"ไม้คิว เกียรติศักดิ์" พร้อมลุย รุกกี้ คัพ 2026 ตั้งเป้าล่าโพเดียมสนามแรกที่เฆเรซ

"ไม้คิว เกียรติศักดิ์" พร้อมลุย รุกกี้ คัพ 2026 ตั้งเป้าล่าโพเดียมสนามแรกที่เฆเรซ
ไทยฮอนด้า ส่งตัวแทนหนึ่งเดียวของไทย "ไม้คิว" เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ ลุยศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกี้ คัพ 2026 ต่อเนื่องปีที่ 2 ประเดิมสนามแรกที่สเปน 24-26 เมษายนนี้

“ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยังคงเดินหน้าวางรากฐานและผลักดันนักแข่งเยาวชนไทยสู่เวทีระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด “ไทยฮอนด้า” ยืนยันให้การสนับสนุน “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ ยอดนักบิดดาวรุ่งหมายเลข 85 ลงแข่งขันในรายการ เอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ และ เรดบูล โมโตจีพี รุกกี้ คัพ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันในฤดูกาล 2026

สำหรับการแข่งขันสนามแรกของรายการ เรดบูล โมโตจีพี รุกกี้ คัพ จะจัดขึ้น ณ เซอร์กิโต เด เฆเรซ – อังเคล นีเอโต ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายนนี้ โดยรายการดังกล่าวถือเป็นเวทีพิสูจน์ทักษะที่เข้มข้น เนื่องจากนักแข่งทุกคนต้องใช้รถในสเปคเดียวกันทั้งหมด

ย้อนกลับไปในฤดูกาลที่ผ่านมา “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจากการลงแข่ง 7 สนาม (14 เรซ) เก็บได้ 58 คะแนน จบอันดับที่ 15 ของโลกจากนักแข่งทั้งหมด 26 คน โดยในปีนี้เจ้าตัวได้เข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศสเปนนานกว่า 2 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านสภาพร่างกายและเทคนิคการขับขี่

“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เปิดเผยความพร้อมว่า “ผมฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องตามโปรแกรมของ ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ทั้งเรื่องโภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก และการสร้างกล้ามเนื้อตั้งแต่ตอนอยู่ประเทศไทย ส่วนตอนนี้เป็นการเก็บตัวช่วงโค้งสุดท้ายที่สเปน ฤดูกาลนี้ผมตั้งใจจะยกระดับผลงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม และหากมีจังหวะที่เหมาะสม ผมจะพยายามคว้าโพเดียมมาฝากแฟนความเร็วชาวไทยให้ได้ครับ”

ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขัน เรดบูล โมโตจีพี รุกกี้ คัพ 2026 มีคิวลงดวลความเร็วรวมทั้งสิ้น 7 สนาม ใน 6 ประเทศ ดังนี้:

  • สนาม 1: เฆเรซ ประเทศสเปน (24-26 เมษายน)

  • สนาม 2: เลอ ม็องส์ ประเทศฝรั่งเศส (8-10 พฤษภาคม)

  • สนาม 3: มูเจลโล ประเทศอิตาลี (29-31 พฤษภาคม)

  • สนาม 4: อัสเซน ประเทศเนเธอร์แลนด์ (26-28 มิถุนายน)

  • สนาม 5: ซัคเซนริง ประเทศเยอรมนี (10-12 กรกฎาคม)

  • สนาม 6: มิซาโน ประเทศอิตาลี (11-13 กันยายน)

  • สนาม 7: เรดบูลริง ประเทศออสเตรีย (18-20 กันยายน)





ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport