เจาะลึกงานวิจัยปริญญาโท (MBA) ของ แว็งซ็องต์ กอมปานี เรื่องความได้เปรียบเจ้าบ้าน และการใช้แท็กติก 2-2-6 สุดโหดที่พา บาเยิร์น มิวนิค ผงาดทั่วยุโรปในปัจจุบัน
ย้อนกลับไปในปี 2017 ในขณะที่เขายังเป็นกัปตันทีม แมนฯ ซิตี้ กอมปานี ไม่ได้ใช้เวลาว่างเพียงแค่การซ้อม แต่เขาเลือกศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่ Alliance Manchester Business School
สิ่งที่น่าทึ่งกว่าคือ วิทยานิพนธ์ของเขาคว้าคะแนนสูงถึง 72 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับ Distinction (ดีเยี่ยม) เลยทีเดียว
กอมปานี เลือกทำวิจัยในหัวข้อ "สโมสรใน พรีเมียร์ลีก จะได้รับประโยชน์จากความได้เปรียบของการเป็นเจ้าบ้านได้อย่างไร"
โดยเขาลงมือสัมภาษณ์นักฟุตบอลระดับท็อปถึง 25 คน เพื่อหาคำตอบว่า "บรรยากาศ" ส่งผลต่อ "ชัยชนะ" และ "รายได้" ของสโมสรในเชิงสถิติและธุรกิจอย่างไร?
ติดตามกับ Siamsport
สูตรลับ "เทสโทสเตอโรน" และทฤษฎีความคุ้มค่าของแต้ม
งานวิจัยของ กอมปานี ไม่ได้มองแค่เรื่องแท็กติก แต่มองลึกไปถึง "จิตวิทยาและฮอร์โมน"
เขาค้นพบว่าระดับเทสโทสเตอโรนของนักเตะจะพุ่งสูงขึ้นโดยธรรมชาติเมื่อเล่นในบ้าน (ยกเว้นเกมดาร์บี้แมตช์) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อศักยภาพการเล่น
แต่ประเด็นที่เปลี่ยนวิธีมองฟุตบอลไปตลอดกาลคือ "Business Model ของบรรยากาศสนาม"
กอมปานี วิเคราะห์ว่า สโมสรที่พยายามอัปราคาค่าตั๋วเพื่อดึงนักท่องเที่ยวเข้าสนามแทนที่จะรักษาฐานแฟนบอลพันธุ์แท้ กำลังทำธุรกิจที่ผิดพลาด
เพราะแม้จะได้เงินค่าตั๋วเพิ่มขึ้น แต่ถ้าบรรยากาศในบ้าน "จืดชืด" จนทำให้ความได้เปรียบเจ้าบ้านลดลงและเสียแต้มในสนาม มูลค่าของแต้มที่หายไปนั้น "แพง" กว่ารายได้ค่าตั๋วที่เพิ่มขึ้นมหาศาล
นี่คือการมองฟุตบอลผ่านเลนส์ของนักบริหารที่มองว่า "ความสำเร็จในสนามคือแกนหลักของผลกำไร"
จากกระดาษสู่สนาม
เมื่อ กอมปานี ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งกุนซือ บาเยิร์น มิวนิค เขาได้นำเอา "ความกล้าเสี่ยงเชิงกลยุทธ์" จากห้องเรียนมาใช้ในสนามจริง
เขาเปลี่ยนระบบเดิม ๆ สู่การเล่นที่ดุดันที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
นี่คือบทสรุปไฮไลต์สำคัญของระบบ กอมปานี ที่เราเอามาให้คุณดูดังนี้
The Crazy 2-2-6 : ในขณะที่โลกฟุตบอลคุ้นเคยกับ 2-3-5 หรือ 3-2-5 แต่ กอมปานี เลือกดันผู้เล่นขึ้นไปโจมตีไลน์กองหลังคู่แข่งถึง 6 คน โดยเหลือผู้เล่นคอยคุมโซนหลังเพียง 2-2 เท่านั้น
Harry Kane ในบทบาท "DM" : เราได้เห็นภาพ แฮร์รี่ เคน ถอยลงมาต่ำจน Heat Map เหมือนกองกลางตัวรับ เพื่อคอยเชื่อมเกมและเปิดพื้นที่ให้ปีก
Fluidity & Relationism : ระบบของเขาเน้นความลื่นไหล นักเตะสามารถสลับตำแหน่งกันได้ตามช่องว่างที่เกิดขึ้น มากกว่าจะยืนแช่ตามตำแหน่งเดิม
High-Line & Counter-pressing : แม้จะดูเสี่ยงมาก แต่ บาเยิร์น กลับเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดจากจังหวะโต้กลับในเยอรมนี เพราะระบบการแย่งบอลคืนทันที ที่แม่นยำและการดันไลน์กองหลังขึ้นสูงเพื่อบีบพื้นที่
ฟุตบอลยุคใหม่ที่ต้องเปิดสมอง
กอมปานี เคยกล่าวไว้ว่า "ฟุตบอลกำลังจะกลายเป็นเรื่องของแท็กติกและกลยุทธ์มากขึ้น การเปิดสมองให้กว้างจะทำให้คุณเก่งขึ้น"
การจบ MBA ไม่ได้แค่ทำให้เขาได้กระดาษแผ่นเดียว แต่มันทำให้เขากลายเป็นกุนซือที่มองเห็นโครงสร้างทั้งหมด ทั้งในฐานะนักเตะ สินทรัพย์ และผู้บริหารความเสี่ยง
วันนี้เขากำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า "งานวิจัย" ไม่ได้อยู่แค่ในห้องสมุด แต่มันสามารถถูกถ่ายทอดออกมาเป็นจำนวนประตูมหาศาลในสนาม และวิธีคิดที่คำนวณมาแล้วว่า
"ความเสี่ยงที่คุ้มค่า คือหนทางเดียวสู่ความยิ่งใหญ่" เหมือนที่เขาทำให้โลกเห็นในเกมเมื่อค่ำคืนทีผ่านมา
ตัน กวาร์ดิโอล่า