ตัดเกรด 16 ทีม ไทยลีก 2023-24!!

ไทยลีก 2023-24 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ ว่าแล้ว 'SIAMSPORT' จึงขันอาสามาทำหน้าที่ 'ตัดเกรด' แต่ละสโมสรในฤดูกาลล่าสุด ไปดูกันว่าทีมใดควรจะได้เกรดใดบ้าง โดยเรียงลำดับตั้งแต่ A ไปจนถึง F!!

[ 1 ] บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

'เต็ง 1' และเจ้าของตำแหน่งแชมป์ 2 ฤดูกาลซ้อน นำเข้าแข้งต่างชาติได้อย่างน่าดูชม ไม่ว่าจะเป็น รามิล เชย์ดาเยฟ และ นิโคเลา ดิมิตรู แต่ออกสตาร์ตได้ไม่ดีนัก เพราะตอนต้นซีซั่นค่อนข้างฝืด โดยเฉพาะช่วงที่เสมอรวด 5 เกม ติดต่อกัน 

อย่างไรก็ตาม ด้วยความเจนจัด บุรีรัมย์ ยังเกาะกลุ่มหัวตารางได้แบบเหนียวแน่น ก่อนจะไปดึง กีเญร์เม่ บิสโซลี่ เข้ามาเพิ่มเติมความเฉียบขาดในแดนหน้า ซึ่งก็เห็นผลทันที เพราะพี่แกซัดไปถึง 16 ประตู จาก 15 เกม ที่ลงสนาม

ท้ายที่สุดการจบด้วยตำแหน่งแชมป์อีกครั้งของปราสาทสายฟ้าก็ยังถือเป็นมาตรฐานเดิมที่พวกเขาตั้งเป้าไว้ในทุกๆ ฤดูกาล 

ตัดเกรด : A (ทำได้ตามเป้าหมาย)

[ 2 ] แบงค็อก ยูไนเต็ด

เป็นซีซั่นที่ แบงค็อก แทบไม่ได้ขยับตัวในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ เพราะโควตาต่างชาติมีเพียง บาสเซล จราดี้ และ อามาดู ซูคูน่า เข้ามาใหม่เพียงสองราย ส่วนในเลกที่สองก็เพิ่มเติม วีระเทพ ป้อมพันธุ์ จาก เมืองทอง เท่านั้นที่เป็นดีลใหญ่

เป้าหมายของพวกเขาคือตำแหน่งแชมป์ที่รอคอยมาแสนนาน หลังจากรับบทพระรองมาแล้ว 3 ซีซั่น 

บียูเปิดฉากได้อย่างเร้าใจกับการเป็นจ่าฝูงถึง 4 จาก 5 สัปดาห์แรกของ ไทยลีก และก็มีช่วงรั้งตำแหน่งอยู่นานพอสมควร ด้วยฟอร์มที่ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลทั่วทั้งประเทศต่างชี้ว่าถึงเวลาแล้วที่ แบงค็อก จะสมหวัง เพราะเกมที่เล่นไม่ได้ ยังมีแต้ม บางนัดถึงกับชนะเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนจากความพ่ายแพ้ต่อ บุรีรัมย์ ในเกมตกค้าง เพราะนับแต่นั้นเป็นต้นมา พวกเขาสะดุดทีละนิด จนถูกปราสาทสายฟ้าแซงนำในแมตช์เดย์ที่ 18 และก็จบด้วยการเป็นรองแชมป์ 2 ฤดูกาลติดต่อกัน

ตัดเกรด : B (เกือบไปถึงแชมป์ แต่พลาดช่วงโค้งสุดท้าย)

[ 3 ] การท่าเรือ เอฟซี

สิงห์เจ้าท่าตั้งเป้าถึงการเป็นแชมป์ลีกแน่นอน พวกเขาเสริมทัพอย่างหนักหน่วงกับการคว้านักเตะมากมายเข้ามาเติมความแข็งแกร่ง ซึ่งก็เริ่มต้นซีซั่นได้น่าดูชม โดยเฉพาะการถล่ม ขอนแก่น และ อุทัยธานี ที่ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นไปรั้งจ่าฝูงนาน 4 สัปดาห์

ทว่ารอยต่อระหว่างปลายเดือนตุลาคมถึงต้นธันวาคม 2023 - การท่าเรือ ไม่ชนะใครเลย โดยแพ้ไปถึง 3 จาก 4 เกม ทำให้พวกเขาค่อยๆ ถูกทำแต้มทิ้งห่าง แม้จะมีเกมที่น่าจดจำกับการเปิด แพท สตเดี้ยม ถล่ม บุรีรัมย์ 4-1 ก็ตาม

ผลเสมอ 3 นัดรวดในช่วงมีนาคม 2024 ทำให้คะแนนของสิงห์เจ้าท่าตามหลัง บุรีรัมย์ และ แบงค็อก ไปไกลกว่าเดิม ก่อนจะค่อยๆ หมดลุ้นแชมป์ไปทีละนิด กระทั่งจบอันดับ 3 ของตารางในบั้นปลาย

ตัดเกรด : C (เทียบกับเม็ดเงินที่ทุ่มลงไป ถือเป็นผลงานที่น่าผิดหวัง)

[ 4 ] บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

บีจี ปทุม มาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะกลับมาเป็นแชมป์อีกครั้ง พวกเขาจัด 'บิ๊กดีล' ด้วยการดึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ กลับมาค้าแข้งในเมืองไทย อีกครั้ง อีกทั้งยังได้ อิกอร์ เซอร์เกเยฟ ศูนย์หน้าตัวหลักทีมชาติอุซเบกิสถาน มาอีก เท่านั้นไม่พอ เลกที่สองก็ยังมี กฤษดา กาแมน เข้ามาอีกราย

จากขุมกำลังที่มี ถ้วย 'แชมป์' เท่านั้นคือสิ่งที่จะตอบสนองการลงทุนมหาศาลที่จ่ายออกไป

ทว่าผลงานในสนามที่ออกมานั้นค่อนข้างสวนทางจากงบประมาณแบบคนละเรื่อง กระต่ายแก้วไม่เคยขึ้นไปถึงตำแหน่งจ่าฝูงเลยสักครั้ง แถมยังแพ้ไปถึง 6 เกม โดยเฉพาะนัดที่ถูก นครปฐม บุกมาเก็บ 3 คะแนน ถึงถิ่น คือห้วงเวลาที่ไม่โสภาเอาเสียเลย

ตัดเกรด : D (ด้วยคุณภาพผู้เล่น พวกเขาควรจะทำผลงานได้ดีกว่าอันดับ 4)

[ 5 ] เมืองทอง ยูไนเต็ด

อดีตแชมป์ ไทยลีก 4 สมัย ไร้ถ้วยรางวัลมาแล้ว 7 ปี ซึ่งถือว่านานมากๆ สำหรับสโมสรที่ถูกจัดอยู่ในหมวด 'บิ๊กทีม' ของประเทศ - นโยบายของ เมืองทอง ปรับเปลี่ยนไปตามวัฏจักรของฟุตบอล แต่กระนั้นปรัชญาของกิเลนผยองก็ไม่ได้เปลี่ยนไป

ยอดทีมแห่งย่านแจ้งวัฒนะยังเล่นด้วยความตื่นตาตื่นใจเช่นเคย แต่ด้วยผลงานในช่วงต้นของซีซั่นทำให้ต้องแยกทางจาก มาริโอ ยูรอฟสกี้ แล้วหันมาใช้บริการโค้ชคู่ มิลอส ย็อคซิช กับ อุทัย บุญเหมาะ ที่สานต่อแนวทางได้อย่างน่าชื่นชม

เลกแรก เมืองทอง อยู่ครึ่งล่างของตารางคะแนน แถมยังปล่อย วีระเทพ ป้อมพันธ์ ออกไป หลายๆ คนคิดว่ากิเลนผยองคงจะย่ำแย่แน่ๆ แต่พอแก้ปัญหาแนวรับด้วยการเอา สถาพร แดงสี เข้ามา บวกกับคัมแบ็กสู่ฟลอร์หญ้าของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ธนวัฒน์ ซึ้งจิตถาวร ทำให้ผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ จนมาจบอันดับ 5 อย่างเหลือเชื่อ

ตัดเกรด : B (เทียบกับตัวผู้เล่นโดยรวม ถือว่าทำได้ดีทีเดียว)

[ 6 ] ราชบุรี เอฟซี

ราชันมังกรคือหนึ่งในทีมที่คู่ต่อสู้ต่างหวาดหวั่น พวกเขาสถาปนาตนเองขึ้นมาอยู่ในกลุ่มหัวตารางอย่างเต็มตัวกับมาตรฐานในช่วงหลายซีซั่นหลังสุดที่ต่อกรบรรดาสโมสรใหญ่ได้แบบไม่เป็นรอง

การจบอันดับ 6 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีทีเดียว แต่ที่น่าแปลกใจคือการแพ้ไปถึง 13 เกม ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าจะเกิดขึ้นกับ ราชบุรี ยุคที่มีเกมรับอันเหนียวแน่น และถ้าไม่ปราชัยเยอะขนาดนี้ บางทีอาจจะอยู่สูงกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้

อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วก็ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจเหมือนกัน

ตัดเกรด : C (ไม่เลวร้ายนักกับการจบอันดับ 6)

[ 7 ] อุทัยธานี เอฟซี

น้องใหม่รายล่าสุดที่เลื่อนชั้นมาด้วยการเพลย์-ออฟ และเสริมทัพได้ตรงจุด เพราะนำเข้านักเตะที่มีประสบการณ์ในลีกสูงสุดหลายราย ไม่ว่าจะเป็น วัฒนา พลายนุ่ม, สุมัญญา ปุริสาย, ขวัญชัย สุขล้อม และรวมไปถึงดาวรุ่งอย่าง อิรฟาน ดอเลาะ ซึ่งผู้เล่นกลุ่มนี้นี่แหละคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ อุทัยธานี สามารถอยู่รอดปลอดภัยเมื่อจบฤดูกาล

ช้างป่าห้วยขาแข้งเปิดฉากด้วยความพ่ายแพ้ 4 เกมรวด แถมยังมีช่วงที่ไม่ชนะใครเลยถึง 9 นัด แต่สุดท้ายก็ประคองตัวได้ แถมยังเก่งกล้าจบอันดับ 7 ของตารางอีกต่างหาก มันจึงถือเป็นปีที่น่าพอใจมากๆ ของพวกเขาจริงๆ

ตัดเกรด : B (เพิ่งเลื่อนชั้น แต่จบอันดับ 7 ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมสำหรับน้องใหม่)

[ 8 ] ขอนแก่น ยูไนเต็ด

จงอางผยองกับซีซั่นที่ 3 บนลีกสูงสุด พวกเขายังต้องดิ้นรนอยู่เช่นเคย แม้จะได้แข้งฝีเท้าดีและเก๋าเกมอย่าง ฉัตรชัย เจียกกลาง, ทินกร อสุรินทร์ และ สตีว็อง ล็องกิล เข้ามาเสริมทัพ 

อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของ ขอนแก่น อยู่ที่เกมในบ้าน พวกเขาเก็บแต้มจากท็อปโฟร์ทั้ง บุรีรัมย์, แบงค็อก, การท่าเรือ และ บีจี ปทุม ได้ทั้งหมด โดยแพ้เพียง เมืองทอง นัดเดียว จาก 15 เกม ที่เล่นในรังตนเอง ด้วยเหตุนี้เอง อันดับ 8 ซึ่งเป็นตัวเลขกึ่งกลางตารางจึงถือว่าน่าพอใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ตัดเกรด : B (ด้วยขุมกำลังที่มี การจบเลขตัวเดียวนั้นเป็นผลงานที่ดีไม่เบา)

[ 9 ] ลำพูน วอร์ริเออร์

ฤดูกาลที่สองของ ลำพูน หนึ่งในสโมสรที่มีเสน่ห์ของสยามประเทศ แน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาย่อมต้องการรักษามาตรฐานของตัวเองให้อยู่รอดปลอดภัยเป็นลำดับแรก เพราะซีซั่น 2022-23 ต้องลุ้นเหนื่อยถึงช่วงโค้งสุดท้าย

