต้องจับตาดูว่าสี่ศึกใหญ่ "บิ๊กโฟร์แกรนด์สแลม" จะยอมเปิดโต๊ะเจรจาอย่างจริงจัง หรือจะเลือกเพิกเฉย จนนำไปสู่การยกระดับการประท้วงที่เข้มข้นกว่านี้ในอนาคต!



ที่มาของภาพ : Gettyimages / Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport