Honda ปรับทัพใหญ่ปี 2026 เบนเข็มรุกตลาดไฮบริดเต็มตัว เตรียมเปิดตัว 15 รุ่นใหม่ พร้อมโชว์ต้นแบบ Hybrid Sedan และ Acura SUV ตั้งเป้าฟันกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจใหม่ปี 2026 ภายใต้การนำของ นายโทชิฮิโระ มิเบะ ประธานกรรมการบริหาร (Global CEO) มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสร้างกำไรจากการดำเนินงานรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์มากกว่า 1.4 ล้านล้านเยน ภายในปีงบประมาณ 2572
Honda ตัดสินใจปรับพอร์ตโฟลิโอเชิงกลยุทธ์ โดยจะจัดสรรทรัพยากรจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มาที่ รถยนต์ไฮบริด เพื่อตอบรับดีมานด์ตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น โดยมีไฮไลต์สำคัญดังนี้:
เปิดตัวไฮบริด 15 รุ่นทั่วโลก: ภายในปีงบประมาณ 2573 โดยเน้นตลาดอเมริกาเหนือเป็นหลัก
เทคโนโลยีใหม่: พัฒนาระบบไฮบริดและแพลตฟอร์มใหม่ที่ลดต้นทุนลงกว่า 30% แต่ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับรุ่นปี 2023
รุ่นต้นแบบ: เผยโฉม Honda Hybrid Sedan Prototype และ Acura Hybrid SUV Prototype เตรียมวางจำหน่ายจริงภายใน 2 ปีข้างหน้า
ระบบ ADAS เจเนอเรชันใหม่: เตรียมติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูงในรถยนต์มากกว่า 15 รุ่น ภายในปี 2028
อเมริกาเหนือ: ปรับโรงงานในโอไฮโอและทุกแห่งในภูมิภาคให้รองรับการผลิตไฮบริด 100% พร้อมโยกสายการผลิตแบตเตอรี่บางส่วนจาก L-H Battery Company (ร่วมทุน LG Energy Solution) มาผลิตแบตเตอรี่ไฮบริดแทน
ญี่ปุ่น: เน้นกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก (Kei car) เตรียมเปิดตัว N-BOX EV ในปี 2028 และใช้ All-new Vezel เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบไฮบริดและ ADAS เจเนอเรชันใหม่
อินเดีย: เตรียมเปิดตัวรถรุ่นเฉพาะตลาดอินเดีย 2 รุ่นในปี 2028 และจัดตั้งบริษัทสินเชื่อใหม่เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เปลี่ยนจากรถจักรยานยนต์มาเป็นรถยนต์
จีน: มุ่งเน้นการลดต้นทุนและใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานจากซัพพลายเออร์ท้องถิ่น รวมถึงเปิดตัวรถพลังงานใหม่ (NEV)
Honda ตั้งเป้าเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตขึ้น 20% ภายใน 5 ปี และใช้แนวคิด Triple Half เพื่อลด ต้นทุน-ระยะเวลา-ภาระงาน ในการพัฒนาลงครึ่งหนึ่ง (50%) เมื่อเทียบกับปี 2025 โดยนำเทคโนโลยี AI และการจำลองสภาพแวดล้อมดิจิทัลมาใช้ ซึ่งจะช่วยให้การทำ Minor Change เร็วขึ้นเท่าตัวเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณนี้
ในระยะ 3 ปีข้างหน้า Honda วางงบลงทุนรวม 6.2 ล้านล้านเยน แบ่งเป็น:
กลุ่มรถยนต์สันดาปและไฮบริด: 4.4 ล้านล้านเยน
เทคโนโลยีซอฟต์แวร์: 1.0 ล้านล้านเยน
การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ EV: 0.8 ล้านล้านเยน
ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าจะสามารถจัดการผลขาดทุนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ EV ได้ทั้งหมดภายในปีงบประมาณ 2572 และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050 โดยยังคงวิจัยแบตเตอรี่ All-Solid-State และระบบปฏิบัติการ ASIMO OS อย่างต่อเนื่องเพื่อความพร้อมในอนาคต