การที่มี อเล็กซานเดร กามา เป็นกุนซือ ทำให้ราชันโคขาวเป็นทีมที่เคี้ยวยาก แม้จะมีช่วงที่อยู่โซนสีแดงนานติดต่อกัน 11 สัปดาห์ แต่เฮดโค้ชชาวบราซิล ก็ปรับจูนนักเตะ จนมาจบอันดับ 9 ของตาราง ซึ่งต่ำกว่าปีก่อนแค่ตำแหน่งเดียวเท่านั้น

ตัดเกรด : B (ยังอยู่ในมาตรฐานเดิมและมีแววว่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในซีซั่นต่อๆ ไป)

[ 10 ] ประจวบ เอฟซี

การเสริมทัพของ ประจวบ นั้นน่าดูชมมากๆ เพราะได้ทั้ง แอร์ตอน, แดร์เลย์, นพพล พลคำ, จักรกฤษ ลาภตระกูล ในเลกแรก ส่วนเลกที่สองก็นำ เชือง อู-กึน, ฉัตรชัย บุตรพรม, ฉัตรมงคล ทองคีรี และ ชาติชาย แสงดาว เข้ามาอีก นี่คือขุมกำลังที่สามารถต่อกรกับทีมอื่นๆ ได้สบายๆ

แต่เล่นไป-เล่นมา กลายเป็นว่าต่อพิฆาตมีผลงานไม่เป็นไปตามคาด แถมยังจมบ๊วยติดต่อกันนานถึง 12 สัปดาห์ กระทั่งการมาของ สะสม พบประเสริฐ จึงค่อยๆ กระเตื้องขึ้น จนรอดตกชั้นในที่สุด

ตัดเกรด : C (เทียบกับตัวผู้เล่นที่มี น่าจะทำได้ดีกว่านี้ โดยเฉพาะเกมเยือนที่ฤดูกาล 2023-24 ไม่ชนะใครเลยสักเกม)

[ 11 ] เชียงราย ยูไนเต็ด

ฤดูกาล 2023-24 คือซีซั่นที่ เชียงราย ทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่เลื่อนชั้นสู่ ไทยลีก เมื่อปี 2011 ซึ่งด้วยงบประมาณที่ไม่มากมายเหมือนเก่าก่อน ทำให้พวกเขาต้องประคองตัวเองให้ไม่ดิ่งลงไปกว่าที่เป็นอยู่

เกมในบ้านที่เคยเป็นจุดแข็ง ไม่สามารถยืนระยะได้เหมือนเดิม กับความพ่ายแพ้คารังถึง 5 นัด เท่านั้นไม่พอ เลกที่สองกว่างโซ้งมหาภัยชนะแค่ 3 แมตช์เท่านั้น ทั้งยังมีช่วงที่ปราชัย 6 เกมรวดอีกต่างหาก และหากเป็นเช่นนี้ต่อไปในฤดูกาลหน้าพวกเขาอาจจะต้องต่อสู้อย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม

ตัดเกรด : D (ถือว่าน่าผิดหวัง และน่าสนใจว่าฤดูกาลหน้าจะเป็นเช่นไรต่อไป)

[ 12 ] นครปฐม ยูไนเต็ด

แชมป์ ไทยลีก 2 ซีซั่น 2022-23 คือตัวเต็งที่จะกลับบ้านเก่า เนื่องจากนักเตะส่วนใหญ่ไร้ประสบการณ์ในลีกสูงสุด แต่ด้วยความที่สู้ด้วยหัวใจ ในที่สุดพวกเขาก็อยู่รอดปลอดภัยในบั้นปลาย

เสือป่าราชาสามารถแบ่งแต้มจากทีมใหญ่อย่าง แบงค็อก กับ เมืองทอง และบุกไปชนะ บีจี ปทุม จนทำให้ความฮึกเหิมเพิ่มเติม แถมเวลาเผชิญหน้าสโมสรในระดับใกล้เคียงกันก็ไม่เพลี่ยงพล้ำง่ายๆ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ได้ไปต่อในฤดูกาล 2024-25

ตัดเกรด : B (เซอร์ไพรส์พอสมควรด้วยฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจ)

[ 13 ] สุโขทัย เอฟซี

หากไม่นับ 3 สโมสรที่หล่นชั้น - สุโขทัย คือทีมที่เก็บแต้มจากเกมเยือนได้น้อยที่สุดเป็นลำดับ 2 ของลีก (9 คะแนน) และนั่นเองที่ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนไปจนถึงช่วงท้ายของฤดูกาล 

อย่างไรก็ตาม การอยู่รอดปลอดภัยใน ไทยลีก นั้นถือเป็นเป้าหมายแรกของทัพค้างคาวไฟอยู่แล้ว แต่ปีนี้ไม่ต้องลุ้นมากเหมือนเก่าก่อน เพราะตุนคะแนนไว้พอสมควรตอนกลางซีซั่น

ตัดเกรด : C (ถ้าเกมนัดเยือนทำได้ดีกว่านี้ บางที สุโขทัย อาจจะมีอันดับที่สูงกว่าที่เป็นอยู่)

[ 14 ] ชลบุรี เอฟซี

บิ๊กเซอร์ไพรส์ของซีซั่น 2023-24 กับการตกชั้นของ ชลบุรี อดีตแชมป์ ไทยลีก 2007 อีกทั้งยังเป็นสโมสรที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'ต้นแบบ' ของฟุตบอลอาชีพ

วี่แววของพวกเขาเริ่มเห็นรางๆ ตั้งแต่ฤดูกาล 2020-21 ที่อาจจะเข้าชิงถ้วย เอฟเอ คัพ แต่ผลงานในลีกนั้นลุ่มๆ ดอนๆ 

แม้ว่าผู้เล่นเยาวชนของฉลามชลจะเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แต่การที่แข้งต่างชาติไม่สามารถยกระดับทีมได้ ทำให้ช่วงปลายปี 2023 ภาพความจริงปรากฏแบบชัดแจ้ง ความพ่ายแพ้ 5 เกมรวด แถมเลกที่สองยังปล่อย กฤษดา กาแมน ออกจากทีม นั้นส่งผลกระทบโดยตรง เนื่องจากเปิดปี 2024 เป็นต้นมา ฉลามชลเก็บชัยชนะได้แค่ 4 นัดเท่านั้น

ผลพวงจากผลงานอันย่ำแย่ ชลบุรี มีอันต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ใน ไทยลีก 2 ซึ่งเป็นหนแรกในรอบ 18 ปี เลยทีเดียว

ตัดเกรด : F (เป็นปีที่น่าผิดหวังอย่างแรง แต่เชื่อว่าถ้าปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลายๆ อย่าง พวกเขาจะกลับมาได้อย่างแน่นอน)

[ 15 ] โปลิศ เทโร เอฟซี

งบประมาณการทำทีมของ โปลิศ เทโร รั้งอยู่ท้ายๆ ของลีก แต่การมี รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค เป็นกุนซือ ทำให้พวกเขาประคับประคองตัวเองอยู่รอดปลอดภัยได้แบบที่ทุกคนต้องซูฮกในมันสมองของเฮดโค้ชคนนี้

แต่พลันที่เทรนเนอร์วัย 45 ปี แยกทาง ผลที่ตามมานั้นกระจ่างชัดในทันที เพราะมังกรโล่เงินแพ้ไปถึง 12 จาก 20 เกมในลีก และนั่นก็เป็นปัจจัยสำคัญของการหล่นสู่ ไทยลีก 2 นั่นเอง

ตัดเกรด: (D ด้วยองค์ประกอบรอบด้าน การกลับไปเริ่มต้นใหม่จึงไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายสำหรับ โปลิศ เทโร)

[ 16 ] ตราด เอฟซี

ตราด คือสโมสรที่ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่าง ไทยลีก และ ไทยลีก 2 มาตั้งแต่ปี 2017 และซีซั่น 2023-24 ก็เช่นกันที่ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งจะหล่นชั้น ซึ่งภาพก็มาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ กับการติดแหง็กอยู่ในโซนสีแดงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 15 เพราะหลังจากนั้นมาพวกเขาก็ไม่สามารถโผล่พ้นอันดับ 14 ได้อีกเลย

ตัดเกรด: (D พวกเขาดีเกินไปสำหรับ ไทยลีก 2 แต่ก็ยังไม่ดีพอสำหรับ ไทยลีก) 


ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport