ใครคนนี้ ที่เวมบลีย์ กับแชมป์หนที่ 15 เรอัล มาดริด

ถือว่าตัดสินใจถูกอยู่บ้าง เรื่อง-สองเรื่อง ก่อนมุ่งหน้าสู่ เวมบลีย์ สเตเดี้ยม เพื่อชมศึกชิงเจ้าสโมสรลูกหนังยุโรป ซีซั่นที่ 69 (ซีซั่นที่ 32 นับตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ชื่อ ยูเอฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)

หนึ่งคือ กินมื้อกลางวันควบค่ำ  ใช้ชีวิตต่างแดนไม่จำเป็นต้องครบสามมื้อ ..

ราดหน้าหมี่กรอบ ณ ร้าน นิวฟอร์จูน คุ๊กกี้,  ติดกับสถานีรถไฟใต้ดิน ควีนส์เวย์  เพราะมีประสบการณ์จากนัดชิง ชปล. ปีก่อนๆ แล้ว นักข่าวเยอะ  เค้าไม่สามารถเลี้ยงดูปูเสื่อ ดีๆ ได้  ก็ต้องดูแลตัวเองไปก่อน

(New Fortune Cookies เป็นร้านจีนยอดนิยม ของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเราอยู่เหมือนกัน มักจะมากินบะหมี่ล็อบสเตอร์ เป็นหลัก

ส่วนพวกเป็ดย่าง ไม่เท่าไหร่ หมูกรอบก็เค็มไป ฉะนั้น เวลาไปร้านอาหารควรศึกษานิดนึงว่า จุดเด่นเค้าคืออะไร  ไม่ใช่สั่งไอ้ที่ไม่ควรสั่งมากิน แล้วเหมาว่า “ร้านนี้ ไม่เห็นจะอร่อยเลย”

แต่ถ้าไปคนเดียวแบบนี้ ผมเอาเมนู ราดหน้าหมี่กรอบแบบใส่เนื้อสัตว์ผสม มั่วๆ  กุ้ง, เป็ดหนังเยอะ ฮ่าๆ , หมูกรอบ, หอยเชลล์ เรียกราดหน้าเฉโปได้หรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ —  ราคาแถวจานละสิบปอนด์  พอแล้วฮะ สำหรับชนชั้นนักข่าวอย่างเรา!)

อีกหนึ่งคือ มักจะเลี่ยงคน ด้วยการมานั่งรถไฟ (บนดิน) จากสถานี มารีลโบน (Marylebone)  ไป 1 ป้าย ก็ถึงสถานี เวมบลีย์ สเตเดี้ยม ใช้บัตรออยสเตอร์, บัตรเดินทางในลอนดอน ซึ่งนักท่องเที่ยวคนไทย ใช้บัตรเดบิท/เครดิต การ์ด แปะเลยก็ได้เหมือนกัน 

นั่นเลยทำให้เจอกับ รถโค้ชทัพนักเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่มาพักโรงแรมแลนด์มาร์ค  ซึ่งเข้าใจว่า เจ้าของก็ยังเป็นมหาเศรษฐีชาวสยามอยู่นะขอรับ

ส่วนเรื่องราวที่สนาม ในนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก 2024 ระหว่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ - เรอัล มาดริด ในมุมที่ใครคนนี้ ได้สัมผัส และจับจ้อง เป็นเช่นไรบ้าง ไปว่ากันฮะ ;

ข้อ 1.)  แฟนเสือเหลืองชนะก่อนเกม


ปกติ ถ้าเป็นคอบอลเข้าไส้ ก็น่าจะมีความฝันอยากไปสัมผัส ‘เยลโล่ วอลล์’  ที่เวสต์ฟาเล่น สักครั้งในชีวิต และบรรยากาศในช่วงสุดสัปดาห์ แชมเปี้ยนส์ ลีก นี่ ก็ยิ่งสะกิดใจใครคนนี้เพิ่มมากขึ้นนะครับ

ไม่มีใครห้าม แฟนเรอัล มาดริด ไม่ให้นั่งรถไฟจากสถานี มารีลโบน นะครับ แต่ขบวนที่ใครคนนี้นั่งตอนบ่ายสี่โมงกว่านั้น คราคร่ำไปด้วยกลุ่มชนเสื้อเหลือง และคนขับรถไฟ ยังส่งเสียงต้อนรับ เมื่อประกาศว่า ขบวนรถไฟขบวนนี้ จะวิ่งแค่ป้ายเดียว ก็คือไปถึง เวมบลีย์ สเตเดี้ยม   (รถไฟใช้เวลาวิ่งแค่ 9 นาที แต่อาจจะต้องรอเวลานิด ไม่ได้มีบริการถี่แบบรถไฟใต้ดิน ที่แฟนจำนวนมาก ขึ้นจาก เบเกอร์ สตรีท ไปลงสถานี เวมบลีย์ พาร์ค แล้วเดินตรงตามทาง โอลิมปิก เวย์ มุ่งหน้าสู่ด้านหน้าสนาม)

และพอผมเข้ามานั่ง โต๊ะนักข่าวตัวเอง, เข้ามาเร็ว ก็เห็นกลุ่มแฟนดอร์ทมุนด์ ด้านหลังประตู หนาตากว่าฝั่งมาดริด ส่งเสียงร้องเพลงกันอย่างต่อเนื่อง  … นานๆ มาทีอ่ะนะ

เอาจริงๆ นะ ผมว่า แฟนลิเวอร์พูล จำนวนไม่น้อย คนไทยยิ่งเยอะเลย ที่คิดเชียร์เสือเหลืองด้วย เพราะลักษณะทีมคล้ายๆ กัน เวลาจะได้แชมป์อะไรต้องได้มาด้วยความยากลำบาก, มีฐานแฟนหนาแน่น ไม่น้อยหน้าทีมไหน  และร้องเพลง ยู วิลล์ เนฟเวอร์ วอล์ค อะโลน เหมือนกัน

ข้อ 2.) คล็อปป์ คนรัก, ในขณะ น้ามู ……

รู้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นแขกของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แต่ไม่คิดว่าจะโผล่หน้า มานั่งรอเชียร์ตั้งแต่หัววันเลย ก่อนหน้า นักเตะสองทีมจะออกมาวอร์มอัพ นานเลยครับ,  ถึงแม้ ครอบครัวของ จู๊ด เบลลิ่งแฮม จะเข้าสนามเร็วกว่า อาจจะตั้งแต่ประตูเปิด 4 ชั่วโมงก่อนแข่งเลยมั้งนั่น

และคล็อปป์ท่าน ก็ขยันเล่นกล้องด้วย  พอเห็นภาพตัวเองบนจอยักษ์ ก็ลุกขึ้นยิ้ม โบกมือ ตอนนี้กำลังสนุกกับการเป็นดาวไอจีท่านหนึ่ง แอคติ้งเลยต้องมา ฮ่า!

น่าปรบมือให้ ตากล้อง/ ผู้กำกับที่ทำหน้าที่สวิตช์ภาพนะ พอจับอารมณ์คล็อปป์ ได้ยินเสียงแฟนดอร์ทมุนด์ เฮลั่นแล้ว สักพักก็จับภาพไปที่ โชเช่ มูรินโญ่ ที่งานนี้รับจ๊อบ ออกจอทีวี กำลังเตรียมทำหน้าที่ข้างสนาม

น้ามู พอรู้ตัวว่าโดนโห่ ก็ฉีกยิ้มครับ ไม่ใช่ครั้งแรกหรอก ที่เป็น ‘ตัวร้าย’  ในสายตาแฟนคู่แข่ง เดี๋ยวไปคุม เฟเนร์บาห์เช่ ต้องมีอะไรสนุกๆ ในลีกเติร์กให้เห็นอีกแน่

แต่สังคม ต้องการคนแบบนี้ครับ มันต้องมีตัวร้ายที่น่ารักบ้าง ชีวิตจะไม่ได้จืดชืดเกินไป

ดูคุณแม่ จู๊ด สิ หลังแม็ตช์ ยังขอถ่ายรูปกับน้ามู กลางเวมบลีย์ เลย ..

ข้อ 3.) เวมบลีย์การ์ดตก

อุตส่าห์มีบทเรียน นัดชิงยูซีแอล ที่ปารีส ที่แฟนลิเวอร์พูล โดนกระทำ ทั้งจากตำรวจ, มีปัญหากับสต๊าฟ การเข้าสนาม ทั้งที่มีตั๋วถูกต้อง  หรือปีที่แล้ว ที่อิสตันบูล  ดังนั้นก่อนเกม ผมจึงเห็นว่า มีการใช้สต๊าฟ, เจ้าหน้าที่ เยอะมาก และเปิดให้เข้าสนามเร็ว 4 ชั่วโมงก่อนแข่งแน่ะ   (ปกติเกมพรีเมียร์ลีก ถ้าไม่ใช่ตั๋วแพง Hospitality , ประตูจะเปิดอย่างเร็วก็ 2 ชั่วโมง และเป็นปกติกว่า ชั่วโมงครึ่ง เท่านั้น)

แต่พอเริ่มเขี่ยลูกเท่านั้น เวลาแข่งขันผ่านไปยังไม่ถึงนาทีเลยครับ ก็มี ผู้บุกรุกลงสนาม (ภาษาปะกิตเรียก pitch invader)  คนแรก ลงไปไล่เซลฟี่กับนักเตะ

ไม่มีการ์ดแบบของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำหน้าได้เจ๋งเป้ง และมันก็น่าขัน ที่จากนั้น ก็มีผู้บุกรุก คนที่ 2-3-4-5  ตามมา โดยกว่า จะมี เจ้าหน้าที่, การ์ด หรืออะไร กระโจนลงไปไล่จับนั้น ช้าไป

ต้องให้ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ที่เคยมาเป็นเด็กผียืมตัวสั้นๆ ทำหน้าที่แท็คเกิ้ลครั้งแรกของเกมช่วย และผมเห็นด้วยที่มิดฟิลด์ทีมชาติออสเตรีย ทำเช่นนั้นนะครับ

รายงานต่อมาบอกว่า โดนตำรวจจับตัวไปทุกคน แต่นี่เป็นเรื่องใหญ่ ควรลงโทษให้หนักครับ ต้องเป็นเคสตัวอย่างเสียที

แฟนบอลก็ต้องเตือนกัน ไม่เช่นนั้น คุณอยากให้นัดชิงที่ เวมบลีย์ มีกระจกใสมากั้นสูงรอบสนาม เพื่อป้องกัน ผู้บุกรุก กันเหรอครับ ?

ข้อ 4.)ปรบมือให้ ดอร์ทมุนด์ “ทำดีที่สุดแล้ว”

แม้จะน่าเสียดายที่ครึ่งแรก เล่นได้ดีกว่า แต่ส่งบอลขึ้นนำไม่ได้เลย  ความเร็วของ คาริม อเดเยมี่ คุกคามได้ดี แต่ขาดความคม ในขณะลูกยิงชนเสาของตัวเป้า นิคลาส ฟูลครู๊ก  ถ้าตุงตาข่าย ก็มีสิทธิ์เป็นลูกฟาวล์ของ แบ๊คซ้ายยืมตัวมา เอียน มาตเซ่น

มาตเซ่น ผิดพลาดกับทั้ง 2 ประตูที่โดนเรอัล เล่นงาน แต่นัดนี้ ผมว่าไม่ว่าจะเป็นโค้ชหนุ่ม เอดิน แตร์ซิช ไม่ว่าจะเป็นแฟนเสือเหลือง หรือแม้แต่ คล็อปป์ เอง  ก็รู้สึกภูมิใจกับ ฟอร์มในนัดชิงของทีมได้

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไม่สามารถเล่นดีไปกว่านี้อีกแล้วหล่ะ ความแตกต่างคือ ยิงไม่ได้ ก็คล้ายๆ กับ ลิเวอร์พูล นัดชิงที่ปารีส ที่ไม่เพียงจำกัดโอกาสไม่ให้เรอัล มาดริด ยิงตรงกรอบได้สักครั้งในครึ่งแรก หาก ลิเวอร์พูล ทำได้ดีกว่านั้น เพียงแต่โอกาสเดียวที่ยิงตรงกรอบเป็นประตูชัยจาก วินิซิอุส จูเนียร์ ตัวแสบนั่นแหล่ะ

ดอร์ทมุนด์ ม่ควรเสียลูกแรก สกัดเคลียร์บอล ดันปลิ้นออกหลัง ทำให้ โทนี่ โครส ได้วางมาเข้าหัว คนที่ไม่ยิงประตูใน ชปล. มาห้าปีแล้ว อย่าง ดานี่ คาร์บาฮาล

และไม่ควรเสียประตูที่สอง จากการจ่ายบอลผิดพลาดเองในแนวหลัง

พอ นิคลาส ฟูลครู๊ก โหม่งตุงตาข่าย นึกว่าจะกลับมามีลุ้นในช่วงท้าย มีแรงฮึดทำให้เกมนี้มีดราม่า ก็ดันเป็นลูกล้ำหน้าเสียอีก และไม่ต้องเช็คกันนานเลย เพราะชัดเจนฮะ

ดีที่สุดแล้วครับ สำหรับทีมที่ไม่มีดาราชูโรงอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, มาร์โก รอยส์ (ช่วงสดๆ ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวลงมาเพื่อร่ำลา), อิลคาย กุนโดกัน, มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์ ตอนหนุ่ม  (แต่นัดนี้ ผมก็ว่า ฮุมเมิ่ลส์ มีเกมที่ดีนะ ประตูแรกที่เสีย เหมือนจะเอื้อมมือปัดบอล แต่ด้วยความเก๋า คงฉุกคิดว่า นั่นมันจะแย่ไปใหญ่ เลยแค่โดนนิดๆ)

ข้อ 5)ชิงกับใครก็ได้ อย่าชิงกับ ราชันย์ชุดขาว!

ไม่รู้จะสรรเสริญยังงัย เพราะมันเยอะแยะไปหมดครับ  ทีมของคล็อปป์ก็โชคร้าย แพ้ที่เคี้ยฟ แพ้ที่ปารีส มีช่วงที่ลุ้นได้ทั้งสองแม็ตช์ แต่สุดท้าย แพ้ความเขี้ยวกว่าฮะ

ในครึ่งแรก ที่โดนดอร์ทมุนด์ สร้างโอกาสคุกคามดีกว่า พอไม่เสียประตู ผมเชื่อว่า นักเตะเรอัลนั้นนิ่งกันนะครับ รู้ว่า เดี๋ยวก็มีโมเมนต์ของตัวเอง

และต่อให้นะ .. ต่อให้ ดอร์ทมุนด์ มีความคม ยิงนำสัก 1-2 ลูก

ผมก็เชื่อว่า เดี๋ยว เรอัล ก็กลับมาได้ เพราะนี่คือถ้วยของพวกเค้า

นัดนี้ จู๊ด  อาจจะไม่ได้อยู่ในฟอร์มสุดสุดของเค้า ผมชอบ เอดูอาร์โด้ กามาวิงก้า ที่เกือบจะยิงไกลสวยๆ ด้วยอีซ้ายเสียด้วยสิ ชอบฟอร์มสั่งลาของ โทนี่ โครส

ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ ตัวแสบ เล่นดีแค่ไหน ยิงนัดชิงได้อีกแล้ว ก็แกล้งลืมๆ ไป เหมือนแฟนดอร์ทมุนด์แหล่ะครับ หมั่นไส้นัก หนอยแน่ะ มีพุ่งล้ม และทำให้ นีโก้ ชลอตเตอร์เบ๊ค เซ็นเตอร์แบ๊คที่เข้าไปท้วงผู้ตัดสิน ได้ใบเหลืองแทน

แต่ฟุตบอลมันก็ต้องแบบนี้ มีครบ ความเก่ง และรอบจัด

********

ยินดีด้วยกับแชมป์สมัย 15  ของ เรอัล มาดริด 

ยินดีด้วยกับการได้เหรียญแชมป์ ชปล. มากถึง 6 ครั้งแล้วของ ลูก้า โมดริช, โทนี่ โครส, ดานี่ คาร์บาฮาล และกัปตัน นาโช่

ปีหน้า แฟนหงส์คนไหนบอกอยากเจอ เรอัล หน่อย จะได้แก้แค้น  ถ้าเป็นคนรู้จักนะ จะขอตบเบาๆ ที่ริมฝีปากหน่อย เวลาพูดอ่ะ คิดก่อน ฮ่า ฮ่า !

ลิตเติ้ลโจ


ที่มาของภาพ : siamsport
BY : ลิตเติ้ลโจ
สุรศักดิ์ มากทวี
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport