คคนะ คำยก มิดฟิลด์ เมืองทอง ยูไนเต็ด มั่นใจสายเลือดใหม่ ทีมชาติไทย พร้อมรบศึก อาเซียน แชมเปียนส์ชิพ ฮุนได คัพ 2026 ย้ำชัดเป้าหมายเดียวคือการคว้าแชมป์มาครองให้ได้
คคนะ คำยก กองกลางดาวรุ่ง ทีมชาติไทย จากสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมาแสดงความมั่นใจในศักยภาพของทัพ "ช้างศึก" ชุดสายเลือดใหม่ พร้อมระบุว่าเป้าหมายสูงสุดในทัวร์นาเมนต์นี้คือการคว้าแชมป์เท่านั้น หลังจากลงฝึกซ้อมร่วมกับทีมเป็นวันที่ 4 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึก อาเซียน แชมเปียนส์ชิพ ฮุนได คัพ 2026 (ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน) ซึ่งมีกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม - 26 สิงหาคม 2569
ดาวเตะวัย 22 ปี เปิดเผยถึงความพร้อมหลังเสร็จสิ้นการฝึกซ้อมว่า ขณะนี้สภาพทีมมีความลงตัวและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยหัวหน้าผู้ฝึกสอนได้ทยอยยกระดับโปรแกรมการซ้อม เพื่อให้ทีมอยู่ในสภาพที่พร้อมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อถึงวันแข่งขัน แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีอุปสรรคเรื่องฝันตกหนักระหว่างซ้อม แต่ก็ถือเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์สภาพอากาศที่คาดเดาไม่ได้ในการแข่งขันจริง
นอกจากนี้ กองกลางทัพช้างศึกยังกล่าวถึงการร่วมงานกับ แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือใหญ่ว่า การทำงานในแคมป์ที่ผ่านมาอาจเป็นการทดลองตัวผู้เล่นในการแข่งขันแมตช์อุ่นเครื่อง แต่ครั้งนี้เป็นทัวร์นาเมนต์อย่างเป็นทางการที่มีความจริงจังและเข้มข้นมากกว่าเดิม ส่วนเป้าหมายส่วนตัวหวังว่าจะได้รับโอกาสลงสนามเพื่อช่วยรุ่นพี่ในทีม และพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ให้ได้
ขณะเดียวกัน คคนะ คำยก ยังมองว่าการที่ผู้เล่นชุดนี้หลายคนเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี (U23) ถือเป็นข้อดีในการปรับตัวเมื่อก้าวขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ แม้จะต้องเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งขึ้น ทว่าประสบการณ์จากการเล่นชุดใหญ่จะช่วยให้ผู้เล่นกลุ่มนี้มีกระดูกบอลและประสบการณ์ที่เหนือกว่าคู่แข่งในรุ่นเดียวกัน พร้อมย้ำว่าจะไม่ประมาทคู่ต่อสู้ในระดับอาเซียนอย่างเด็ดขาด และต้องเล่นให้เต็มที่ที่สุดในทุกแมตช์
สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของ ทีมชาติไทย ในศึก อาเซียน แชมเปียนส์ชิพ ฮุนได คัพ 2026 รอบแบ่งกลุ่ม มีดังนี้
นัดที่ 1 : วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 พบ สปป.ลาว (เยือน)
นัดที่ 2 : วันที่ 1 สิงหาคม 2569 พบ มาเลเซีย (เหย้า)
นัดที่ 3 : วันที่ 4 สิงหาคม 2569 พบ ฟิลิปปินส์ (เยือน)
นัดที่ 4 : วันที่ 8 สิงหาคม 2569 พบ เมียนมา (เหย้า)
ทั้งนี้ การแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 4 นัดของทีมชาติไทย จะคิกออฟในเวลา 20.00 น. ตรงตามเวลาประเทศไทย