คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) มีมติยกเลิกการสั่งพักงานคณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซียชั่วคราว เปิดทางให้นักกีฬารัสเซียกลับมาแข่งขันในนามทีมชาติได้ในโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่ลอสแอนเจลิส หากผ่านเกณฑ์ตรวจสารกระตุ้น ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแรงต้านจากชาติตะวันตกที่มองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้วลาดีเมียร์ ปูติน
คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) มีมติยกเลิกการสั่งพักงาน คณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซีย (ROC) เป็นการชั่วคราว เปิดทางให้นักกีฬารัสเซียมีโอกาสกลับมาแข่งขันในรายการระดับนานาชาติ รวมถึงรอบคัดเลือกสู่ โอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลัง IOC ระบุว่ามาตรการสั่งพักงานที่บังคับใช้กับ ROC ตั้งแต่ปี 2023 “ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว” โดยเดิมทีรัสเซียถูกลงโทษจากกรณีที่คณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซียเข้าไปยอมรับองค์กรกีฬาในพื้นที่ยูเครนที่อยู่ภายใต้การยึดครองของรัสเซีย ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎบัตรโอลิมปิก
อย่างไรก็ตาม แม้ IOC จะปลดแบน ROC เป็นการชั่วคราว แต่นักกีฬารัสเซียยังต้องผ่านเกณฑ์ด้านการตรวจสารกระตุ้นตามมาตรฐานที่กำหนด ขณะที่ยังไม่มีการตัดสินใจขั้นเด็ดขาดว่า รัสเซียจะได้รับอนุญาตให้ใช้ธงชาติ สีประจำชาติ หรือเพลงชาติในการแข่งขัน โอลิมปิก 2028 หรือไม่
นอกจากนี้ มาตรการบางส่วนยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป ทั้งการห้ามจัดกิจกรรมของ IOC ในรัสเซีย และการไม่เชิญเจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซียเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ ในศึก โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส และ โอลิมปิกฤดูหนาว 2026 ที่มิลาน-คอร์ตินา นักกีฬารัสเซียและเบลารุสเข้าร่วมแข่งขันในฐานะนักกีฬาเป็นกลางเพียง 32 คน และคว้าได้รวม 5 เหรียญรางวัล ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ โตเกียวเกมส์ 2020 ที่รัสเซียส่งนักกีฬาเข้าร่วมมากกว่า 300 คน และคว้าได้ถึง 71 เหรียญรางวัล
ด้าน มิคาอิล เดกเตียเรฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬาของรัสเซีย แสดงความยินดีกับมติดังกล่าวผ่านแอปพลิเคชัน Telegram โดยระบุว่า
“IOC ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า ขบวนการโอลิมปิกต้องปลอดจากการเมือง”
พร้อมยืนยันว่า รัสเซียมีแผนส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันรอบคัดเลือกเพื่อคว้าสิทธิ์ไปลุยศึก แอลเอ 2028 ทันที
ขณะเดียวกัน การตัดสินใจของ IOC ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย โดย วลาดิสลาฟ เฮราสเควิช นักกีฬาเซเลตอนทีมชาติยูเครน ระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่ “น่าอับอายอย่างยิ่งและเป็นความอยุติธรรมครั้งใหญ่”
ด้าน ลิซ่า แนนดี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของสหราชอาณาจักร แสดงความผิดหวังอย่างรุนแรง พร้อมย้ำจุดยืนว่า รัสเซียไม่ควรมีส่วนร่วมในวงการกีฬาระดับนานาชาติ ตราบใดที่ยังคงมีการรุกรานยูเครน
ทั้งนี้ IOC ชี้แจงเหตุผลทางกฎหมายว่า การสั่งแบนในครั้งแรกเกิดขึ้นจากกรณีที่ คณะกรรมการโอลิมปิกรัสเซีย เข้าไปแทรกแซงองค์กรกีฬาในพื้นที่ขัดแย้งของยูเครน แต่ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นเช่นนั้นแล้ว
มติดังกล่าวยังอาจส่งผลต่อท่าทีของหลายสหพันธ์กีฬานานาชาติในอนาคต รวมถึง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งยังคงแบนทีมชาติรัสเซียจากการแข่งขันระดับนานาชาติมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022
