อาถรรพ์ยังอยู่! ย้อนดู 6 นัดก่อนที่ อาร์เซน่อล ยึดจ่าฝูงแต่คว่ำ แมนยู ไม่ได้

สุดท้ายแล้วการออกสตาร์ตฤดูกาล 2022-23 ที่สวยงามของ อาร์เซน่อล ก็ต้องมาสิ้นสุดลงที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา หลังจากพวกเขาต้องกลับออกจากที่นั่นพร้อมกับการแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-3 โดยมันถือเป็นการปราชัยนัดแรกของ "ไอ้ปืนใหญ่" ในซีซั่นนี้หลังจากก่อนหน้านี้ชนะมา 5 เกมรวด

แน่นอน อาร์เซน่อล ยังเป็นจ่าฝูงของลีกอยู่ต่อให้จะต้องพบกับความพ่ายแพ้ก็ตาม แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่ามันจะทำให้โมเมนตัมของพวกเขาสะดุดรึเปล่า และนี่ก็ทำให้ อาร์เซน่อล ยังล้างอาถรรพ์อย่างหนึ่งไม่ได้ด้วย เพราะมันเท่ากับว่า 7 ครั้งหลังสุดที่พวกเขาเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในโปรแกรมที่ตัวเองเป็นจ่าฝูงนั้น อาร์เซน่อล ไม่สามารถเอาชนะทีมสีแดงของฝั่งแมนเชสเตอร์ได้เลย

ครั้งสุดท้ายที่ อาร์เซน่อล ลงสนามในฐานะจ่าฝูงแล้วชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้นั้น ต้องย้อนไปถึงวันที่ 1 ตุลาคม ปี 2000 ที่พวกเขาคว้าชัยไป 1-0 ซึ่งวันนี้เราจะมานั่งไทม์แมชชีนย้อนไปดู 6 ครั้งก่อนถึงนัดล่าสุดที่ อาร์เซน่อล ในสภาพเป็นจ่าฝูงไม่สามารถพิชิต แมนฯ ยูไนเต็ด ได้กันสักหน่อย

10 พฤศจิกายน 2013

ตอนนั้นทีมของกุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นนัดที่ 11 ของฤดูกาล โดยก่อนลงเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พวกเขากำลังคึกสุดขีด เพราะหลังจากพลาดท่าแพ้ แอสตัน วิลล่า 1-3 ในนัดเปิดสนาม อาร์เซน่อล ก็ไม่แพ้ใครในลีกมา 9 นัดรวด แบ่งเป็นชนะ 8 เกมกับเสมอ 1 หน

ในทางกลับกัน ตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การกุมบังเหียนของ เดวิด มอยส์ ฟอร์มน่าเป็นห่วงสุดๆ เพราะพวกเขาแพ้ในลีกไปแล้ว 3 นัดจนทำให้เป็นเพียงอันดับ 8 ก่อนลงสนาม อย่างไรก็ตาม กลับกลายเป็นว่าวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะไปได้ 1-0 แถมคนทำประตูชัยก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าที่ไหน แต่เป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เด็กเก่าของ อาร์เซน่อล เอง

ท้ายที่สุดแล้วฤดูกาลนั้น "ไอ้ปืนใหญ่" ต้องจบฤดูกาลด้วยการเป็นที่ 4 ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อันดับ 7

29 สิงหาคม 2009

ตอนนั้นถือเป็นโปรแกรมลีกนัดที่ 3 ของฤดูกาลของฝั่ง อาร์เซน่อล โดย 2 เกมแรกพวกเขาไล่ถล่ม เอฟเวอร์ตัน 6-1 ต่อด้วยการทุบ พอร์ทสมัธ 4-1 ส่วนฝั่ง แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเล่นเป็นนัดที่ 4 หลังจากก่อนหน้านั้นเฉือน เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 1-0, แพ้ เบิร์นลี่ย์ 0-1 และ ชนะ วีแกน แอธเลติก 5-0

หนึ่งในไฮไลท์ของเกมในวันนั้นก็คือการที่มันมีการแจกใบเหลืองรวมแล้วมากถึง 9 ใบ แบ่งเป็นของ แมนฯ ยูไนเต็ด 3 ใบกับ อาร์เซน่อล 6 ใบ โดยสุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เปิดบ้านเอาชนะไปได้ 2-1 ส่วนบทสรุปของซีซั่นนั้น อาร์เซน่อล ได้อันดับ 3 ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด จบซีซั่นด้วยการเป็นที่ 2

3 พฤศจิกายน 2007

วันนั้น อาร์เซน่อล ซึ่งลงเล่นไปแล้ว 10 นัด เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่นมากกว่าพวกเขา 1 เกม โดยถึงแม้จะลงสนามน้อยกว่าแต่ตอนนั้น อาร์เซน่อล นำเป็นจ่าฝูง ด้วยผลงานการชนะ 8 เกมกับเสมอ 2 นัด ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากไม่ชนะใครเลยในช่วง 3 นัดแรกก็คืนฟอร์มเก่งจนซิวชัยได้ 8 เกมรวด และทำให้ก่อนลงเล่นเกมนั้นพวกเขาเป็นรองจ่าฝูง

เกมนี้สูสีสมกับที่หลายคนรอคอย โดยเกมนั้น อาร์เซน่อล เกือบจะเป็นฝ่ายปราชัยด้วย ยังดีที่พวกเขามาได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก วิลเลี่ยม กัลลาส อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้ว อาร์เซน่อล ได้เพียงอันดับ 3 ในฤดูกาลดังกล่าว ตรงกันข้ามกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ซิวแชมป์ลีกไปเชยชม

24 ตุลาคม 2004

นั่นถือเป็นเกมลีกนัดที่ 10 ของทั้งคู่ โดยในช่วง 9 เกมแรก อาร์เซน่อล ชนะ 8 เกมกับเสมอ 1 นัด ซึ่งนอกจากจะทำให้ตอนนั้นพวกเขาเป็นจ่าฝูงแล้วนั้น มันยังถือเป็นการสานต่อผลงานจากซีซั่นก่อนจนทำให้ทีมของ เวนเกอร์ เดินลงสู่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในสภาพที่ไม่แพ้ใครในลีกมา 49 เกมติดต่อกันด้วย

ตอนนั้นก็มีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะสามารถหยุดความร้อนแรงของ อาร์เซน่อล ได้ เพราะในเกมลีก 9 นัดแรกของฤดูกาล 2004-05 พวกเขามีผลงานชนะ 3 เกม, เสมอ 5 นัด และแพ้ 1 หน จนทำให้ตอนนั้นพวกเขาเป็นเพียงอันดับ 7 ในลีกเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายทีมของ เฟอร์กูสัน ก็เป็นฝ่ายชนะไป 2-0 จากลูกจุดโทษของ รุด ฟาน นิสเตลรอย และประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ เวย์น รูนี่ย์ โดยบทสรุปของฤดูกาลนั้น อาร์เซน่อล ได้อันดับ 2 ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ตามมาเป็นที่ 3

21 กันยายน 2003

เกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันนั้นถือเป็นนัดที่ 6 ในลีกของทั้งคู่ โดยเจ้าถิ่นลงสนามด้วยผลงานชนะ 4 เกมกับแพ้ 1 นัด ขณะที่อาคันตุกะจากกรุงลอนดอนมาพร้อมกับฟอร์มที่ชนะ 4 เกมและเสมอ 1 หน

แม้ว่าวันนั้นสกอร์จะจบลงที่การเสมอกัน 0-0 แต่มันมีดราม่าในช่วงท้ายเกมที่ถูกพูดถึงกันจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือการที่ ฟาน นิสเตลรอย ยิงลูกจุดโทษไม่เข้าในตอนทดเวลาบาดเจ็บ จนทำให้หลังจบเกมนักเตะบางคนของ อาร์เซน่อล เข้าไปแสดงท่าทีเยาะเย้ยกับพูดบางอย่างใส่อดีตหัวหอกชาวดัตช์นั่นเอง

ทั้งนี้ สุดท้ายฤดูกาลนั้น อาร์เซน่อล ก็ได้แชมป์ลีกไปเชยชม แถมยังเป็นการซิวถ้วยแบบไม่แพ้ใครในลีกตลอดทั้งฤดูกาลด้วย ตรงกันข้ามกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้แค่อันดับ 3

7 ธันวาคม 2002

วันนั้นเป็นโปรแกรมลีกนัดที่ 17 ของทั้ง 2 ทีม โดยถึงแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้เล่นในบ้าน แต่ผลงานโดยรวมของพวกเขาไม่ดีเท่าไหร่จนเป็นเพียงอันดับ 4 ของตารางคะแนนเท่านั้น

ถึงกระนั้น ในนัดดังกล่าว แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-0 จากประตูของ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน กับ พอล สโคลส์ และสุดท้ายแล้วในฤดูกาลนั้น อาร์เซน่อล ก็เป็นเพียงรองแชมป์โดยต้องทนเห็นพลพรรค "ปีศาจแดง" ได้ฉลองแชมป์ลีกแทน

เด็กเกร็ดบอล


ที่มาของภาพ : gettyimages
ติดตามช่องทางอื่นๆ:
Website : siamsport.co.th
Facebook : siamsport
Twitter : siamsport_news
Instagram : siamsport_news
Youtube official : siamsport
Line : @siamsport