อันโตเนลลี ยันใช้เบอร์ 12 ลุย ฟอร์มูล่า วัน 2027 เตือนใจถ่อมตัวตามรอย เซนน่า

อันโตเนลลี ยันใช้เบอร์ 12 ลุย ฟอร์มูล่า วัน 2027 เตือนใจถ่อมตัวตามรอย เซนน่า
คิมี่ อันโตเนลลี แชมป์โลก ฟอร์มูล่า วัน 2026 จาก เมอร์เซเดส เมินใช้เบอร์ 1 ยืนยันใช้หมายเลข 12 ลุยต่อศึก เอฟวัน 2027 เพื่อยึดมั่นความถ่อมตัวตามรอยไอดอล ไอร์ตัน เซนน่า

คิมี่ อันโตเนลลี นักขับดาวรุ่งชาวอิตาลีวัย 20 ปีจากทีม เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ยืนยันว่าจะยังคงใช้หมายเลข 12 ในการแข่งขัน ฟอร์มูล่า วัน ฤดูกาล 2027 ต่อไป โดยปฏิเสธที่จะเปลี่ยนไปใช้หมายเลข 1 ซึ่งเป็นสิทธิ์เฉพาะสำหรับแชมป์โลกคนปัจจุบัน แม้เจ้าตัวจะเพิ่งผงาดคว้าแชมป์โลก ฟอร์มูล่า วัน ฤดูกาล 2026 มาครองได้สำเร็จก็ตาม

แชมป์โลกคนล่าสุดเปิดเผยว่า หมายเลข 12 มีความหมายต่อจิตใจของเขาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นหมายเลขเดียวกับที่ ไอร์ตัน เซนนา ตำนานนักแข่งระดับโลกชาวบราซิล ซึ่งเป็นไอดอลในวัยเด็กของเขา เคยใช้คว้าแชมป์โลกสมัยแรกเมื่อปี 1988 อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่คอยเตือนใจให้รักษาความถ่อมตัว และมองว่าความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตัวเองต่อไป

คิมี่ อันโตเนลลี กล่าวว่า “การใช้หมายเลข 12 ต่อไปช่วยให้ผมไม่หลงระเริงกับความสำเร็จ และยังถ่อมตัวอยู่เสมอ ผมรู้สึกว่ามันทำให้ผมมีจุดเริ่มต้นใหม่ เพื่อสร้างผลงานและพัฒนาตัวเองต่อไป”

นอกจากนี้ ยอดนักขับวัย 20 ปี ยังยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อเรื่องโชคลาง เนื่องจากหมายเลข 1 ไม่เคยนำโชคดีมาให้เขาเลย โดยทุกครั้งที่เลือกใช้หมายเลขดังกล่าวมักจะจบลงด้วยผลงานที่ไม่ดีนัก จึงตัดสินใจที่จะใช้หมายเลข 12 ต่อไป ซึ่งการคว้าแชมป์โลกในครั้งนี้ยังทำให้เขาบันทึกสถิติเป็นนักขับคนแรกนับตั้งแต่ ไอร์ตัน เซนนา ทำไว้เมื่อปี 1988 ที่สามารถคว้าแชมป์โลก ฟอร์มูล่า วัน ด้วยรถหมายเลข 12

สำหรับศึก เซา เปาโล กรังด์ปรีซ์ ในสุดสัปดาห์นี้ คิมี่ อันโตเนลลี เตรียมที่จะสวมหมวกกันน็อกลายพิเศษ เพื่อแสดงความรำลึกถึง ไอร์ตัน เซนนา ตำนานผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญบนเส้นทางอาชีพนักแข่งของเขาอีกด้วย

ทั้งนี้ การตัดสินใจของ คิมี่ อันโตเนลลี ไม่ใช่ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แชมป์โลกเลือกปฏิเสธเบอร์ 1 เพราะก่อนหน้านี้ เซอร์ ลูอิส แฮมิลตัน ก็เคยเลือกใช้หมายเลข 44 ลงแข่งขันตลอดช่วงเวลาที่คว้าแชมป์โลกกับ เมอร์เซเดส เอเอ็มจี โดยให้เหตุผลว่าเป็นหมายเลขที่มีความผูกพันกับครอบครัวและใช้มาตั้งแต่เริ่มแข่งโกคาร์ต




ที่มาของภาพ : Reuters
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport