11 ข้อ! บทสรุป "ที่สุด" ไทยลีก 2023-24

ไทยลีก 2023-24 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ และนี่คือ 11 'บทสรุป' ในแง่มุมต่างๆ ของการแข่งขันตลอดระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา ส่วนจะมีอะไรหรือสิ่งใดที่น่าสนใจบ้างนั้น เชิญคุณผู้อ่านเลื่อนสายตาลงไปได้เลย!!

[ 1 ] แชมเปี้ยน (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจจะเริ่มต้นซีซั่นได้ไม่ดีนัก กับการที่เสมอรวด 5 เกม ในช่วงแมตช์เดย์ที่ 6 ของฤดูกาล จนมีแต้มตามหลัง แบงค็อก ยูไนเต็ด อยู่พอสมควร

ทว่าพอผ่านเลกแรก ปราสาทสายฟ้าโชว์ฟอร์มดุดันมากๆ ด้วยการเก็บชัยชนะได้ถึง 12 จาก 15 นัด มันจึงทำให้พวกเขาพลิกแซงบียูที่ผลงานดร็อปลงไป กระทั่งปาดหน้าคว้าแชมป์ ไทยลีก สมัยที่ 9 ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

[ 2 ] ยิงประตูมากที่สุด (การท่าเรือ เอฟซี)

แม้จะจบอันดับ 3 ของตารางการแข่งขัน ทว่า การท่าเรือ เอฟซี กลายเป็นทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุดของลีกด้วยจำนวน 72 ประตู (เฉลี่ยเกมละ 2.4 ลูก) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรที่เป็นแชมป์อีกต่างหาก

โดยสิงห์เจ้าท่ามีเกมที่ถล่มคู่แข่งอยู่หลายนัด ไล่ตั้งแต่ชนะ ขอนแก่น ยูไนเต็ด 6-1, ชนะ อุทัยธานี เอฟซี 5-1, ชนะ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 4-1, ชนะ โปลิศ เทโร เอฟซี 4-0 และปิดท้ายซีซั่นด้วยการยำใหญ่ใส่ นครปฐม ยูไนเต็ด 6-0

ยอดทีมแห่งย่านคลองเตยมีนักเตะถึง 3 คนที่ทำเกิน 10 ประตู ได้แก่ แฮมิลตอน (10 ประตู), บาร์รอส ทาร์เดลี่ (12 ประตู) และ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย (15 ประตู)

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ การท่าเรือ กลายเป็นทีมที่ยิงประตูมากที่สุดของ ไทยลีก 2023-24

[ 3 ] เสียประตูน้อยที่สุด (แบงค็อก ยูไนเต็ด)

โดยปกติแล้ว ทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดมักจะเป็นแชมป์ลีก ซึ่งน่าเสียดายที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นเจ้าของสถิตินี้ ทว่าจบด้วยเพียงอันดับสองของฤดูกาล 2023-24

จากจำนวน 30 เกม ปรากฏว่าบียูได้ไปถึง 14 คลีนชีต ซึ่งเกือบจะถึงครึ่งหนึ่งของการแข่งขันตลอดทั้งซีซั่น แต่ด้วยความที่เลกที่สองหนักไปทางผลเสมอ มันจึงลงเอยด้วยการจบที่การเป็นพระรองของ ไทยลีก นั่นเอง

[ 4 ] เสมอมากที่สุด (ขอนแก่น ยูไนเต็ด)

ขอนแก่น ยูไนเต็ด คือทีมที่เสมอกับคู่แข่งมากที่สุดในฤดูกาล 2023-24 ด้วยจำนวน 11 เกม แม้มันจะเป็นตัวเลขที่ดูแล้วไม่ค่อยน่าพอใจนัก แต่สำหรับจงอางผยอง พวกเขาน่าจะรับได้กับการแบ่งแต้มจากทีมหัวตารางอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, การท่าเรือ เอฟซี และ แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งหมดคือการเล่นในบ้านของตนเอง

[ 5 ] นักเตะยิงประตูมากที่สุด - (ศุภชัย ใจเด็ด, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ศุภชัย ใจเด็ด ร้อนแรงแซง วิลเลน โมต้า ก่อนจะรับรางวัล 'ดาวซัลโว' ไทยลีก เป็นซีซั่นที่สองติดต่อกัน กับการกดไป 21 ประตู โดยมีจุดโทษเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งเกิดขึ้นในเกมสุดท้ายของฤดูกาลที่เพื่อนๆ ต่างก็พยายาม 'ปั้น' หัวหอกชาวปัตตานี กันแบบสุดฤทธิ์สุดเดช

จากจำนวน 30 นัด ศูนย์หน้าวัย 25 ปี มีส่วนร่วมกับทีมถึง 29 แมตช์ ทว่าในเลกแรกเครื่องยังไม่ร้อน เพราะซัดไปเพียง 8 ประตู แต่ก็ค่อยๆ คืนฟอร์มทีละนิด กระทั่งมาตะบันแหลกในช่วงครึ่งหลังของซีซั่น ทั้งยังทำได้ 8 แอสซิสต์อีกต่างหาก

เรียกได้ว่ามีประโยชน์ต่อทีมแบบรอบด้านจริงๆ 

[ 6 ] แอสซิสต์มากที่สุด (ธีราทร บุญมาทัน, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

ฟอร์มเลกแรกของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ค่อนข้างฝืด ซึ่งมันก็มีส่วนเกี่ยวเนื่องมาจากการที่ ธีราทร ยังช่วยทีมได้ไม่มากนัก เพราะสถิติแอสซิสต์ของเขาใน 15 เกม นั้นทำไปเพียง 3 ครั้งเท่านั้น

แต่พอถึงเลกที่สองที่ปราสาทสายฟ้าแรงร้อน ปรากฏว่าอดีตแชมป์ เจลีก 2019 ทำเพิ่มไปอีก 9 แอสซิสต์ และแน่นอนว่าฟอร์มแบบนี้นั้นย่อมส่งถึงผลงานของทัพเซราะกราวที่ดีวันดีคืนจนยึดบัลลังก์ ไทยลีก ได้เป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน

[ 7 ] ดีลคุ้มค่าที่สุด

จริงๆ แล้วการโยกย้ายย่อมมีทั้งดีและไม่ดี ซึ่งถ้าอยู่ในฝั่งดีก็จะส่งผลถึงผลงานของสโมสรทันที โดยซีซั่น 2023-24 ก็มีดีลเจ๋งๆ หลายราย ไม่ว่าจะเป็น กีเญร์เม่ บิสโซลี่ ที่ย้ายมาระถล่มตาข่ายกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, โจนาธาร เข็มดี กับฟอร์มที่เฉิดฉาย ณ ดราก้อน โซลาร์ พาร์ค

เลสลี่ย์ อะโบลร์ห กองกลางผู้เป็นทุกสิ่งอย่างให้ นครปฐม ยูไนเต็ด, จอห์น บาจโจ้ คัมแบ็กสู่ สุโขทัย เอฟซี ซึ่งก็ยังคงเป็น 'เดอะแบก' ของทีมเช่นเคย และคนอื่นๆ อีกมากมาย

ทว่าทั้งหมดทั้งมวล ต้องยกให้ดีลของ สถาพร แดงสี ที่ดูฉูดฉาดกว่าใคร แม้ว่า เมืองทอง ยูไนเต็ด จะจบอันดับ 5 ของตาราง แต่เมื่อเทียบผลงานระหว่างเลกแรกกับเลกที่สอง มันเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างแบบคนละฟากฝั่ง

แบ็กซ้ายวัย 36 ปี ยังรักษาร่างกายได้ดีมากๆ ทั้งๆ ที่ก่อนจะย้ายสู่ ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม เขาไม่ได้เล่นเลยกว่า 6 เดือน แต่พอกลับสู่ฟลอร์หญ้า พี่แกก็เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้แนวรับกิเลนผยองแข็งแกร่งอีกครั้ง

[ 8 ] สนามที่มีผู้ชมมากที่สุด

ช้าง อารีน่า รังเหย้าของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังครองอันดับหนึ่งของการมีผู้ชมเข้าสนามมากที่สุด เพราะตลอดทั้ง 15 เกม มีแฟนๆ ซื้อบัตรผ่านประตูมากถึง 310,064 คน (เฉลี่ยเกมละ 20,671 คน) 

ส่วนเกมที่มีผู้ชมมากที่สุดที่ ช้าง อารีน่า คือเกมที่ปราสาทสายฟ้าเปิดสนามถล่ม ขอนแก่น ยูไนเต็ด 8-2 ฉลองแชมป์ต่อหน้าสาวกเซราะกราวที่มาให้กำลังใจกันล้นหลามมากถึง 32,222 คน เลยทีเดียว

ขณะที่จำนวนผู้ชมรวมทั้งหมด 240 เกมนั้นอยู่ที่ 1,127,630 คน หรือเฉลี่ยเกมละ 4,698 คน

[ 9 ] โควตาเอเชีย

ด้วยความที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ได้เปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันฟุตบอลสโมสรในทวีป ทำให้โควตาของ ไทยลีก เองก็ต้องสอดคล้องตามเช่นกัน

โดยรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีลิต (AFC Champions League Elite) 2024-25 เป็น บุรีรัมย์ (แชมป์ ไทยลีก) ที่ได้เข้ารอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ ส่วน แบงค็อก ยูไนเต็ด (รองแชมป์ ไทยลีก) จะต้องเล่นรอบเพลย์-ออฟก่อน

ส่วนรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เทียร์ 2 (AFC Champions League Tier 2) การท่าเรือ เอฟซี คือตัวแทนจากสยามประเทศที่จะเข้าแข่งขัน เนื่องจากถ้วย เอฟเอ คัพ นั้นมีเพียง แบงค็อก ที่ผ่าน คลับ ไลเซนซิ่ง และการที่บียูจบอันดับ 2 ของลีก มันจึงส่งผลไปถึงสิงห์เจ้าท่าที่คว้าอันดับ 3 

[ 10 ] ทีมตกชั้น

ชลบุรี เอฟซี, โปลิศ เทโร เอฟซี และ ตราด เอฟซี กลายเป็นน้องใหม่ของ ไทยลีก 2 โดยเฉพาะฉลามชลที่หล่นสู่ลีกรองเป็นหนแรกในรอบ 18 ปี 

ส่วนสโมสรที่เลื่อนสู่ ไทยลีก ได้แก่ นครราชสีมา เอฟซี, หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่เพิ่งตกชั้นไปเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ก่อนจะคัมแบ็กได้ในทันที โดยมี ระยอง เอฟซี เป็นอีกหนึ่งทีมที่ได้กลับมาลีกสูงสุดอีกครั้ง

[ 11 ] จำนวนประตูรวม

ทยลีก 2023-24 มีจำนวน 16 สโมสร ดังนั้นการแข่งขันจึงมีทั้งหมด 240 เกม ตลอดระยะเวลา 9 เดือน (เบรกให้ทีมชาติช่วง เอเชียน คัพ มกราคม)

จากจำนวนแมตช์ทั้งหมด มีการทำประตูไปทั้งสิ้น 736 ประตู (เฉลี่ยเกมละ 3.07 ประตู) ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าฤดูกาลที่ผ่านมาพอสมควรเลยทีเดียว (2022-23 ยิงไป 637 ประตู)



ที่มาของภาพ : -
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport